'ลูกตาล'ฉุนคลิปทวงหนี้ยื่นฟ้องหมิ่นประมาท


เพิ่มเพื่อน    

26 ก.พ.2563- ที่ศาลอาญา ลูกตาล-น.ส.ชโลมจิต หรือทิพย์วรรณ จันทร์เกตุ อายุ 49 ปี อดีตดารานางแบบเซ็กซี่ชื่อดัง และนายเดชา ทองสุข ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้อง น.ส.ฐิตาภัสร์ อัครศักดาภิรมณ์ และ น.ส.อัยรินทร์ กนกเลิศวงศ์ เจ้าของร้านเพชรบลูไดมอนด์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.การทวงหนี้ พ.ศ.2558  จากกรณีเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏคลิปสนั่นโซเชียล "ลูกตาล ชโลมจิต จันทร์เกตุ" ถูก "จุ๋ม ฐิตาภัสร์ อัครศักดาภิรมย์" เจ้าของร้านเพชร บุกทวงเงิน 1.4 ล้าน ถึงฟิตเนสย่านอาร์ซีเอ ก่อนที่ลูกตาลจะขึ้นรถหรูขับออกไป โดยเจ้าของร้านเพชรเปิดใจว่าอีกฝ่ายยืมเงิน 1.4 ล้าน ต้องคืนเงินในเดือน ธ.ค.2561 ซึ่งทำสัญญากันไว้แล้ว ทำให้โจทก์รู้สึกเสื่อมเสียชื่อเสียงและมาฟ้องศาลในวันนี้

นายเดชา ทนายความเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากคลิปที่ปรากฏนั้น มีพฤติกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมายทวงหนี้ พ.ศ.2558 และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จึงจำเป็นต้องมาฟ้อง ทั้งนี้เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสมาเจรจาพูดคุยกัน ความจริงจะได้ปรากฏว่า ขณะนี้กำลังหารือกันว่าจะฟ้องมากกว่า 1 คดี  อาจจะมีการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากศาลแพ่งด้วย ซึ่งคุณลูกตาลอยากจะเรียกค่าเสียหาย ประมาณ 10 ล้านบาท แต่จะต้องพิจารณาความเหมาะสมก่อน ขณะที่ธุรกิจฟิตเนสภายหลังเกิดคลิปดังกล่าว ทำให้คนมาสมัครลดน้อยลง เขากังวลว่าจะปิดหรือไม่ปิดบริการ เบื้องต้นก็เกิดความเสียหาย

“เราต้องแยกกัน เรื่องเงินกู้ก็ให้เขาฟ้องมา แต่เขาก็ไม่ได้ใช้สิทธิทางศาล เพราะเราอ้างว่าเรามีหลักทรัพย์ประกัน คืนมอเตอร์ไซด์ และชำระหนี้คืนบางส่วนแล้ว 845,000 บาท ซึ่งหนี้ยังควรเหลือหรือชำระอีกเท่าไหร่ ” ทนายความระบุ

ขณะที่ น.ส.ชโลมจิต หรือลูกตาล เปิดเผยว่า ที่มาฟ้องศาลวันนี้ไม่มีความกังวลใดๆ แต่รู้สึกโล่งอกมากกว่า ที่เราจะได้ต่อสู้ในสิ่งที่เราคิดว่าเราถูก เพราะเราพูดความจริง และต้องการปกป้องศักดิ์ศรีที่อีกฝ่ายทำให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง เราอยากจะแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้โกง เราต้องการใช้หนี้ 

“เมื่อปรากฏเป็นคลิปก็ทำให้รู้สึกแย่มาก เพราะความจริงแล้วการเป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ อย่างที่พี่ทำมาก็พยายามใช้คืนตลอดทั้งปี แต่การทวงหนี้ก็น่าจะพูดคุยกันได้ ไม่น่าจะทำให้เราเสื่อมเสีย ส่วนเรื่องความมั่นใจของลูกค้าไม่เหมือนเดิม ความเสียหายต่อเดือนก็หลายล้านบาท ลูกค้ามักจะมาถามจากพนักงานว่ายิมยังเปิดบริการอยู่ไหม ยังเปิดอยู่หรือเปล่า เราก็บอกว่ายังเปิดตามปกติ อยากสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับธุรกิจยิมเราเลย แต่เป็นเรื่องธุรกิจอื่นมากกว่า”

ผู้สื่อข่าวถามว่ากังวลหรือไม่ว่าคู่กรณีจะฟ้องเราเรื่องที่กู้ยืมเงินจำนวน 1.4 ล้านบาทดังกล่าว น.ส.ชโลมจิต กล่าวว่า ไม่กังวลเลย เพราะว่าก่อนที่จะมาหาที่ยิมนั้น ก็เคยบอกแล้วว่าให้ไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลก็ได้ ถ้าไม่มั่นใจว่าเราจะใช้หนี้คืน แต่เขาก็ไม่ฟ้อง ซึ่งถ้าหากโดนฟ้องก็พร้อมมาตั้งนานแล้ว และน่าจะดีกว่าเกิดเหตุการณ์ที่ปรากฏเป็นคลิปหน้ายิมด้วยซ้ำ 

ภายหลังยื่นฟ้อง ศาลได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำที่ 461/2563 นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ในวันที่ 25 พ.ค. 2563 เวลา 09.00 น.
 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"