เพื่อไทยสู้ตายขอเปิดประชุมสมัยวิสามัญพาชาติพ้นวิกฤตโควิด-19ยันสมาชิกรัฐสภาป้องกันตัวเองได้


เพิ่มเพื่อน    

15 มี.ค.63 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐออกมาคัดค้านการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อหารือแนวทางการแก้วิกฤติของประเทศ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ฝ่ายรัฐบาลย่อมต้องกลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่อยากให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของฝ่ายค้านที่ต้องการใช้เวทีรัฐสภาในการระดมความคิดเห็นร่วมกันเพื่อหาทางออกจากวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โดยขณะนี้ พรรคเพื่อไทยร่างญัตติขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเอาไว้เรียบร้อยแล้ว และตั้งแต่วันจันทร์ที่16มี.ค.เป็นต้นไปจะนำญัตติดังกล่าวไปขอเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาทุกคน เพื่อให้ได้เสียงสนับสนุนอย่างน้อย 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภาคือประมาณ 246 เสียง ซึ่งลำพังเสียงของฝ่ายค้านมีไม่พออยู่แล้ว จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกคน หากครบถ้วนก็จะสามารถเปิดประชุมได้ จึงหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากทุกฝ่ายในการลงชื่อเพื่อขอเปิดประชุมครั้งนี้

 "ผมหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.ทุกท่าน ในการร่วมแรงร่วมใจกันใช้เวทีสภาคลี่คลายวิกฤติของชาติ 4 เรื่อง คือ การหามาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การแก้ปัญหาภัยแล้ง การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน รวมทั้งปัญหาการชุมนุมของนักศึกษาที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญสร้างประชาธิปไตยให้ประเทศ" น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะนี้พบว่ามีผู้ป่วยสูงขึ้นทุกวันและมีการแพร่ระบาดในหมู่คนไทยด้วยกันเองแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ว่าจะเป็นผู้นำในการฟันฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปได้ พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่มาจากประชาชน จึงจำเป็นต้องหันหน้ามาพูดคุยกันว่าจะมีส่วนสนับสนุนอย่างไรให้รัฐบาลสามารถพาคนไทยรอดจากวิกฤติในครั้งนี้ไปได้ โดยใช้รัฐสภาเป็นเวทีเสนอทางออกตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 

“ขอยืนยันด้วยเกียรติของฝ่ายค้านว่า หากมีเสียงสนับสนุนเพียงพอในการเปิดประชุมสมัยวิสามัญ การอภิปรายของฝ่ายค้านจะมีแต่เนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเท่านั้น ส่วนเรื่องวิวาทะหรือการสร้างวาทกรรมจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นขอให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสบายใจได้ว่าจะไม่ใช่เวทีโจมตีรัฐบาลอย่างเด็ดขาด” 

 ส่วนความกังวลว่าการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนจะทำให้สมาชิกรัฐสภาที่มาประชุมเสี่ยงกับการติดโรค และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัสนั้น พวกเราทุกคนอยู่ในวิสัยที่จะป้องกันตัวเองได้ และเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่น่าจะห่วงใยพี่น้องประชาชนมากกว่า เพราะวันนี้ประชาชนอยู่อย่างหวาดกลัว ขาดความมั่นใจและต้องการใครสักคนเข้ามาช่วยกันคิดหาทางออกจากวิกฤติ ดังนั้นในฐานะที่พวกเราเป็นตัวแทนของประชาชน จึงไม่ควรนิ่งดูดาย แต่ควรช่วยกันคนละไม้ละมือในการใช้เวทีรัฐสภาระดมสมองเพื่อแก้ปัญหา ดีกว่าปล่อยให้ประชาชนเผชิญกับวิกฤติการณ์แต่เพียงฝ่ายเดียว.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"