‘โบ้-สิระ-เอ๋’ตั้งทีมสวนฝ่ายค้าน


เพิ่มเพื่อน    

  พรรคร่วมรัฐบาลเปิดโรงแรมหรูพัทยาสัมมนารับมือศึกซักฟอก "บิ๊กป้อม" นั่งหัวโต๊ะคุมเอง สะพัดข่าวปีนเกลียว "ธรรมนัส"  ขอเปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาล เดือดแน่! "วิรัช"? มอบ? "แรมโบ้-สิระ-ปารีณา" แถลงข่าวประเด็นฝ่ายค้านกล่าวหาป้ายสีเป็นเท็จ  ลั่นพร้อมดำเนินคดี ไม่จบแค่ขอขมาแน่ ส่วนพรรคเล็กออกอาการต่อรอง ขอดูเนื้อหาก่อนโหวต พุ่งเป้าที่ "ธรรมนัส" ขณะที่ "เต้" แบไต๋ คนในรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นคนดี มีเสีย 2-3% ถ้าเขี่ยออกทำให้รัฐบาลทำงานได้ราบรื่น

    เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้จัดงานประชุมสัมมนาเพื่อเตรียมพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ที่โรงแรมเวย์ โฮเทล พัทยา จ.ชลบุรี โดยมี ส.ส.และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และรองประธานวิปรัฐบาล, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และรองประธานวิปรัฐบาล, นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย, น.ส.ศรีนวล? บุญลือ? ส.ส.เชียงใหม่? พรรคภูมิใจไทย,? น.ส.กวินนาถ? ตาคีย์? ส.ส.ชลบุรี? พรรคพลังท้องถิ่นไท, นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย, นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ 
    รวมถึงรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี, นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ รวมถึงพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ในฐานะตัวแทน? พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เข้าร่วมสัมมนาอย่างคับคั่ง
    นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวก่อนสัมมนาว่า เป็นการประชุมกึ่งสัมมนาพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเตรียมการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 24 ก.พ.ที่จะถึงนี้ โดยจะมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมาร่วมด้วย ครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ว่างเว้นมา 7 ปี ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็มีการเชิญมาทั้งในระดับวิปด้วยกัน รวมถึงพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลมาร่วมเช่นเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อดูเรื่องคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไร ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นห่วงหรือไม่เป็นห่วง แต่เราจะทำเหมือนกันหมดสำหรับทุกคนที่จะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แม้ว่าข้อหาในการถูกอภิปรายแต่ละคนจะแตกต่างกัน ก็จะมีพิจารณาร่วมกัน
    ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้จัดเป็นการซักซ้อมกัน เพื่อให้ส.ส.ได้ทราบถึงขั้นตอน ระเบียบในการอภิปราย และรับทราบข้อมูลจากรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐนั้น ยืนยันว่าไม่มีอะไร ผู้ที่ตกเป็นข่าวออกมายืนยันหมดแล้วว่าไม่มีอะไร 
    "พรรคพลังประชารัฐอย่างไรก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บางครั้งอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเราสามารถที่จะพูดจากันได้ สามารถเคลียร์กันเองได้เรียบร้อย ไม่ต้องตั้งวงพิเศษขึ้นมาเคลียร์ เราเป็นแบบนี้มาโดยตลอด เราเกาะกลุ่มกันแน่น" รมว.การคลังกล่าว
    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำพรรค เสนอปลดนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พ้นประธานวิปรัฐบาลว่า ไม่มีหรอก เรื่องความขัดแย้ง ไม่มี และเรื่องการเปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาลยังไม่มีการพูดคุยกัน ยังไม่มีประเด็น ไม่ต้องไปหนักใจเรื่องนี้ ความคิดเห็นที่แตกต่างอาจจะมีเป็นปกติของพรรคที่มี ส.ส.จำนวนมาก ยืนยันความเป็นเอกภาพของพรรคไม่มีปัญหา และเสียงสนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายจะไปในทิศทางเดียวกัน เพราะมีการพูดคุยกันแล้ว
"บิ๊กป้อม"นั่งหัวโต๊ะ
    เมื่อถามว่า บางพรรคการเมืองยังไม่ตัดสินใจยกมือสนับสนุนรัฐมนตรีตามมติวิปรัฐบาลหากมีกรณีทุจริตหรือเรื่องคุณสมบัติ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐแจงว่า วิปรัฐบาลได้ประสานพรรคร่วมรัฐบาลให้ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งคะแนนเสียงของรัฐมนตรีแต่ละคนจะไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางการเมือง
    ถามว่า ในเลขาธิการพรรคจะจัดการความขัดแย้งภายในอย่างไร นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มีการรับฟังทุกฝ่าย ไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นจนขยายความขัดแย้งออกไป ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ดำเนินการไปตามปกติของพรรค
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสัมมนาช่วงบ่าย มี 3 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้าร่วม ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รวมถึง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท 
    ส่วนบรรยากาศการสัมมนา ผู้สื่อข่าวให้ความสนใจเป็นพิเศษระหว่าง ร.อ.ธรรมนัสกับนายวิรัช ที่เกิดกระแสข่าวมีความขัดแย้งกัน เมื่อมีข่าว ร.อ.ธรรมนัสนำ 40 ส.ส.เข้าพบ พล.อ.ประวิตร ขอให้เปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาล เนื่องจากไม่พอใจการทำหน้าที่
     ขณะที่ พล.อ.ประวิตรกล่าวบนเวทีสัมมนาว่า "วันนี้ผมเป็นจำเลยที่จะถูกซักฟอก เลยมาเตรียมการตอบโต้กับการอภิปรายของฝ่ายค้าน ผมบอกอย่างหนึ่งว่า ผมนี่ตอบแต่เรื่องจริงทั้งนั้น และขอขอบคุณทุกคนที่มาร่วมช่วยกันเพื่อให้การอภิปรายเป็นไปอย่างเรียบร้อย แม้ไม่ค่อยได้เจอหน้าเจอตากัน ผมก็ได้ดูแต่ในทีวีการอภิปรายของทุกคน โดยเฉพาะสิระ ปารีณา" หลัง พล.อ.ประวิตรกล่าวจบ นายสิระและ น.ส.ปารีณาได้ลุกขึ้นไหว้ขอบคุณ
    ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าการสัมมนาครั้งนี้ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานนอกสภาสนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้นำคณะทีมงาน อดีต? ส.ส.นอกสภา? เช่น นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา, นายเวียง วรเชษฐ์, นายสมเกียรติ ศรลัมพ์, นายสรชาติ สุวรรณพรหม, นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช มาร่วมประชุมเตรียมการสรุปประเด็นและข้อมูลตามญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคลร่วมกับคณะวิปรัฐบาลและแกนนำ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลด้วย
    มีรายงานว่า นายวิรัชได้มอบภารกิจให้คอยทำหน้าที่ดูประเด็นการอภิปรายของซีกฝ่ายค้าน คอยตอบโต้และแถลงข่าวร่วมกับ? ส.ส.สิระ เจนจาคะ และ ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ซึ่งจะต้องตรวจสอบประเด็นว่า สิ่งที่ ส.ส.ฝ่ายค้านกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี สร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ ในประเด็นสาระที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ดังนั้นจะได้มีการพูดคุยเพื่อปรึกษาหารือสรุปสาระร่วมกันให้เกิดการแถลงข่าวชี้แจงที่มีเนื้อหาสาระข้อเท็จจริงให้สื่อมวลชนและประชาชนได้ทราบ ว่าสิ่งที่ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนพูดพาดพิงและเป็นเท็จอย่างไร ข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร
หยาม"ยุทธพงศ์"ของปลอม 
    นายสุภรณ์ได้แจ้งนายวิรัชว่า? เรื่องนี้ไม่ได้มีความหนักใจ ทางคณะได้มีการเตรียมความพร้อมในการชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนให้ทราบ และยังได้มอบหน้าที่กับนายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมกฎหมาย ได้เตรียมเก็บข้อมูลที่หมิ่นประมาทเสียหายเพื่อดำเนินคดีฟ้องร้องต่อ ส.ส.ฝ่ายค้านที่อภิปรายทำให้เกิดความเสียหาย เหมือนในกรณีที่มีแหล่งข่าวว่านายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เคยอภิปรายพาดพิงนายเกียรติ สิทธีอมร จนกระทั่งนายยุทธพงศ์ต้องมาขอโทษขอขมาเพื่อให้ถอนฟ้องมาแล้ว
 ถ้าไม่เชื่อให้ไปถามอดีต ส.ส.เกียรติดูว่าผลจากการกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีอันเป็นเท็จ แล้วทำให้ท่านอาจเกิดความเสียหาย สุดท้ายจนต้องมาขอขมาท่าน แบบนี้ถือว่าใช้ไม่ได้ ตนได้เสนอท่านประธานวิปฯ ว่า อย่าให้ผู้ใหญ่ที่ถูกใส่ร้ายป้ายสี ให้ใครมาขอขมาท่านเด็ดขาด ต้องถูกดำเดินคดีเป็นตัวอย่างให้ถึงที่สุด
    นายวิษณุ? เครืองาม? รองนายกรัฐมนตรี? ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมสัมมนาว่า มาฟังคำชี้แนะ?จาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล? เพราะเขาไม่มีสิทธิ์อภิปราย ?อย่างมากทำได้แค่ประท้วงตามข้อบังคับ บางเรื่องเขาอาจอยากทราบข้อเท็จจริง หากตนไม่ได้ชี้แจงในสภา เขาจึงถามในวันนี้ให้ได้อุ่นใจและสบายใจว่าเรื่องนั้นๆ มันมีคำตอบชัดเจน จึงอธิบายภาพรวมและให้ถามในสิ่งที่ยังสงสัย นายดอน? ปรมัตถ์วินัย? รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จึงใช้วิธีการเช่นนี้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องฟิลลิป มอร์ริส ตนเล่าเรื่องทั้งหมดให้? ส.ส.ฟังเพื่อจะได้เข้าใจ? บางเรื่องตนอาจต้องใช้เวลาในการอภิปรายในสภาให้ประชาชนเข้าใจด้วย ปัญหาจึงอยู่ที่การบริหารเวลา วันนี้จึงได้มาฟังคำชี้แนะจาก ส.ส.ที่มีประสบการณ์ ซึ่งมีหลายเรื่องที่คุ้ม หากตนไม่เดินทางมาร่วมคงไม่รู้ ถือว่าการซักซ้อมวันนี้ทำให้อุ่นใจขึ้น คิดถูกที่เดินทางมาร่วมสัมมนา
         นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากตนฟังข้อมูลในประเด็นต่างๆ จากผู้ร่วมสัมมนาที่พร้อมจะสนับสนุนแล้ว รู้สึกสบายใจในการที่จะชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร
    ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ข้อกล่าวหาแรกที่ตนจะถูกอภิปรายคือเรื่องการบริหารราชการที่เกิดข้อผิดพลาด?ไร้คุณธรรมจริยธรรม? ส่อไปในทางทุจริตหรือและประพฤติมิชอบ โดยจะชี้แจงว่าตลอด? 7? เดือนการทำงานที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เพราะคิดว่าเป็นรัฐมนตรีคนเดียวที่ลงพื้นที่มากที่สุด ส่วนประเด็นคุณสมบัติได้มีการชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว? แต่เมื่อเกิดข้อกังขาก็จะอธิบายเพิ่มเติม โดยจะยกข้อกฎหมายของออสเตรเลียมาชี้แจงข้อเท็จจริง? ซึ่งรายละเอียดปรากฏอยู่ในคำพิพากษาแล้ว 
    ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่ามีเอกสารนั้น ต้องดูว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่? ขณะที่เรื่องการเป็นผู้มีอิทธิพลปกป้องพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ เชื่อว่าจะถูกโจมตีประเด็นที่ช่วยเหลือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพปชร. คาดว่าจะใช้เวลาชี้แจงเรื่องทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง ตนไม่กังวลที่ ส.ส.พรรคเล็กบางคนระบุว่าอาจไม่ยกมือสนับสนุนให้รัฐมนตรีบางคนที่พบว่ามีข้อมูลสีดำหรือสีเทาชัดเจนนั้น เพราะส.ส.มาจากประชาชน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ
ขอฟังข้อมูลฝ่ายค้านก่อน
    ถามว่าหากเสียงโหวตสนับสนุนไม่ถึงครึ่ง จะพิจารณาลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ไม่ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเพราะอยากมีตำแหน่งนี้ เพราะอยากให้น้องชายเข้ามา ตนเป็นลูกชาวนา มาถึงจุดนี้ได้ถือว่าที่สุดแล้ว หากเห็นว่าตนมีประโยชน์กับชาติบ้านเมืองก็จะทำต่อไป ถ้าคิดว่าไม่มีประโยชน์พร้อมรับทุกสถานการณ์ เพราะยืนอยู่บนโลกของความจริง
    ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวที่ระบุตนมีความขัดแย้งกับนายวิรัช? ไม่มีความขัดแย้ง ไม่ได้เสนอให้ปลดจากตำแหน่งเพราะเราพูดคุยกันทุกวัน
    นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ให้สัมภาษณ์ว่า จากข้อมูลของสื่อที่วิปรัฐบาลอยากให้ยกมือสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่ากันนั้น คงต้องดูเป็นกรณีไป เช่น เรื่องคุณสมบัติ การเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส ถ้าชี้แจงข้อมูลคดีชัดเจนและเป็นเรื่องจริงเราต้องฟัง และต้องหารือในวิปรัฐบาลอีกครั้ง การจะยกมือสนับสนุนใครก็ตาม ถ้าฝ่ายค้านข้อมูลถูกต้อง เราก็ยกมือลำบาก ขอฟังข้อมูลจะดีที่สุด
    ส่วนนายมงคลกิตติ์? สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นนั้น เราจะทำหน้าที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากฝ่ายค้านนำเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จเราก็ต้องคัดค้านตามข้อบังคับการประชุม แต่หากฝ่ายค้านมีข้อมูลรัฐมนตรีรายบุคคลที่ค่อนข้างชัดเจนดำเมี่ยม แล้ววิปรัฐบาลมีมติให้เรายกมือให้ ก็ต้องมาคุยกันใหม่ แม้แต่เทาๆ ก็ให้ไม่ได้ 
    "ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐไม่เคยช่วยคนผิด ดังนั้นรัฐมนตรีคนไหนที่มีเรื่องทุจริต ไม่มีทางที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐจะยกมือ โดยเป็นไปตามมติวิปรัฐบาล เพราะผมเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาล จะมีความหนักใจ ตอบประชาชนและสังคมไม่ได้ แต่ถ้าเป็นการบกพร่องโดยประมาทเลินเล่อ ไม่มีความผิดอะไรร้ายแรง เราผ่านให้ได้ แต่ถ้าตั้งใจทุจริตยาก ชาติหน้าก็ไม่ยกมือให้ เราต้องดูเอกสารที่ฝ่ายค้านชี้แจง ถ้าถูกต้องตามกฎหมาย มีการยืนยันจากหน่วยงานราชการก็ต้องรับฟัง"
    เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านเปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับคุณสมบัติรัฐมนตรีบางคน นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ก็ต้องดูเอกสารทางราชการว่าเป็นเอกสารวินิจฉัยของออสเตรเลีย ว่ามีคำรับรองจากทางการออสเตรเลียอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ต้องไม่ใช่เอกสารตัดแปะ และต้องมีเอกสารฉบับแปล โดยมีลำดับการรับรองตามขั้นตอนจากกระทรวงการต่างประเทศ และถ้าชัดเจนขนาดนั้น เราก็ต้องไปดูคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญปี 60 ด้วยว่าขัดหรือไม่ ถ้าหากคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ ตนเชื่อว่ามติวิปรัฐบาล รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์และ พล.อ.ประวิตร ก็คงต้องได้คุยกัน ถ้าจะให้เราฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่อยากทำอย่างนั้น เชื่อว่าหลายคนส่วนใหญ่ในพลังประชารัฐ รวมถึงแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเป็นคนดี แต่ต้องอย่าลืมว่าไม่มีใครทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ ฉะนั้นต้องมีส่วนเสีย 2-3 เปอร์เซ็นต์ เราก็เขี่ยออกเพื่อทำให้รัฐบาลทำงานได้ราบรื่น
ฝ่ายค้านลับปาก
    ส่วนท่าทีของฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกประชุม ส.ส.ที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เพื่อซักซ้อมประเด็นการอภิปราย รวมทั้งกำหนดระยะเวลาอภิปรายของแต่ละคน และจัดคิวอภิปรายในส่วนของส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย, นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน, นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี, นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา, นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู, นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์, นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม., นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี, น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด, น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมด้วย
         น.อ.อนุดิษฐ์เผยว่า การเชิญบุคคลที่ทำหน้าที่อภิปรายมาหารือเพื่อพิจารณาเนื้อหาสาระที่แต่ละบุคคลได้เตรียมไว้นั้น จะนำมาปรับปรุงให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด เช่น ส่วนของการผลิตสื่อประกอบการอภิปราย ซึ่งแต่ละบุคคลจะช่วยพิจารณาว่าจุดใดจะใช้คลิปไหนประกอบการอภิปราย คลิปไหนจะใช้ในช่วงเวลาใด โดยมีทีมสนับสนุนการอภิปรายช่วยพิจารณาด้วย ทั้งนี้ การปรับปรุงเนื้อหาสาระจะช่วยให้การนำเสนอน่าสนใจมากยิ่งขึ้น มั่นใจว่าไฮไลต์สำคัญจะเกิดขึ้นทุกชั่วโมง จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญ ขณะเดียวกันคณะทำงานสนับสนุนการอภิปรายจะจัดทำคลิปไฮไลต์ของแต่ละบุคคล เพื่อประชาสัมพันธ์ให้สังคมได้รับทราบถึงเนื้อหาสาระและข้อเท็จจริงของการทุจริตให้มากที่สุดด้วย
         ด้านนายชูวิทย์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่จะนำไปสู่การอภิปรายได้จากการรวบรวมของทีมงานพรรคเพื่อไทย รวมถึงข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน จึงขอให้ติดตามการอภิปรายโดยไม่คลาดสายตา เพราะไฮไลต์จะเกิดขึ้นทุกช่วงทุกประเด็นของการอภิปราย เช่น ข้อมูลการอภิปรายของตนที่จะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลภายใต้การบริหารราชการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม คิดไม่เป็น ทำไม่เป็น สุดท้ายนำไปสู่ความล้มเหลว
        ขณะที่นายสมคิดกล่าวว่า การซักซ้อมวันนี้ถือเป็นการติวเข้มรอบ 2 ก่อนวันอภิปรายจริง ซึ่งได้เน้นย้ำถึงแนวทางการอภิปราย โดยเฉพาะข้อมูลที่จะใช้กล่าวหาคณะรัฐมนตรี ข้อมูลจะได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นการอภิปรายที่จะเกิดขึ้นขอให้ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมืออภิปรายได้เตรียมงานมาร่วมเดือน ทีมงานทุกคน ทั้งคณะทำงานของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย และข้อมูลสนับสนุนจากประธานยุทธศาสตร์พรรค ผนวกเป็นทีมเพื่อไทย ซึ่งจะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวังแน่นอน
    ส่วนนายสุทินกล่าวว่า การอภิปรายมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เกิดขึ้นใน 3 ระดับ ได้แก่ ขั้นแรกคือเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ขั้นที่สองคือการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรี หรือปรับคณะรัฐมนตรี และเป้าหมายขั้นสูงสุดคือคาดหวังให้เปลี่ยนรัฐบาล และเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี
         โดยบุคคลที่จะถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้านมากที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เนื่องจากบริหารบ้านเมืองไร้ประสิทธิภาพ ประชาชนเกิดความทุกข์ยาก ประเทศเจอภาวะวิกฤติหลายด้าน ทั้งสงครามการค้า ค่าเงินบาท การส่งออกชะลอตัว การรับมือกับไวรัสโควิด-19 และฝุ่น PM 2.5 ที่ไร้ประสิทธิภาพและประชาชนลำบาก สะท้อนจากตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง โดยในปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจเติบโตเพียงร้อยละ 2.4 ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบหลายปี และมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะติดลบในปีนี้ เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศล้มเหลว จึงเป็นเหตุผลให้นายกฯ และคณะรัฐมนตรีไม่ควรอยู่ต่อไป
       “จบการอภิปรายในครั้งนี้ นายกฯ จะได้ฉายาคนบาปครองเมือง เพราะคนที่ยืนอยู่บนความลำบากของคนอื่น คุณก็จะได้รับเสียงสาปแช่ง และถ้าคุณยังทนเสียงสาปแช่งได้ก็คือคนบาป ถ้าเป็นคณะก็คณะคนบาปครองเมือง อย่างไรก็ตาม เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล และเป็นครั้งแรกที่เป็นการอภิปรายมีช่องทางแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดย ส.ส.มีหน้าที่โหวตในสภา ขณะที่ประชาชนสามารถโหวตนอกสภาผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในประเทศไทย" นายสุทินกล่าว.


วันนี้ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ เป็นวันเข้าพรรษาเมื่อพูดถึงคำว่า "เข้าพรรษา"สิ่งแรกที่คนไทยแทบทุกคนนึกถึง คือ คำว่า "ทำบุญ"เรื่องบุญนั้น..........

'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"