รบ.ขู่ฟ้อง‘ชอ่ ’โยง1MDB


เพิ่มเพื่อน    

 "บิ๊กตู่" ซัด "ช่อ" จับแพะชนแกะโยงรัฐบาลเอี่ยวทุจริต 1MDB ขู่! อภิปรายนอกสภาไร้เอกสิทธิ์คุ้มครอง สั่งตรวจสอบเข้าข่ายผิด กม.ฟ้องทันที "ประวิตร" แจงคนสนิทนาจิบเข้าออกไทยก่อนอินเตอร์โพลออกหมายจับ "บัวแก้ว" โวยมั่วจัดเลย "ตร." ถอดคำแถลง "พรรณิการ์" ลั่นพบบิดเบือนข้อมูลดำเนินคดีแน่ "อดีตโฆษก อนค." ฟุ้งมีหลักฐานชัด ยันไม่กลัวโดนฟ้อง ฮึ่ม! เตรียมแฉต่ออีกเพียบ

    เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งยิ้มตอบคำถามสื่อมวลชน กรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ กล่าวหารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดีทุจริต 1MDB จะดำเนินคดีฟ้องร้องหรือไม่ว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ากันไป 
    "ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบของเขา ถ้าไม่จริงก็ฟ้องไปสิ อันไหนฟ้องได้ก็ต้องฟ้อง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้นายกฯ ดูนิ่งๆ และอารมณ์เย็นขึ้น เป็นการปรับลุกส์ใหม่รับการอภิปรายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเป็นไปตามสถานการณ์ นายกฯ ก็ต้องปรับตัวแบบนี้มั้ง
    จากนั้นหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า เรื่องการกล่าวหารัฐบาลมีส่วนร่วมคดีทุจริต ตนคิดว่าต้องระมัดระวังเพราะเป็นเรื่องระหว่างประเทศ การนำเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงไปมาในลักษณะเรียบง่าย จับแพะชนแกะ ซึ่งข้อเท็จจริงตนคิดว่าหน่วยงานต่างๆ มีข้อมูลอยู่แล้ว แต่เขายังไม่โต้ตอบอะไรในตอนนี้ เพียงแต่กำลังเก็บทุกประเด็น นำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมาย เพราะหลายเรื่องหลายคนกล่าวอ้างเองตรงนั้น และเรื่องเหล่านี้มีคำชี้แจงทั้งหมด และตนได้รับคำชี้แจงมาหมดแล้ว คิดว่าเก็บไว้เป็นประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรมจะดีกว่า
    "ข้อสำคัญไม่ว่าใครจะพูดอะไรนอกสภาหรือที่ไหนก็ตาม มีกฎหมายหลายฉบับ การคุ้มครองเอกสิทธิ์ก็ไม่มี และกฎหมายอื่นในเรื่องการชุมนุมก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ขอให้ระมัดระวัง ผมเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปร่วมกับเขา รวมความถึงนิสิตนักศึกษาหลายท่าน บางทีไปก็อันตรายกับอนาคตของตัวเอง เพราะกฎหมายก็คือกฎหมาย กฎหมายที่ใช้ทั้งหมดเป็นกฎหมายของไทย ฉะนั้นการจะเอาใครก็แล้วแต่มาร่วมการพิจารณาอะไรต่างๆ เหล่านี้ ต้องดูความเหมาะสมว่าควรหรือไม่ควรอย่างไร ไม่อยากให้ต่างชาติเขามาให้ร้ายเราโดยข้อมูลที่บิดเบือนออกไป บางทีไม่เกิดประโยชน์กับเรา เราประเทศไทยมีอิสรเสรีใช่หรือไม่ ฉะนั้นไม่ควรจะให้ใครเข้ามาเกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาของเรา" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายกฯ กล่าวว่า สำหรับกติกาพันธสัญญาต่างๆ ของโลก เราก็ทำทุกอย่างอยู่แล้ว ดูสิการยอมรับจากต่างประเทศเป็นอย่างไร สถิติการยกระดับต่างๆ ด้านความเชื่อมั่นเชื่อถือหลายๆ อย่างก็ดีขึ้นมาตามลำดับ วันนี้ถ้าประเทศไทยจะมีปัญหา ตนคิดว่าเกิดจากเราเองเป็นส่วนใหญ่ ต้องขอร้องทุกคนก็แล้วกัน
    ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างที่ น.ส.พรรณิการ์ระบุ รวมทั้งเรื่องเกิดขึ้นภายหลังที่อินเตอร์โพลจะประกาศ รัฐบาลไม่ได้รู้จักใคร 
จ่อฟ้อง 'ช่อ' ปูดข้อมูลเท็จ
    ถามว่าไม่ได้ให้ที่พักพิงอาชญากรข้ามชาติใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าจะให้พักพิงอย่างไร ไม่มี อินเตอร์โพลออกภายหลัง แต่คนสนิทนายโจ โล นักการเงินคนสนิทของนายนาจิบ ราซัค อดีตนายกฯ มาเลเซีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตกองทุนวันเอ็มดีบีเขาเข้ามาประเทศไทยก่อน และเมื่อออกจากประเทศไทยไปแล้วอินเตอร์โพลจึงค่อยประกาศออกมา
    ซักว่ามีการพาดพิงนักธุรกิจ พ.พาน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ทราบและไม่รู้ ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องดำเนินการอะไร ถ้าผิดตำรวจเขาก็แจ้งความ และยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องชี้แจงอะไรเพิ่มเติมเพราะไม่มีอะไร 
    ถามว่าต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวคณะอนาคตใหม่เป็นพิเศษหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เราจับตาทุกฝ่ายถ้าทำอะไรที่ผิดกฎหมายก็ว่ากันไป เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง ใครที่ดีทำถูกกฎหมายก็ไม่ต้อง
    เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าได้ข้อมูลมาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ 
    ซักว่าจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาข้อมูลของ น.ส.พรรณิการ์หรือไม่ว่าใครปล่อยข้อมูล พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า โฆษกรัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะดำเนินคดี
    ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องที่ น.ส.พรรณิการ์ออกมาระบุมั่วจัดเลย เท่าที่ตนรู้นะ มั่วแบบฟ้องกันได้เลยในเรื่องนี้
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาตรวจสอบถ้อยคำที่ น.ส.พรรณิการ์แถลงทั้งหมดว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะเป็นการกล่าวหา พาดพิง ให้ร้ายรัฐบาล หน่วยงานรัฐ และเจ้าหน้าที่หลายราย ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรและเกิดความสับสนแก่พี่น้องประชาชน
    พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์
กล่าวหารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์อาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดี 1MDB โดยช่วยเหลือในการกักขังนายซาเวียร์  อันเดร จัสโต สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ พยานคนสำคัญในคดีว่า คดีนี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ว่านายซาเวียร์มีพฤติกรรมข่มขู่กรรโชกทรัพย์และรีดเอาทรัพย์บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทที่นายซาเวียร์เคยทำงาน โดยขู่ว่าจะเปิดเผยเอกสารสำคัญของบริษัท หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การขออนุมัติศาลออกหมายจับนายซาเวียร์ ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการฟ้องคดี ศาลพิพากษาจำคุก 6  ปี แต่จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 ปี แต่จำคุกจริงแค่ปีกว่าก่อนจะพ้นโทษออกมา อย่างไรก็ตามคดีนี้จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ ฉะนั้นที่มีการกล่าวหาว่าเอาคนผิด คนบริสุทธิ์มาติดคุกนั้น อยากให้พิจารณาข้อเท็จจริง การกล่าวหาแบบนี้เป็นการบิดเบือนหรือไม่
    "คดีนี้นายซาเวียร์ยอมติดคุกและไม่ใช้สิทธิ์อุทธรณ์ เพราะหากเขามั่นใจว่าตัวเองบริสุทธิ์ ทำไมไม่ใช้ช่องทางตามกระบวนการยุติธรรมทั้งอุทธรณ์และฎีกา ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา การจะกล่าวหาหรือดำเนินคดีกับผู้ใดจะต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน เมื่อตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวน ส่งให้พนักงานอัยการพิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ซึ่งเป็นการกลั่นกรองอีกครั้งก่อนที่จะส่งฟ้องต่อศาล ทุกขั้นตอนเป็นอิสระอยู่แล้ว การที่จะบอกว่าเอาคนบริสุทธิ์เข้าคุกนั้น ลักษณะแบบนี้ต้องไปดูว่ามันเป็นไปตามเนื้อผ้าหรือไม่อย่างไร อาจจะเป็นการนำข้อเท็จจริงที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงไปบิดเบือนเพื่อทำให้เกิดกระแสสังคมหรือไม่" พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว
    รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ตำรวจมีการตรวจสอบข้อมูลการแถลงของ น.ส.พรรณิการ์ ว่ามีความถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นการนำข้อมูลเพียงบางส่วนมาบิดเบือน ทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยการทำงานของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเก่าสมัยที่ พล.ต.อ.สมยศ  พุ่มพันธุ์ม่วง ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นเวลาร่วม 6 ปีแล้ว ไม่ทราบว่านำเรื่องนี้ไปผูกได้อย่างไร
พรรณิการ์ยันมีหลักฐาน
    ขณะที่ ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก   Suphanat Aphinyan ระบุว่า "เอามาให้ดูกันชัดๆ หมายแดงของ โจ โล ที่ออกโดยตำรวจสากล  (Interpol) ที่ออก ณ วันที่ 11 มิถุนายน 2018 และประเทศไทยมีสนธิสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทย กับมาเลเซีย เป็นเหตุให้...โจ โลหนีออกจากไทยในวันที่ 13 พ.ค. 2018 ในขณะที่อินเตอร์โพลของมาเซียออกมาวันที่ 11 มิ.ย. 2018 ส่วนสิงคโปร์...ประเทศไทยไม่มีสนธิสัญญาดังกล่าวกับสิงคโปร์แต่อย่างใด อีกอย่างไม่มีประเทศในแถบนี้ที่ช่วยจับ โจ โล ที่เป็นชาวมาเลเซียให้สิงคโปร์เลยสักประเทศ...อินเตอร์โพลของสิงคโปร์จึงแทบไร้ความหมาย"
    จากนั้น น.ส.พรรณิการ์ โพสต์ทวิตเตอร์ @Pannika_FWP ระบุว่า "ถามหากันมากว่าหมายแดงโจ โล ที่ช่อพูดถึง เป็นหมายที่ออกปีไหนกัน ยืนยันนะคะว่าเช็กมาดีไม่มีมั่ว หมายแดงตำรวจสากลที่สิงคโปร์ขอให้ออก ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2016 ค่ะ ส่วนหมายที่ IO อ้างกันคือหมายแดงที่มาเลเซียขอ #1MDB"
    ที่รัฐสภา น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมาสังเกตการณ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดย น.ส.พรรณิการ์กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมฟ้องกลับ กรณีที่เธอระบุรัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันกองทุน 1MDB ของมาเลเซียว่า เรื่องนี้น่าผิดหวังสำหรับรัฐบาล เพราะตนต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบและแสดงความจริงใจกับประชาชน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการถูกฟ้องร้อง 
    น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า หากจะกล่าวหาว่าตนพูดลอยๆ ขอให้นำหลักฐานออกมาชี้แจง ประชาชนมีสิทธิ์รับรู้ความจริงจึงต้องมีคำตอบจากรัฐบาล มั่นใจในหลักฐานที่นำมาเปิดเผย เพราะอะไรที่ไม่มีหลักฐานจะไม่พูด อะไรที่เป็นความจริงว่ารัฐบาลทำก็จะแถลงว่ารัฐบาลทำ
    "เรื่องการฟ้องร้องพร้อมเข้าสู่กระบวนการ แต่ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมฟ้องมาคนเดียว ไม่จำเป็นต้องรบกวนหน่วยงานอื่นมาฟ้องร้อง เพราะทราบว่าจะให้หน่วยงานที่ถูกพาดพิงมาฟ้องร้องด้วย ที่สำคัญไม่กลัวการฟ้องกลับ ไม่เช่นนั้นคงไม่เดินมาถึงขั้นนี้ และไม่ใช่การแก้แค้นที่ถูกยุบพรรคอนาคตใหม่จึงออกมาเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องที่เตรียมไว้เพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เมื่อกรรมการบริหารพรรคอนาคตถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และเป็นเนื้อหาที่ไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้อภิปรายได้ จึงเปิดอภิปรายนอกสภา ซึ่งเรื่องนี้ในสภาก็จะไม่มีอภิปรายแล้ว โดยเป็นแค่ 1 ใน 10 เรื่องเท่านั้น" น.ส.พรรณิการ์กล่าว
    อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ทั้ง 10 เรื่องไม่มีเรื่องใดเป็นเรื่องเบาๆ ที่กล่าวหาลอยๆ มีหลักฐานครบ การอภิปรายนอกสภาเป็นส่วนหนึ่งของคณะอนาคตใหม่ ที่เมื่อมีการจัดทำข้อมูลไว้หลายเรื่องแต่ไม่ได้พูด ก็ต้องสานต่อให้เสร็จด้วยการเปิดเผยต่อสาธารณะ.
 


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'