ประยุทธ์2/2'พปชร.'ป่วน! สามมิตรทึ้งเก้าอี้พลังงาน


เพิ่มเพื่อน    


    สะพัด! ประยุทธ์ 2/2 พปชร.ส่อป่วน ลือกลุ่มสามมิตรรอเขย่าเอาเก้าอี้ รมว.พลังงานจาก  "สนธิรัตน์" มาให้ "สุริยะ" ส่วน "สุชาติ-ประธาน ส.ส." ลุ้นเสียบแรงงานแทนหม่อมเต่า "สุวิทย์-การอุดมศึกษาฯ" ตีกันหลังมีชื่อหลุดตำแหน่ง อ้างปรับ ครม.ต้องตอบโจทย์ประเทศไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง 
    ความเคลื่อนไหวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังเสร็จสิ้นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยมีรายงานข่าวความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรีหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ส่งสัญญาณแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะขอปรับ ครม.เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยให้แต่ละพรรคไปจัดการกันเองตามสัดส่วนที่ได้รับ แต่ยังไม่ระบุช่วงเวลาที่แน่นอนในการปรับแต่ไม่ใช่เร็วๆ นี้นั้น 
    เมื่อวันที่ 2 มี.ค. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แต่ละกลุ่มต่างปฏิเสธยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ แต่มีการจับตาไปที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรีและประธาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ครั้งแรกพลาดเก้าอี้ หลังมีโผจะไปนั่ง รมว.แรงงานแทน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่มีกระแสข่าวอาจถูกโยกไปอยู่ตำแหน่งอื่น และนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท แกนนำกลุ่มสามมิตร ที่รอบก่อนหลุดโผรัฐมนตรีในครั้งแรก รอบนี้อาจได้ลุ้นอีกครั้ง 
    ขณะที่กระทรวงด้านเศรษฐกิจอย่างกระทรวงพลังงานก็ถูกจับตามองเช่นกัน โดยมีกระแสข่าวอาจมีการสลับเก้าอี้กันระหว่างนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว. พลังงานและเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ 
    นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่าเรื่องปรับ ครม.ต้องถามนายกรัฐมนตรี ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบ ส่วนพรรคจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดหรือไม่ ยืนยันว่าการปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี
    เช่นเดียวกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่ายังไม่มีการพูดถึง และนายกฯ ยืนยันแล้วว่าไม่มี อีกทั้งไม่ทราบว่ากระแสข่าวที่ออกมานั้นมาจากไหน แต่ในส่วนของรัฐบาลและ ปชป.เชื่อว่าไม่มี ไม่มีแน่นอน ยังไม่มีการพูดคุย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี คงไม่มีอะไร
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าตอนนี้ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง พูดถึงแต่โควิด-19, ภัยแล้ง เพราะรัฐบาลต้องรีบทำงานเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านสภาแล้ว ต้องทุ่มเทเรื่องการผลักดันเพื่อให้งานมีผลออกมาตามงบประมาณที่ได้รับ ท่ามกลางช่วงเวลาที่จำกัดเพียง 7 เดือน เราผลักดันการใช้จ่ายให้มากที่สุด เพราะเมื่อมีการหมุนเวียนของเงินจำนวนล้านล้านบาท จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เพิ่มมากขึ้นและสถานการณ์จะดีขึ้น 
    ผู้สื่อข่าวถามว่าสบายใจขึ้นหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวนายกฯ จะไม่แตะ รมต.ของพรรคร่วมรัฐบาลหากมีการปรับ ครม. นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคยไม่สบายใจอยู่แล้ว และหากนายกฯ พูดอย่างนั้นก็สบายใจขึ้น ยังไม่ได้คุยกับนายกฯ เรื่องปรับ ครม.เลย การปรับ ครม.ก็เป็นเรื่องของแต่ละพรรค ว่าพรรคไหนจะปรับหรือพรรคไหนไม่ปรับ และหากจะมีการปรับหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่ทุกรัฐบาลก็ทำมาเมื่อมีสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ และเป็นสิ่งที่สมควรหากถึงเวลาอันควร
    "หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไประยะหนึ่งแล้วก็คงมีการพิจารณา โดยในส่วนของ ภท.ค่อยว่ากัน การเมืองจะไปเจาะจง 100% ไม่ได้ ต้องดูว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ที่สุดแก่บ้านเมือง ของตนนั้นง่ายอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองตัดสินใจเร็วอยู่แล้ว" หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกล่าว 
    ถามย้ำว่าการที่มี ส.ส.มาร่วมสังกัดพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น จะทำให้ได้ที่นั่งรัฐมนตรีเพิ่มหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าไปพูดถึงเรื่องนั้นเลย เราเริ่มมาแบบนี้แล้วไม่เคยมีปัญหาอะไร เวลาที่เกิดมีคลื่นลมไม่สงบ คนในเรือก็อย่าไปโยกตัวเองให้มากนัก ก็จะประคองเรือผ่านไปได้ เดี๋ยวคลื่นลมก็จะสงบ เมื่อถึงเวลาทุกอย่างก็จะเรียบร้อยเอง
    นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวเช่นกันว่าจากข่าวปรับ ครม.ที่ระบุสัดส่วนของพรรคใด สัดส่วนของใครก็สัดส่วนของมัน ก็ว่ากันไป ไม่ได้มีอะไร เราก็เชื่อตามข่าว ยังไม่มีสัญญาณอะไรอย่างอื่นออกมา เราก็ทำงานต่อไป ถ้ามามัวแต่นั่งกังวลว่าจะปรับ ครม.เมื่อไหร่ จะไปอย่างไรก็คงไม่ต้องทำงานกัน วันๆ เอาแต่กาวมาทาที่ขาเก้าอี้ ไม่ต้องทำงานกันพอดี เดินขึ้นภูกระดึงได้พอใจแล้ว  ที่เหลือทำงานต่อไป
เฟกนิวส์ รมต.ยื่นลาออกล่วงหน้า 
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าไม่ทราบเรื่องการปรับ ครม. ไม่เคยได้ยิน เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรี ต้องถามนายกฯ คนเดียว
     ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวนายวิษณุจะยื่นหนังสือลาออก นายวิษณุกล่าวว่ากระแสข่าวมาจากไหน ไม่จริง เมื่อถามย้ำว่าหากมีการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะยังอยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าใช่ สื่อถามตน ตนจึงต้องตอบอย่างนั้น ถ้าถามจากจุดยืนของตนจะไปตอบอย่างอื่นได้อย่างไร และยืนยันว่าไม่ได้ท้อ ไม่มีอะไร ทำไปตามหน้าที่ และถือว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ผู้อภิปรายก็ทำตามหน้าที่ รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตอบและอธิบาย ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างที่นายชวน หลีกภัย  ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการตรวจสอบและควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ถือว่าจบครบตามกระบวนการของสภา
    ต่อข้อถามที่ว่ากระแสข่าวดังกล่าวถือเป็นข่าวปลอมใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่าไม่รู้ ไม่เคยได้ยิน  เพิ่งจะได้ยินจากสื่อ
    นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยมีชื่อว่าอาจถูกปรับออกจากตำแหน่ง กล่าวว่าการปรับ ครม.จะมีตนอยู่ใน ครม.ใหม่หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น อยู่ตรงไหนก็สามารถทำงานได้ ทุกอย่างอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตัดสินใจ 
    "การปรับ ครม.ที่เกิดขึ้นจะต้องตอบโจทย์ประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องวิกฤติซ้อนวิกฤติ เรามีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโควิด-19 ปัญหา PM2.5 และปัญหาภัยแล้ง ดังนั้นการปรับ ครม. ต้องตอบโจทย์วิกฤติของประเทศ รวมทั้งเป็นการปรับ ครม.เพื่อนำพาประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนผ่าน เพื่อแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ได้" รองหัวหน้าพรรค พปชร.ระบุ     
    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวเช่นกันว่า รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล สอบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ครบทุกท่าน แต่พบว่ารัฐมนตรีบางคนไม่สามารถอภิปรายแก้ข้อกล่าวหาได้ เชื่อว่าพลเอกประยุทธ์จะปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล และจำเป็นที่จะต้องปรับรัฐมนตรีหลายคนออกจากตำแหน่งเพื่อลดแรงต้านจากภายใน นอกจากนี้ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยมีจำนวน ส.ส.เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐต้องรักษาความเป็นรัฐบาล ต้องยอมลดจำนวนรัฐมนตรีลงเพื่อให้โควตารัฐมนตรีแก่พรรคภูมิใจไทย เพราะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์มอบหมายนายอนุทินคุมเกมในสภาให้ฝ่ายรัฐบาล 
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทางออกที่ดีที่สุดที่ควรจะประกาศเป็นข่าวใหญ่คือ การที่นายกรัฐมนตรีประกาศลาออก เพราะตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่สามารถแก้ไขวิกฤติได้ ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เช่นเพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชนโดยด่วน.


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก