'จตุพร'สะกิด'บิ๊กตู่'ปมหน้ากากอนามัย'รมว.พาณิชย์'ต้องรับผิดชอบ


เพิ่มเพื่อน    

15 มี.ค.63-ที่ร้านกาแฟ พีซคอฟฟี่แอนด์ ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัด รายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้น ในห้วงเวลานี้สภาพการณ์ของคนไทยวันนี้เหมือนกับคนทั้งโลก ที่มีความวิตกกับการเเพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 การเเพร่ระบาดจะเข้าสู่ระยะที่ 3 อย่างแน่นอน แม้วันนี้จะอยู่ในระยะที่ 2 แต่ไม่มีใครกล้ายืนยันแม้แต่เพียงคนเดียว เพราะต่างก็รู้กันว่าหากยังอยู่ในลักษณะเช่นนี้ เราก็จะเข้าสู่ระยะที่ 3 ยิ่งไปกว่านั้นความตื่นตระหนกของประชาชนจำนวนมากเริ่มมีความเชื่อว่าจะต้องไปกักตุนอาหาร เสมือนหนึ่งว่าถึงขั้นวิกฤต ความเชื่อดังกล่าวจะลุกลามไปเรื่อยๆ เพราะการตื่นตระหนกดังกล่าวเป็นผลมาจากการบริหารจัดการของรัฐบาล ทั้งกรณีแรงงานไทยที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้ เรื่องการกักตุนหน้ากากอนามัย 

"ล่าสุดมีคำสั่งย้าย อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า เราไม่เคยมีหน้ากากอนามัยราคา 2.50บาท ไม่สามารถควบคุมอะไรกันได้ แต่เมื่อปรากฏคลิปวีดีโอของชายคนหนึ่งที่บอกว่ามีหน้ากากอนามัยกักตุนไว้ถึง 200 ล้านชิ้น ก็ยิ่งทำให้เกิดความวิตกกันอีกและท้ายที่สุดก็ไม่สามารถจะเอาผิดใครได้ ต่อมาโฆษกกรมศุลกากรก็แถลงว่าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีการส่งออกหน้ากากไปต่างประเทศ ทำให้อธิบดีกรมการค้าภายในไปแจ้งความดำเนินคดีกับโฆษกกรมศุลกากร ท้ายที่สุด อธิบดีกรมการค้าภายในก็โดนเด้ง"
 
นายจตุพร กล่าวว่า   อยากบอกกับนายกรัฐมนตรีว่า การบริหารจัดการหน้ากากอนามัยนั้นเป็นความรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ดังนั้นเรื่องจำนวนหน้ากาก ทำให้เกิดความเชื่อ 2 อย่างในขณะนี้คือ พวกหนึ่งกักตุนแล้วไปขายเกินราคา เชื่อว่าในทางการข่าวนายกรัฐมนตรีต้องรู้ว่าใครไปดำเนินการในลักษณะดังกล่าว เพราะปริมาณจำนวนมากขนาดนี้คนนอกเข้าไปเกี่ยวข้องได้ยาก มีแต่คนในกลไกรัฐเท่านั้นที่ทำได้ กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นกระทรวงที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวโดยตรง ก็ไม่ได้สะท้อนวิถีคิดว่าจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร แม้แต่การย้ายอธิบดีกรมการค้าภายในก็ไม่ช่วยแก้ไขปัญหาอะไรเพราะการรับผิดชอบอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 

"หากจำเป็นจะเด้งก็ต้องเด้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และที่สำคัญที่สุดหากรัฐบาลยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ก็ต้องเด้งกันทั้งรัฐบาลจึงจะสมเหตุสมผล วันนี้หากประเทศไทยมีการเมืองที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไรต่างๆที่ผ่านมา ก็สามารถร่วมมือกันช่วยเหลือกันได้  แต่วันนี้ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะออกมาแถลงอย่างเป็นทางการให้ประชาชนได้ทราบ หรือแม้กระทั่งบรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย เจ้าของโรงพยาบาลทั้งหลายที่เป็นเอกชนจะมาร่วมมือกัน ซึ่งล่าสุดมีการพูดถึงการตรวจรักษาว่ามีราคาเเพง แทนที่รัฐบาลคิดแต่จะแจงเงิน ก็ประกาศให้ชัดว่า ประชาชนสามารถตรวจการติดเชื่อไวรัสโควิด 19 ฟรีทุกคน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคนไม่ต้องการเงินแต่คนต้องการหน้ากากอนามัย ต้องการความมั่นใจว่าไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19  แต่รัฐบาลกลับไม่ใช้โอกาสนี้ในการบริหารจัดการในการหลอมคนไทยในชาติมาร่วมกันเสมือนหนึ่งว่าประเทศอยู่ภายใต้วิกฤตสงครามว่าจะให้ประชาชนทำอะไร จะร่วมมือกันอย่างไร และแต่ละฝ่ายจะร่วมเสียสละกันอย่างไร แต่กลับไม่มีมาตรการอะไรที่ชัดเจน"


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน