'จตุพร'เตือนปลายทางม็อบมีบางพวกให้จบแบบ6ตุลา ชี้2ฝั่งเคลื่อนไหว'นศ.-ฝ่ายต้าน'ขีดเส้นไม่ยุ่งสถาบัน


เพิ่มเพื่อน    

1 มี.ค.63 -ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์  ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี โดยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาพบปะพูดคุย ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนานกันเป็นประจำทุกสัปดาห์  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาที่ เคยวิเคราะห์ว่าให้นับเดือนไม่ต้องนับปี เพียงแต่ว่าในสถานการณ์ที่ตนเองอยู่ในสถานะเป็นคนผ่านทางและเคยเป็นผู้นำในการชุมนุมไม้สุดท้ายในเหตุการณ์พฤษภา 2535 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งเป็นจุดชี้ขาดในสถานการณ์นั้นประวัติศาสตร์หลายตอน ที่อยากอธิบายให้ฟังคือ การชุมนุมเรียกร้องของขบวนการนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จนกระทั่งถึงเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มาจนถึงเหตุการณ์บาดเจ็บล้มตายของคนเสื้อแดงในปี 2553 เป็นการพูดเพื่อต้องการให้บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยของประชาชนตามที่ได้ต่อสู้มายาวนาน
 

นายจตุพร ระบุว่า ประวัติศาสตร์ได้อธิบายไว้ทั้งหมด วันนี้เราเห็นปลายทางของนักศึกษาว่าจะเดินทางจบแบบ 14 ตุลาคม 2516 พฤษภาทมิฬและบางฝ่ายต้องการให้จบลงแบบ 6 ตุลาคม 2519 ในฐานะคนที่ผ่านทางศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้มากมายก็อยากให้นำแต่ละเหตุการณ์เป็นตัวสะท้อนเพื่อบอกกล่าวกับคนหนุ่มสาวในปัจจุบันว่าจะกำหนดจังหวะย่างก้าวกันอย่างไร เพราะ นักศึกษาเป็นพลังบริสุทธิ์ หากนักการเมืองเข้าไปชักใย ความบริสุทธิ์ของนักศึกษาก็หมดไป ขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามก็จะหยิบยกเรื่องสถาบัน พระมหากษัตริย์ขึ้นมาโจมตีกลุ่มนักศึกษา วันนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า สื่อที่ทำหน้าที่เล่นเป็นบทเดียวกับวิทยุยานเกราะ กำลังปลุกประเด็นนี้ขึ้นมา และมีคนพยายามจะใช้ 6 ตุลาคม 2519เป็นโมเดลทำลายขบวนการนักศึกษาจึงอยากบอกกล่าวเพื่อส่งเสียงดังๆให้ได้ยินกันทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะบรรดาฝ่ายนักศึกษาจะต้องขีดเส้นใต้ว่า  จะไม่มีเรื่องยุ่งเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนฝ่ายที่ต้องการต่อต้านนักศึกษาที่สวมบทวิทยุยานเกาะในขณะนี้ต้องไม่เอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาทำลายขบวนการนักศึกษา ดังนั้นทั้งฝ่ายนักศึกษาและฝ่ายต่อต้านจะต้อง ไม่นำเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เกี่ยวข้อง เพราะ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องระหว่าง นิสิตนักศึกษาประชาชนกับรัฐบาล
 
นายจตุพร กล่าวด้วยว่าปรากฏการณ์ชุมนุมของนักศึกษาปี 2563 เป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่นักศึกษา นักเรียนออกกันมาเเสดงพลังมากที่สุดและมากกว่าปรากฎการณ์ปี 2535 ในชีวิตนี้ไม่เคยเห็นพลังคนหนุ่มสาวลุกขึ้นออกมามากมายขนาดนี้ส่วนฝ่ายต่อต้านก็พยายามออกมาบอกว่ามีนักการเมือง พรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังนักศึกษาให้ออกมาชุมนุมนั้นตนเองยืนยันว่า ไม่มีนักการเมืองหรือพรรคการเมืองใดในประเทศไทย ที่จะไปปลุกนักศึกษาและนักเรียนได้ขนาดนี้ แต่ความที่ประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย  อีกทั้งยังประสบปัญหาเศรษฐกิจแสนสาหัส และยังเต็มไปด้วยความอยุติธรรม เหล่านี้ที่ไปปลุกให้คนหนุ่มสาวตื่นฟื้นขึ้นมา ดังนั้นตนเองอยากส่งเสียงบอกบรรดานักการเมืองทั้งหลายว่าอย่าเข้าไปยุ่ง ให้นักศึกษาจัดการกันเอง ส่วนประชาชนนั้นถือเป็นสิทธิ์ในการเข้าไปร่วม แต่ในอนาคตหากวันหนึ่งวันใดรัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาวันนั้นรัฐบาลจะได้เจอกับตนและอีกหลายๆคนอย่างแน่นอน
 
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากนี้อาจจะมีกระบวนการสร้างสถานการณ์ ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ของบ้านเมืองจะ ต้องเข้าไปดูแลความปลอดภัยให้กับนักศึกษาไม่ใช่ไปขอดูบัตรประชาชนนักศึกษา ดังนััน ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนนี้ขอมวลชนคนเสื้อแดงอย่าได้วิตก ว่า ทำไมตนเองไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ด้วยที่ผ่านมาตนเองเคยเป็นผู้นำนักศึกษามาก่อน เรารู้ว่าต้องสู้อย่างไร

นายจตุพร กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องบอกกับพลเอกประยุทธ์ ว่า ในสภาท่านชนะ แต่การเมืองรอบนี้เชื่อว่าจบที่มหาวิทยาลัยไม่ใช่ในสภา เพราะปัญหาอุปสรรคต่างๆที่ทำให้ประเทศล้าหลังและต้องยอมรับความเป็นจริงว่าประเทศอยู่ในความล้าหลังอย่างถึงที่สุดและยังไม่เห็นทางว่ารัฐบาลจะพลิกฟื้นชีวิตให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้อย่างไร ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้ได้เดินเลยไปจากเงือนไขของคำว่ายุบพรรคไปแล้ว แต่มันเป็นเรื่องของประชาธิปไตยกับเผด็จการ เป็นเรื่องของความยุติธรรมกับ ความอยุติธรรม ดังนั้นวันนี้ตนเองอยากให้พลเอกประยุทธ์ทำใจให้ว่างแล้วมองไปในมหาวิทยาลัย แล้วท่านจะรู้ว่ากำลังเจออยู่กับอะไร. 


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.