สไตล์ที่เหมาะสมสำหรับบ้านเมือง


เพิ่มเพื่อน    

 

              คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...โดยบุคลิก ลีลา โดยสไตล์ ระหว่างอดีตทหารอย่าง ป๋าเปรม อดีตประธานองคมนตรีผู้เพิ่งวายชนม์ไปเมื่อไม่นานนี้ กับอดีตทหารอย่าง ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ค่อนข้างผิดแผก แตกต่าง กันแบบคนละเรื่อง คนละเบอร์ อย่างเห็นได้โดยชัดเจน แม้ว่าทั้งคู่จะผ่านการดำรงตำแหน่งเป็น นายกรัฐมนตรี ในแบบ อยู่ยาวว์ว์ว์ ไปด้วยกันทั้งคู่...

                                     --------------------------------------------

                คือโดยสไตล์ของ ป๋าเปรม นั้น...ท่านออกจะเป็นอะไรที่ ลึก ระดับสุดหยั่งคาด แถมยัง นิ่ม และ ประณีต ลักษณะอาการเคลื่อนไหว ก็มักเป็นไปในแบบ สงบ-สยบความเคลื่อนไหว อะไรทำนองนั้น พูดน้อย ต่อยหนัก เผลอๆ ไม่คิดจะพูดอะไรเอาเลย ดอกพิกุลแทบไม่เคยหลุดร่วงออกจากปาก จนเคยได้รับสมญานามว่า เตมีย์ใบ้ แต่ทั้งนั้น ทั้งนี้ ก็ยังมีลูกเด็ดขาด เฉียบขาด แบบชนิดหนักหน่วง รวดเร็ว และรุนแรง ตามแบบฉบับทหาร เหล่าม้า ทั้งหลาย เลยได้รับสมญานาม ฉายานาม ไปอีกฉายา นั่นคือ นักฆ่าแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา นั่นเอง...

                                      -------------------------------------------

                ต่างไปจากสไตล์ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ที่มองไปเมื่อไหร่ก็สามารถเห็นฝูงปลาแหวกว่าย เห็นก้นบึ้ง ก้นอ่าง ได้แบบถนัดถนี่ และออกไปทาง ห้าว ทาง กร้าว ลักษณะความเคลื่อนไหวเลยเป็นไปในแนว มึงมั่ง-กูมั่ง คือพร้อมจะออกอาวุธตอบโต้แบบชนิดดอกต่อดอก เผลอๆ อาจถึงขั้น พรีเอ็มทีฟ สไตรค์ พร้อมที่จะ ชิงโจมตีก่อน ซะอีกต่างหาก ส่วนเรื่องการพูด การจา แทบไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย ว่าต่างไปจาก ป๋าเปรม ในแบบไหน ขั้นไหน หรืออาจสรุปเอาเป็นว่า ท่านออกจะพูดเยอะ พูดหวัด แถมเวลาพูดอาจต้องออกมือ ออกไม้ ต้องชี้โน่น ชี้นี่ ไปตามเรื่อง ตามราว ส่วนในเรื่องลูกเด็ดขาด เฉียบขาด ท่านก็คงหนักไปทาง เหล่าราบ คือหนัก-ไม่หนักไม่รู้ แต่พร้อมที่จะต่อสู้แบบประชิดตัว แบบแลกกันชนิดหมัดต่อหมัด อะไรประมาณนั้น...

                                       ---------------------------------------------

                ซึ่งความผิดแผก แตกต่าง กันในลักษณะเช่นนี้...จะเอามาเปรียบเทียบ เทียบเคียง ว่าอะไรดี-อะไรไม่ดี อะไรเหมาะ-ไม่เหมาะ คงยากซ์ซ์ซ์ที่จะไปชี้ขาด ชี้วัด ตัดสินใดๆ ได้เลย เพราะนอกจากมันจะเป็นเรื่องของบุคลิก ของสไตล์ ในแต่ละตัวบุคคล ที่ย่อมต้องไม่เหมือนกันอยู่แล้วแน่ๆ อีกทั้งโดยสภาพแวดล้อม โดยฉากสถานการณ์ ที่ย่อมหมุนเวียน เปลี่ยนแปลง ไปในแต่ละยุค แต่ละสมัย ยังทำให้แทบไม่สามารถกำหนดมาตรฐานได้เลยว่า อะไรดี-ไม่ดี อะไรเหมาะ-ไม่เหมาะ ในเมื่อแต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง มันย่อมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แบบคนละเรื่อง คนละม้วน อีกด้วยเช่นกัน...

                                    -----------------------------------------------

                แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยความผิดแผก แตกต่าง ในทางบุคลิก ทางสไตล์ ที่ไม่เหมือนกันเช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดผลลัพธ์ ผลพวง ที่ต้องไม่เหมือนกันอยู่แล้วแน่ๆ ดังนั้น...ตลอดช่วงระยะแห่งการ อยู่ยาวว์ว์ว์ ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ ป๋าเปรม ที่สามารถลากไป-ลากมาได้ต่อเนื่อง ยาวนาน ถึง 8 ปี ป๋า ท่านจึงไม่เคยถูก อภิปรายไม่ไว้วางใจ ในรัฐสภาแม้แต่หนเดียว หรือเรียกว่า...ไม่เคยเปิดโอกาสให้ ฝ่ายค้าน สามารถทะลุทะลวงเข้าประชิดตัวท่านได้ง่ายๆ ใครที่คิดหือรือ ต่างถูกกวาดเอามาเป็น พรรคร่วมรัฐบาล ซะแทบเกลี้ยง โดยเฉพาะบรรดาพรรคการเมืองที่เต็มไปด้วยนักการเมืองประเภท ผีเจาะปาก หรือประเภทปากคม ปากร้าย ไม่ว่าระดับใบมีดโกน หรือระดับปังตอใดๆ ก็แล้วแต่ อย่างเช่น พรรคประชาธิกัด เป็นต้น ที่กลายสภาพเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อยู่ยาวว์ว์ว์ อยู่เรียงเคียงบ่า-เคียงไหล่ กับ ป๋าเปรม มาตลอดทั้ง 8 ปี เอาเลยถึงขั้นนั้น...

                                   ------------------------------------------------

                ต่างไปจากท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ที่แค่ประมาณ 5 เดือน 6 เดือน หรือยังไม่ทันถึงครึ่งปี...ก็ถูกจู่โจม จี้ไปยังสะดือ ไปยังจุดคีมึ้ง แบบชนิดไม่ว่าจะใช้วิชาตัวเบาสำนักไหนต่อสำนักไหน ก็ยากซ์ซ์ซ์ที่จะหลบ จะเลี่ยงได้ มีแต่จะต้องเกร็งพลังลมปราณ กระแทกฝ่ามือกลับไป ด้วยวิชาฝ่ามืออรหันต์ของสำนักเสียวลิ้มยี่ หรือหมัดวานร ของสำนักคงท้ง คงเทิ้ง ก็แล้วแต่ อันนี้นี่แหละ...ที่ต้องถือเป็นผลลัพธ์ หรือผลพวง แห่งความผิดแผก แตกต่าง ดังกล่าว ซึ่งจะมีความต่อเนื่องไปถึงการ อยู่ยาวว์ว์ว์-ไม่อยู่ยาวว์ว์ว์ในแบบไหน อย่างไร อันนั้น...คงต้องไปดูกันอีกที หรือคงต้องไปสรุปหลังจาก ยุทธการอรุณรุ่ง ของฝ่ายค้าน และ ยุทธการดับสุริยา ของฝ่ายรัฐบาล ผ่านพ้นไปแล้วนั่นแล...

                                    ------------------------------------------------

                และบรรดาข้อสรุปหลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้วนั่นเอง...ถึงพอจะนำมาใช้เป็นองค์ประกอบ ในการชี้วัด ตัดสิน ถึงความเหมาะ-ไม่เหมาะ ดี-ไม่ดี ของสไตล์แต่ละสไตล์ ว่าอะไรควรนำมาใช้เป็นแบบอย่าง แนวทาง หรือใช้เป็น มาตรฐาน ในการบริหาร จัดการ บ้านเมืองในช่วงระยะนี้ ได้มาก-น้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะภายใต้ฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกและของประเทศไทย ที่เต็มไปด้วยอาการ ดิสรัปทีฟ ยิ่งเข้าไปทุกที ความผิดแผก แตกต่าง ระหว่างความเป็น ตู่ ดิจิตอล กับความเป็น ป๋า อนาล็อก แม้เป็นเรื่องของบุคลิกลักษณะ หรือสไตล์ ก็ตามที แต่ย่อมมีส่วนเกี่ยวข้อง พัวพัน ต่อความอยู่รอด ปลอดภัย อยู่เย็นเป็นสุข ของชาติบ้านเมือง หรือของปวงชนชาวไทยทั้งหลาย ที่คงต้องหยิบมาใคร่ครวญ ทบทวน เอาไว้บ้างเหมือนกัน...

                                   ------------------------------------------------

                ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Tom Stoppard... “Every exit is an entry somewhere else. – ทุกทางออก...ก็คือทางเข้าไปสู่อีกที่หนึ่ง...”

                                 ------------------------------------------------

 


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"