นายกฯประยุทธ์แจงยิบปมพ่อขายที่ดิน


เพิ่มเพื่อน    

24 ก.พ.63 - จากนั้นเวลา 17.19 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ชี้แจงว่า ขอชี้แจงเรื่องที่ดินของบิดาซึ่งเป็นโฉนดมาตั้งแต่ปี 2482  เป็นของครอบครัวตน เมื่อปี 2495 เป็นของปู่ย่า ตนยังไม่เกิดเลย เป็นสมบัติของพ่อ และเป็นมรดกตกทอด เพราะพี่น้องเสียชีวิตหมดจึงเป็นของพ่อตนเมื่อปี 2535 ช่วงนั้นที่ดินบูมก็ไม่ยอมขาย เพราะเก็บไว้ให้ลูกหลาน เมื่อถึงปี  2556 ตนเป็นผู้บัญชาการทหารบกแล้วพ่อก็ขายที่ดิน ซึ่งตอนนั้นพ่อตนไม่แก่มากนัก ยังจำได้พูดจาอะไรได้หมด ดังนั้นจะมาบอกว่าพ่อตนแก่เกินไปก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร และเรื่องที่ท่านไปพูดกับสื่อตนก็ไม่เคยได้ยิน บางทีก็ออกมาตามสื่อสัมภาษณ์อย่างโน้นอย่างนี้ ต้องไปถามพ่อตนอีกที ซึ่งตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ที่ดินดังกล่าวอยากให้ดูที่ว่าเป็นบ่อตกปลา จะเป็นบ่อตกปลาได้อย่างไร เพราะเป็นที่แปลงใหญ่  ทั้งหมดมี 50 ไร่ ถ้าไปดูแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศก็ถือว่าเป็นที่ผืนใหญ่ที่สุดในบริเวณนั้น  และมีถนนเลียบข้างหน้าประมาณ 300-400 กว่าเมตร  ตอนหลังพ่อแบ่งออกเป็น 4 แปลง และที่บอกว่าเป็นบ่อน้ำนั้นเป็นลำธารสาธารณะ เรียกว่าคลองหนามแดง ไม่ใช่บ่อตกปลา ตรงกลางเป็นที่ดอน  ที่ดินให้เช่าปลูกพืช ทำการเกษตร  ซึ่งเมื่อตอนเด็กตนเคยพายเรือไปที่นี่ เกิดมาก็เห็นพื้นที่แปลงนี้แล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าจะผิดตรงไหน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการซื้อขาย ก็เป็นเรื่องของข้อตกลงระหว่างคนขายกับคนซื้อ เขาจะซื้อราคาเท่าไหร่ บริษัทไหนจะมาซื้อ ซึ่งก่อนปี 2556 จำได้ว่าพ่อติดป้ายประกาศขายตั้งแต่ปี 2554-2555  มีผู้ติดต่อมาโดยตลอด แต่ก็ไม่ได้ขาย จนท้ายที่สุดก็มีบริษัทนี้ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของใครด้วยซ้ำไป เพราะตอนนั้นเป็น ผบ.ทบ. ไม่รู้จักใครเป็นพิเศษส่วนตัว และไม่คิดว่าจะเอื้อให้กับเขาได้ในอนาคตด้วย

“ถ้าคุณพูดแบบนี้หมายความว่าผมไปต่อรองกับเขา ว่าคุณซื้อที่ตรงนี้แล้ววันหน้าผมจะดูแลเขา   แล้วผมไปสัญญากับเขาได้หรือไม่ว่าผมจะเป็นนายกฯ ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่ คุณพูดเกินไปหรือเปล่า  ซึ่งราคาที่ขณะนั้นในปี2556 ราคาตามท้องตลอดประมาร 609 ล้านบาท ในที่ปัจจุบันปี 2562ประมาณ 812 ล้านบาท ซึ่งราคามันขึ้น เวลาซื้อขายก็ต้องซื้อขายตามราคาท้องตลอด และการเสียภาษีก็ถูกต้อง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ตนก็แจ้งตอนเป็น ผบ.ทบ. และเมื่อมาเป็นนายกฯครั้งที่ 2 ก็มีการแจ้งตามกฎหมาย ป.ป.ช. ทั้งที่ป.ป.ช.เขาเขียนว่าไม่ต้องแจ้ง แต้ก็แจ้ง แต่เขาไม่ได้มาเปิดเผย เพราะตนยังไม่สิ้นสุดหน้าที่ตามกฎหมาย ฉะนั้นการพูดแบบนี้ทำให้สับสนอลหม่านกันหมด ดังนั้น เรื่องที่ดิน คงไม่ตอบอะไรมากไปกว่านี้แล้ว ลองดูที่ก็แล้วกัน แพงตรงถนนหรือเปล่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน และการที่บริษัทมาซื้อไปพัฒนาก็ไม่รู้ไปพัฒนาอะไร เพราะเขาเป็นพร็อพเพอร์ตี้  เขาไม่ได้ปลูกต้นไม้ ซึ่งเขามีสิทธิในการประกอบการ คุณต้องเข้าใจตรงนี้ ก็แล้วแต่ท่านแต่ตนว่าท่านไม่เข้าใจอะไรง่ายๆหรอก ตนคุณเป็นคนเข้าใจอะไรยากอยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่กล่าวว่าตนไม่ไปดูแลพี่น้องชาวอีสาน เป็นรัฐบาลปัจจุบัน 7 เดือน  ไปเยี่ยมพี่น้องชาวอีสาน 11 ครั้ง  มีการจัดสรรงบประมาณลงไป 2.4 หมื่นล้านบาท แม้เขาจะไม่ชอบตน ตนก็ไป ไม่ใช่ไม่ชอบแล้วไม่ไป  ตนให้ทุกจังหวัด นี่คือรัฐบาลนี้ รัฐบาลก่อนหน้าก็ทำแบบนี้ ส่วนในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงการศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการดำเนินการมาอยู่แล้ว ดำเนินการมาตั้งแต่ 2539 ติดขัดปัญหาข้อกฎหมายที่ออกมาภายหลัง กฎหมายควบคุมก่อสร้าง 2542  และในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดินปี 2546 ห้ามก่อสร้างอาคารสูงเกิน 23 เมตร  ซึ่งมี 3 สัญญา สัญญา 1 สัญญา 2 สร้างตึกได้  ทำโรงแรมได้ แต่กฎหมายออกมาตามหลังทำไม่ได้ จึงไม่สามารถปฎิบัติตามสัญญา 2 แต่เมื่อเดินหน้าไปสู่สัญญา 3 ที่เขามีอยู่แล้ว ก็ต้องมาแก้ไขว่าจะทำอย่างไร ซึ่งตนจะกระทรวงการคลัง และนายวิษณุ เครืองามรองนายกฯ ชี้แจงในส่วนของกฎหมาย ต่อไป ส่วนที่บอกว่าอัยการถามมา 10 ข้อ  ซึ่งเราก็ชี้แจงไปแล้ว อัยการก็มีมติเห็นชอบและไม่มีข้อทักท้วงแต่ประการใด ส่วน เรื่องการแก้ไขปัญหาที่สีต่างๆ เป็นเรื่องของการประกาศบังคับใช้ผังเมืองกรุงเทพฯ 2556 เป็นการดำเนินการก่อนรัฐบาลที่แล้วเข้ามา  เป็นรัฐบาลใครทำก่อนปี 2556 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"