'เพื่อไทย' ร้องนายกฯกวดขันจนท.อย่าใช้อำนาจรัฐคุกคามหัวคะแนนหาเสียงเลือกตั้งซ่อม


เพิ่มเพื่อน    

20 ก.พ.63 - ที่อาคารรัฐสภา นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายนคร มาฉิม ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง จ.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย และนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าว กรณีการเลือกตั้งซ่อม จ.กำแพงเพชร โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า เมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ทีมเลือกตั้งของเราในจ.กำแพงเพชร ถูกคุกคามในการหาเสียงโดยการข่มขู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมถึงหัวคะแนนของพรรคเพื่อไทยที่ออกไปรณรงค์ โดยกลุ่มผู้ชายผมสั้นใส่ชุดชาวบ้าน ซึ่งเราไม่ทราบว่าพวกเขาเป็นใคร เราเองให้ความเคารพในการต่อสู้อย่างยุติธรรม โดยเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชน ในการเลือกผู้แทนที่เหมาะสม

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ส่วนตนเองได้ลงไปช่วยรณรงค์หาเสียงในพื้นที่ ก่อนจะเดินทางไปเยี่ยมคุณเรืองวิทย์ ลิกต์ เพื่อนเก่าที่รู้จักกันมากว่า 30 ปี แต่ปรากฏว่าหน้าบ้านคุณเรืองวิทย์มีผู้ชาย 2 คน นั่งอยู่ในรถจอดอยู่หน้าบ้านของคุณเรืองวิทย์ เมื่อโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ ปรากฏว่าทั้ง 2 คนก็หายไปแล้ว แต่ตนไม่ได้เจาะจงจะว่าใคร ซึ่งพวกเขาอาจจะรถเสียก็เป็นได้

ด้านนายนคร กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นข้อเท็จจริง รัฐบาลนี้ใช้อำนาจรัฐอย่างเต็มรูปแบบ และใช้หน่วยงานแทบทุกหน่วยงาน ที่กดดัน ข่มขู่ คุกคาม และกระทำการที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย การเลือกตั้งซ่อมที่จะถึงนี้หวังจะชนะเพื่อสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลอย่างเดียว พฤติการณ์ที่ใช้คือ การบีบให้หน่วยงานราชการ และผู้นำท้องถิ่นในจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ จ.สุโขทัย ที่เป็นเขตอิทธิพล ของ รัฐมนตรีท่านหนึ่ง จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ เข้าไปรุมสนับสนุนผู้สมัครฝ่ายรัฐบาล ให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง รวมทั้งให้ฝ่ายทหาร จากกองพลทหารราบที่ 4 กองทัพภาคที่ 3 กดดัน โดยการติดตาม และคุกคาม ข่มขู่ ผู้สมัครพรรคและผู้สนับสนุนเพื่อไทย ซึ่งตนได้แจ้งไปยังกกต.แล้ว แต่ก็ดูเสมือนว่า กกต.อยู่ใต้อาณัติของรัฐบาล ไม่กล้าดำเนินการอย่างที่ควรจะเป็น

“ในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ นั้น เราเห็นใจท่านที่ถูกพิพากษาจำคุก อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมาย ท่านต้องพ้นสภาพจากการเป็น ส.ส. และคดีถึงที่สุด แต่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง โดยเฉพาะ สภ.กำแพงเพชร สภ.เมืองกำแพงเพชร ผู้บังคับการตำรวจกำแพงเพชร ผุ้บังคับการตำรวจภาค 6 และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ปฏิบัติตามหมายจับของศาล แต่ปรากฎว่าชาวบ้านในท้องที่รู้หมดว่า ท่านไวพจน์ได้โทรศัพท์ไปขอ และคุกคาม แต่ปรากฎว่าไม่มีการดำเนินการใดๆจากภาครัฐเลย แสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งครัง้นี้ อำนาจรัฐมีอิทธิพลเหนือกฎหมาย ผมแค่ต้องการการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม โดยอำนาจรัฐต้องไม่เข้าไปยุ่งกับการตัดสินใจอย่างอิสระของประชาชน” นายนคร ระบุ

นายภูมิธรรม กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ได้รับการจับตาดูจากทั้งคนไทยในประเทศ และต่างประเทศ ตนไม่อยากให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นกรณีรูปธรรมที่เกิดขึ้นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะตอกย้ำว่า การที่ผู้มีอำนาจไม่ดูแลหรือปล่อยปละ ให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบ ทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น ไม่เที่ยงธรรมและเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ซึ่งจะมีผลเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้ สถานการณ์ต่างของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐฐกิจ หรือโรคภัยไข้เจ็บกำลังซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศเราอยู่

“ผมอยากเห็นการเลือกตั้งบริสุทธิ์ และอยากให้รัฐบาลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน แม้นักการเมืองของเราจะถูกดูดไปอยู่ฝั่งรัฐบาล แต่เราต้องทำหน้าที่ เพราะเรามีฐานเสียงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาอย่างยาวนาน สิ่งที่เราลงในพื้นที่ครั้งนี้ เพราะเราต้องการให้ความชอบธรรมเกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลน่าจะต้องตระหนักข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบ และสร้างความยากลำบากให้กับคู่ต่อสู้ทางการมเอง จึงอยากให้ท่านนายกฯ กวดขันดูแล”


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก