ตื่น‘โควิด-19’ระบาดหนัก ‘บิ๊กตู่’คลอดแผนเพิ่มเติม


เพิ่มเพื่อน    

  ไวรัสโควิด-19 พ่นพิษ ไทยตื่นระบาดใหญ่ในประเทศ  "บิ๊กตู่" จ่อประกาศรับมือจันทร์นี้ "อนุทิน" เผยซื้อยาจากจีนมีเพียงพอรักษาหากไม่ติดเชื้อเพิ่ม ร้องเอาผิดปู่ย่าฮอกไกโดตัวอย่างปกปิดข้อมูล ขณะที่กรมการค้าภายในเตรียมกระจายหน้ากากอนามัยผ่านร้านสะดวกซื้อ ด้านสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชประกาศงดการเฝ้าของบุคคล-ประชาชนทั่วไป 

    เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่ารัฐบาลจำเป็นต้องบูรณาการเพิ่มเติมลงไป จะมีการประกาศในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคมนี้ โดยในช่วงนี้ขอให้ทุกคนระมัดระวัง ส่วนใครที่จะเดินทางไปต่างประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ก็ต้องรับการคัดกรอง กักตัวอย่างน้อย 14 วัน และต้องแจ้งให้กับทางการทราบ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดความวุ่นวาย สับสนอลหม่านกันไปทั้งหมด 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในเรื่องของหน้ากากอนามัยตนได้เร่งรัดไปแล้ว โดยได้รับรายงานว่ามีโรงงานผลิต 9 แห่ง มีการผลิตเต็มกำลัง แต่ยังได้ปริมาณที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งก็จะต้องเร่งกำลังการผลิตต่อไป นอกจากนั้นได้มีการจัดสรรงบประมาณให้กับท้องถิ่น เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่จะใช้งานได้หลายครั้ง ถือว่ามีมาตรฐานที่จะป้องกันได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ขอให้รู้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพเป็นหลัก 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ตนเองจะได้เร่งรัดการท่องเที่ยวในประเทศ โดยมีมาตรการออกมา ทั้งเมืองหลักเมืองรอง แต่ประชาชนก็ต้องดูแลสุขภาพของตนเองด้วย ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะเดินทางไปดูงานยังต่างประเทศ ขอให้ลดในช่วงเวลานี้ รวมถึงข้าราชการที่มีภารกิจต้องเดินทางก็ต้องระวัง ตลอดจนการประชุมต่างๆ โดยเฉพาะการประชุมผู้นำอาเซียน-สหรัฐอเมริกา สมัยพิเศษ จัดขึ้นที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงกลางเดือนมีนาคมนี้ ก็รอกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ประสานจะว่าอย่างไร ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนที่จะตัดสินใจไป หรือไม่ไป แต่ทางสหรัฐจะมีการจัดประชุมอยู่หรือไม่ก็ต้องดูต่อไป เพราะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็มีความสำคัญ 
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงตัวยาที่ทางการจีนกำลังส่งมาช่วยรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ว่ายาดังกล่าวทางการไทยทั้งซื้อ และทางการจีนให้การสนับสนุน โดยยาดังกล่าวมาถึงไทยแล้ว และปัจจุบันเพียงพอที่จะรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แต่ที่สำคัญคือต้องไม่เพิ่มจำนวนผู้ป่วย และขอความร่วมมือให้ช่วยกันระวังป้องกัน 
ชงฟันกฎหมายปู่ย่าฮอกไกโด
    ที่กระทรวงสาธารณสุข นายปิยะวัฒน์ ศิลปรัศมี ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข รับมอบหนังสือจากนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข บังคับใช้กฎหมายกับกรณีปู่ย่ากลับจากฮอกไกโด เพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง จากการปกปิดข้อมูลประวัติการเดินทา งทำให้ยากต่อการควบคุมการติดเชื้อโควิด-19 เพราะปัญหาการระบาดของโควิด-19 มีมาเกือบเดือนแล้ว 
    ขณะที่ ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้ข้อสังเกตต่อการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 รับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุช่วงหนึ่งว่า ภาครัฐควรมีมาตรการที่ชัดเจน เหมาะสม เพียงพอ และเป็นไปตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ในการรับมือกับการระบาดของโรคที่มาจากคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องจิตสำนึกของแต่ละบุคคลว่าจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคแค่ไหน นอกจากนี้ บทกำหนดโทษใน พ.ร.บ.โรคติดต่อหลายกรณีเบาเกินไป ไม่เหมาะสมกับปัจจุบันบทกำหนดโทษที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ มีหลายมาตราที่ไม่เหมาะสม มีอัตราโทษที่น้อยเกินไป 
    ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในประเทศไทยนั้น ล่าสุด นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงสถานการณ์การระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่าพบผู้ป่วยคนไทยที่ยืนยันผลการตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายไทยวัย 25 ปี ประกอบอาชีพไกด์นำเที่ยวเกาหลีใต้ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในวันที่ 24 ก.พ.63 ด้วยอาการไข้ ไอ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ ขณะนี้ได้รับตัวไว้ในสถาบันบำราศนราดูร ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดได้ 2 คน ส่วนเพื่อนร่วมทัวร์และผู้สัมผัสบนเครื่องบินอยู่ในระหว่างการติดตาม ทั้งนี้ ได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการแล้ว ทำให้วันนี้ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมในไทยเพิ่มเป็น 41 คน
       นพ.สุขุมกล่าวด้วยว่า สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในประเทศไทย มีผู้ป่วยที่หายดีสามารถกลับบ้านได้เพิ่มอีก 1 ราย เป็นชาวจีนอายุ 30 ปี ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.เอกชน ก็รักษาหายดีและกลับบ้านได้แล้วเช่นกัน ทำให้ล่าสุดมียอดผู้ที่รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 28 ราย ยังอยู่ใน รพ.อีก 13 ราย ส่วนผู้ป่วยหนัก 2 รายที่นอนรักษาตัวอยู่ในสถาบันบำราศฯ ซึ่งรายแรกมีอาการของวัณโรคร่วมด้วย ส่วนอีกรายเป็นไข้เลือดออกร่วมด้วยนั้น ขณะนี้ผลตรวจจากห้องปฏิบัติการของทั้ง 2 ราย ออกมาเป็นลบ ไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระบบทางเดินหายใจแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในห้องความดันลบ และยังใช้เครื่องช่วยหายใจ อาการโดยรวมทรงตัว อยู่ในระยะการพักฟื้นให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น โดยมีทีมแพทย์ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
    "ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยเคสปู่ย่าหลาน ขณะนี้ผลตรวจที่เหลืออีก 4 คนออกมาแล้วเป็นลบ คือไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 จากที่เมื่อวานนี้ผลตรวจในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิด 97 คน ออกมาเป็นลบเช่นกัน แต่ทั้งนี้ ทั้งหมด 101 คนจะยังต้องเฝ้าระวังและสังเกตอาการต่อเนื่องอีก 14 วัน" ปลัด สธ.ระบุ
ประกันสังคมฟรีเคสเข้าข่ายติดเชื้อ
     นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผู้ประกันตนที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ อย่าละเลย ให้ไปเข้ารับการตรวจรักษา ซักประวัติในโรงพยาบาล ตามสิทธิการรักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และต้องให้ข้อมูลตามความเป็นจริงว่ามีประวัติไปต่างประเทศหรือไม่ หรือมีญาติป่วยเป็นไข้หวัดหรือไม่ เพื่อแพทย์ประเมินอาการได้ถูกต้องหากแพทย์สงสัยว่าจะเข้าข่ายโรคโควิด-19 แพทย์จะส่งตรวจเพาะเชื้อทางห้องแล็บ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายค่าตรวจ หรือค่ายาใดๆ และหากผู้ประกันตนไม่สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิได้ เช่น อยู่ต่างจังหวัด ต่างพื้นที่ สามารถเข้ารักษาได้ในโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้หรือโรงพยาบาลรัฐได้ทุกแห่งตามระบบประกันสังคมจะสามารถเบิกจ่ายได้เป็นกรณีฉุกเฉิน หรือฉุกเฉินสถานที่ได้ภายใน 72 ชั่วโมง 
    ด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมจะหารือกับผู้บริหารบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) เพื่อให้ดูแลการจำหน่ายหน้ากากอนามัยที่กรมได้กระจายผ่านสาขาของเซเว่นฯ 11,800 สาขา ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยจำกัดการซื้อของประชาชนคนละ 1 แพ็ก (4 ชิ้น ราคา 10 บาท) ต่อวัน เพื่อป้องกันการเหมาซื้อ และเวียนซื้อ หลังจากได้รับการร้องเรียนเข้ามาว่าสินค้าไม่มีจำหน่าย ทำให้ประชาชนไม่สามารถหาซื้อได้    ขณะเดียวกัน กรมได้ขอความร่วมมือไปยังร้านธงฟ้า 1,198 แห่ง ที่ได้รับหน้ากากอนามัยไปจำหน่าย ให้จำหน่ายตามเงื่อนไขที่กำหนดด้วย เพื่อให้สินค้ากระจายถึงมือประชาชนได้อย่างทั่วถึง โดยหากพบว่าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จะมีมาตรการลงโทษขั้นเด็ดขาด
    นายวิชัยระบุด้วยว่า ส่วนสถานการณ์การผลิต ล่าสุดโรงงาน 11 แห่ง ผลิตได้สูงสุดเดือนละ 35 ล้านชิ้น และในจำนวนนี้ ต้องปันส่วนมาให้กรมการค้าภายใน และผู้ผลิตค้าขายปกติ แต่ไม่มีการอนุญาตให้ส่งออก ยกเว้นหน้ากากชนิดพิเศษ ซึ่งในการอนุญาตก็มีเงื่อนไขให้มีการผลิตหน้ากากอนามัยแบบที่ใช้ป้องกันโรคส่งมาให้ศูนย์บริหารจัดการหน้ากากอนามัยด้วย   
รัฐ-เอกชนตื่นคุมเข้มไวรัส
    นายอติโชค ผลดี เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง กล่าวว่า ประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง (ก.บ.ศป.) ระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 41/8 (1) และ (9) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามมิให้ผู้มีอำนาจอนุญาตหรืออนุมัติให้ข้าราชการศาลปกครอง พนักงานราชการ และลูกจ้างสำนักงานศาลปกครองไปต่างประเทศหรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ หรือแวะผ่าน (Transit) ประเทศที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.-31 พ.ค.62  หรือจนกว่า ก.บ.ศป.จะมีมติเป็นอย่างอื่น 
    นายกาหลง ทรัพย์สอาด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้กำชับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด-19 โดยให้ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด ทั้งจุดที่ให้บริการลูกค้า อาทิ ประตู เครื่องกดบัตรคิว เก้าอี้ เคาน์เตอร์ให้บริการ และพื้นที่ในส่วนของการจัดการไปรษณียภัณฑ์
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ออกหนังสือด่วน ถึงตำรวจในสังกัด เรื่องในการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่แออัด พื้นที่เสี่ยง หรือพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง และสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น หมั่นล้างมือด้วยสขู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ
    ขณะที่นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด โดยเฉพาะท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีกว่า 7,000 แห่ง ให้มีการจัดการประชุมและมีการฝึกอบรมให้ความรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งจิตอาสาในการทำหน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐานรูปแบบเดียวกันกับกระทรวงสาธารณสุข หลังจากนั้นตั้งเป้าหมายให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะร่วมกันผลิตหน้ากากอนามัยให้ได้ 50 ล้านชิ้น โดยรัฐบาลจะสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการผลิตมาให้ 
    วันเดียวกัน คณะแพทย์ผู้ถวายการอภิบาลพระอนามัย เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แจ้งแก่สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชว่า ด้วยเหตุแห่งพระชนมายุสูง และการปฏิบัติพระกรณียกิจที่ต้องประทับท่ามกลางสมาคมของหมู่ชนจำนวนมาก นับเป็นภาวะเสี่ยงต่อโรค จึงสมควรงดการประทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลเฝ้าเป็นการทั่วไป และงดการเฝ้าของบุคคลทั่วไปโดยใกล้ชิด ในระยะที่มีการแพร่ระบาดของโรค
    สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จึงขอประกาศงดการนำความกราบทูลขอประทานพระวโรกาสให้คณะบุคคลเฝ้า และงดการเปิดให้ประชาชนเฝ้าถวายสิ่งของและเครื่องสักการะได้เป็นการทั่วไปดังที่เคยปฏิบัติในทุกวันเสาร์สุดท้ายของเดือน จนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะคลี่คลาย ทั้งนี้ ความทราบฝ่าพระบาทแล้ว.
 


"ศ.ธีรยุทธ บุญมี" เผยแพร่บทความเรื่อง "เมษาชี้ชะตาประเทศ" เมื่อวาน (๓๐ มี.ค.๖๓) อ่านแล้ว..... ต้องบอกว่า "อาจารย์ธีรยุทธ" ก้าวข้ามคำว่า "นักวิชาการ" สู่สถานะ "วิญญูชน" แท้จริง!

อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก