'เหลิม'เก็บตก!ซักฟอกหลังโหวต เสียดายไม่ได้เข้าไปอภิปรายเอง


เพิ่มเพื่อน    

3 มี.ค.63-  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย แถลงข่าว หลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยุทธการอรุณรุ่ง ไม่ร่วง แต่จังหวะทีมงานที่เตรียมเพื่อนเข้าไป ไม่มีโอกาสได้เข้าไปอภิปรายเอง การซื้อขายที่ดินบางบอน คนอภิปรายทำไมไม่ถามว่า คนขายก็คนไทย คนซื้อก็คนไทย ทำไมต้องนำเอาเงินมาจากเกาะบริตติชเวอร์จิ้น ซึ่งเป็นแหล่งฟอกเงินของคนชั่ว คนคดโกง หลังจากซื้อขายที่เสร็จ ผู้ที่รับซื้อได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ได้รับเช่าพื้นที่บริเวณศูนย์สิริกิติ์ ที่ไม่ได้เป็นการเช่าจากการต่อสัญญา แต่รัฐบาลไปเอื้อ ปรับปรุงสเป๊ก และไม่เปิดประมูล ให้เจ้าสัวคนดังได้สัญญาไป 50 ปี คือ ผลจากการซื้อที่ที่บางบอน ที่ต้องเข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนก็ไม่ต้อง นอกจากนี้อัยการเคยมีความเห็นคัดค้าน 10 ประด็น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ต้องตอบด้วย ว่าเหตุใดรัฐบาลไม่ฟังคำท้วงติงจากทางอัยการ เดินหน้าเปิดโครงการใหม่ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กพศ.พิจารณาแล้วว่าเรื่องเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกัน และเป็นเรื่องที่ยังคาใจพวกตน ดังนั้น ยุทธการอรุณรุ่งยังไม่จบ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีบริษัทฟิลิป มอร์ริส ตามที่นายวิษณุ บอกว่า มีคนอยากได้รางวัล เพราะกฎหมายเขียนไว้ให้คนแจ้งข้อมูล ก็ใช่ ที่คนเขาอยากได้รางวัล เพราะเขาไม่ได้รวยเหมือนคุณ นายวิษณุ ยกตัวอย่างกฎหมายสวิสเซอร์แลนด์ เรื่ององค์กรการค้าโลก(WTO) ซึ่งถ้าอยากอยู่สวิส ก็ออกไป อยู่เมืองไทยต้องใช้กฎหมายไทยทนายลอดช่อง รองนายกฯ อ้างมาเลเซีย อินโดนีเซีย อันนั้นเขายังไม่ฟ้อง ขอให้เอากรณี ฟิลิปปินส์ก่อน ตนเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปอภิปรายเอง แล้วมาพูดกระทบกระเทียบ ถึงตนว่าถ้าภิปรายคงเก่งกว่า แต่ไม่พูดตรงๆ ก็แน่สิ ถ้าอภิปรายเก่งกว่านายวิษณุอยู่แล้ว คุณมีอำนาจหน้าที่อะไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่อะไร คดีอยู่ที่อัยการ ซึ่งอัยการสูงสุดฟ้องแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งศาล แต่นายวิษณุเรียกผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับคดี 7 หน่วยงานมาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาลทั้งวันที่ 9มิ.ย. และ 25มิ.ย.2558  คุณแทรกแซงการทำงานของกระบวนการยุติธรรม 

วันไหนที่อำนาจเปลี่ยนมือเถิด คุณจะรู้สึก ทำเนียบรัฐบาล ไม่ใช่ที่ตัดสินคดี คุณต้องส่งเรื่องให้อัยการ คุณให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทฟิลิป มอริส ไปเข้าร่วมประชุมด้วย ทำอย่างนี้ได้อย่างไร แบบนี้บริษัทดังกล่าวก็รู้เรื่องหมด แถมยังเสนอแก้ ยกเลิกกฎหมายศุลกากร ทำให้ประเทศเสียประโยชน์จำนวนมหาศาลอีก นี่หรือที่บอกว่ารักชาติ รักบ้าน รักเมือง ไม่ต้องไปว่าคนอื่นเขาชังชาติ แต่พวกคุณชิงเกิด ชิงอะไรเกิดก็ว่าไป ขอให้นายวิษณุจัดรายการโทรทัศน์ซักช่อง แล้วตนจะไปนั่งคนละมุมกับคุณ หมั่นไส้พวกคุณมา 3-4 วัน อรุณร่วงๆ เดี๋ยวเถิด สนช.ที่ยกมือให้กฎหมายผ่านวันนั้น ได้กลัยมาเป็นส.ว.ยกมือให้พล.อ.ประยุทธ์ จำนวน 72 คน

“จากนี้ให้รอติดตามว่าอรุณรุ่งอย่างไร จึงใช้ยุทธการนี้ พวกตนทำให้พวกจีนไม่เอาระเบิดมาทิ้งที่อ.เชียงแสน เพราะอะไร เดี๋ยววันหลังจะบอกให้รู้ เหตุลูกเรือจีนมาเสียชีวิตที่เชียงแสน 13 คน เพราะกหน่อคำไปปล้น ตนใช้เงินส่วนตัวติดตามหน่อคำ ชี้เบาะแสให้ เมิ่งจินมู 1 ใน 9 โปลิสบูโร คนจีนร้องไห้ทั้งประเทศ ได้ตัวหน่อคำไปดำเนินคดี ไทยโพสต์ชมบ้างสิว่า ฝีมือเฉลิมและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำให้จีนพอใจ สัมพันธ์กลับมาดี แต่เรื่องยังไม่จบ รออรุณสางอีกนิดหนึ่งก่อน แล้วจะบอก ส่วนที่มีการไปเขียนต่างๆนาๆว่า กิจการพิเศษ ทำการประชุมสภาฯล่ม ยืนยันว่า ผมไม่เคยเหยีบสภฯ รู้ว่าไม่มีหน้าที่ เพียงแต่คนที่เราฝึกซ้อมไปไม่ได้พูดแบบที่ผมพูดนี้ ยืนยันว่า อรุณรุ่งแน่ วันนี้ยังไม่เปลี่ยนแผน เพราะภารกิจยังไม่จบ”ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

เมื่อถามว่า สิ่งเหล่านี้มีหลักฐานที่จะเอาไปยื่นเอาผิดต่อหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หลักฐนมีเพียบ ไปยืนตอนนี้เสียเปล่า รอเวลา แต่ไม่ต้องรอนาน เพราะรัฐบาลนี้ ตามดวงดาวไปอยู่แล้ว ฝากผู้เกี่ยวข้อง อะไรที่ทำไว้แล้วทำไม่เสร็จ ปล่อยปะละเลยจนเวลาผ่านมาเป็น 10 ปี อรุณจะรุ่ง และขอบอกว่า ไม่เคยรู้จักพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และไม่จำเป็นต้องรู้จัก สื่อชอบไปเขียน แต่มีคนชอบการเมืองบางคนชอบมาถล่มตน แล้วสื่อไปเชื่อคนที่เป็นเจ้าของซ่องได้อย่างไร คณะกรรมการกิจการพิเศษไม่มีอำนาจอะไร เว้นแต่พรรคใช้ ถ้าพรรคยุบคณะกรรมการคณะตนก็จบ ถ้ามีเรื่องใหม่ก็มาใหม่ ไม่มีอำนาจไปจัดคน หรืออะไร เดี๋ยวพูดไปอย่างนี้ก็หาว่าแก้ตัว ก็ตนไม่ผิดแล้วจะให้รับสารภาพได้อย่างไร.
 


ในความเห็นผมนะ กรณี ทหารอียิปต์ "ติดเชื้อโควิด" เข้าพักโรงแรมที่ระยอง และเข้าห้าง ไล่เลียงตามตารางเวลาแล้ว วิตกได้........

บันทึก 'มหาประชายินดี' ไทย
'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ