‘อรุณชิงร่วง’ ก่อนศึกซักฟอกจบ ฝ่ายค้านบ้อท่ารัฐบาลงานฉลุย


เพิ่มเพื่อน    

                ยุทธการ อรุณรุ่ง ภายใต้กุนซือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กลายเป็นหนังไม่ตรงปก กับที่พยายามโปรโมต โหมโรงกันก่อนหน้านี้

                7 ปี ที่รัฐสภาร้างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนประเมินว่า เนื้อหาสาระของฝ่ายค้านจะหนักแน่น  ทั้งข้อมูล เนื้อหา และลีลาการซักฟอกที่เผ็ดร้อน เข้มข้น

                แต่ผ่านไป 2 วัน ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลายเป็นฝ่ายค้านที่ถูกกระแสตีกลับ จากการปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน

                ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่ ร.ต.อ.เฉลิม วางตัวเอาไว้ให้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน โดยเฉพาะการชำแหละ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม  ในประเด็นการขายที่ดินของบิดา อภิปรายแบบผิดฟอร์มอย่างแรง

                นอกจากอภิปรายวกไปวนมา ยังไม่สามารถเชื่อมโยงประเด็นให้เห็นความผิดปกติได้ ซ้ำร้ายยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหลายครั้งหลายคราตลอดการอภิปราย จนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องอบรมทางอ้อมอยู่บ่อยครั้ง

                ท่ามกลางการจับตาจากหลายฝ่ายว่า สาเหตุที่ฝ่ายค้านออกอ่าวออกทะเล มาจากฝีมือไม่ถึง หรือเป็นเพราะเรื่องนี้เป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่

                ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเอิกเกริก มีวอร์รูมหลายคณะเพื่อรับมือการอภิปรายของฝ่ายค้าน ราวกับวิตกกังวล กลับกลายเป็นว่า มาถึงตรงนี้ไม่มีงานที่เหลือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับผ่านมันไปได้อย่างสบายๆ

                ทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาซักฟอก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายที่ดินของบิดา พล.อ.ประยุทธ์  เรื่อยไปถึงเรื่องการบริหารประเทศ เศรษฐกิจ มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพียงแค่สลับบุคคลกันขึ้นมาอภิปราย

                แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ฝ่ายรัฐบาลกังวลว่า จะฟิวส์ขาดจากการยั่วประสาทของฝ่ายค้านเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้กลับไม่มีท่าทีที่จะแสดงออกถึงความเกรี้ยวกราด

                ท่าทีสุขุมที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากการอดทนอดกลั้น หากแต่เนื้อหาที่ฝ่ายค้านอภิปรายเป็นข้อมูลเดิมๆ ที่เคยมีการหยิบยกมาโจมตีบ่อยครั้งแล้ว

                ในด้านรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่ถูกมอบหมายให้เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องมา สามารถลุกขึ้นชี้แจงได้ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้อธิบายในรายละเอียด โดยยังไม่มีใครตะกุกตะกักกับสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายมา จนถึงขั้นตอบไม่ได้

                เนื้อหาส่วนใหญ่กลายเป็นเนื้อหาที่รัฐบาลคาดการณ์และเตรียมการบ้านมาตรงโจทย์ทั้งหมด บ่อยครั้งเป็นฝ่ายรัฐมนตรีที่ชิงชี้แจงครอบคลุมได้มากกว่าคำถามที่ฝ่ายค้านยิงใส่เข้ามาเสียอีก

                จะเห็นว่า หลายครั้งเป็นฝ่ายค้านเองที่รู้สึกอึดอัด เพราะฝ่ายรัฐมนตรีไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้าน ตีกิน แต่เก็บทุกเม็ดที่มีการพูดถึง บางจังหวะยังแอบ สอนมวย อีกด้วย

                เรียกว่า รัฐมนตรีแทบจะแย่งกันชี้แจง

                ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ หรือเป็นหมัดเด็ด เนื้อหาตลอดสองวันเป็นข้อมูลเก่า ผสมกับข้อกล่าวหาที่เป็นนามธรรมมากกว่ารูปธรรม ไร้ซึ่ง ใบเสร็จ เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีต

                นอกจากความกังวลที่ฝ่ายค้านไม่สามารถมอบให้ฝ่ายรัฐบาลได้ ในส่วนเรื่องของการลงมติเองแทบจะตัดออกไปได้ในตอนนี้ หลังช่องว่างระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลห่างกันจนอยู่ในระดับปลอดภัย

                ปัจจุบันฝ่ายรัฐบาลมี 263 เสียง ฝ่ายค้าน 224 เสียง ยังไม่นับรวม ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ย้ายมาอยู่กับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ข้อกังวลนี้จึงแทบจะถูกตัดไป

                ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เหลือ ความกดดันน่าจะตกไปอยู่กับฝ่ายค้าน ที่ต้องพยายามกู้ศรัทธาคืนมา ด้วยการลบภาพการซักฟอกแบบผักบุ้งโหรงเหรง

                เพราะถึงเวลานี้ อรุณรุ่งที่ฝ่ายค้านหวังดับจันทร์โอชา ถูกค่อนแคะกันทั่วสารทิศว่า กลายเป็นอรุณร่วง ที่ยิ่งอภิปรายยิ่งหล่นร่วงไปเรื่อยๆ. 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.