อว.ประกาศ เลื่อนพิธีรับปริญญา - มหา'ลัย ต้องจัดสอบทางออนไลน์ เท่านั้น


เพิ่มเพื่อน    

17 มี.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ปิดมหาวิทยาลัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 นั้น เมื่อเร็วๆ นี้ อว. ได้ดำเนินการออกประกาศ อว. เรื่อง มาตรการและการฝาระวังการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ฉบับที่ 3, 4 และ 5 ดังนี้ ฉบับที่ 3 การปฏิบัติการของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มที่จะเกิดการระบาดรุนแรงในวงกว้างขึ้นและยืดเยื้อยาวนาน เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ให้สามารถปฏิบัติงานเพื่อป้องกัน ชะลอ และบรรเทาผลจากการระบาด ลดความตื่นตระหนกของคนในสังคม และสร้งความเชื่อมั่นโดยอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรทุกภาคส่วน
 อว. จึงได้ดำเนินการและกำหนดมาตรการ เพื่อสนับสนุนการจัดการวิกฤตในครั้งนี้ของประเทศในการดูแลนิสิต นักศึกษาและบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ภายในสถาบันอุดมศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน โดยความตกลงร่วมกับที่ประชุมอธิการบดี ทั้ง 4 ภาคส่วน ได้แก่ ที่ประชุมอธิการบตีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) และที่ประชุมคณะกรรมการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) ขอความร่วมมือสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งพิจารณาดำเนินการ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการแพร่กระจายการติตเชื้อ ลดการเดินทาง ลดกิจกรรมที่มีคนอยู่ร่วมกันในที่เดียวกันจำนวนมาก ดังนี้ 
1) หยุดการดำเนินงานด้นการเรียนการสอนทุกรูปแบบยกเวันการสอนแบบออนไลน์ (online) เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนจากแบบปกติเป็นแบบออนไลน์โดยสมบูรณ์ครบทุกหลักสูตรภายในวันที่ 1 เมษายน 2563 ยกเว้นบางหลักสูตรที่ต้องมีการปฏิบัติการ ขอให้อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละสถาบันอุดมศึกษาโดยให้บริหารจัดการให้สมารถเรียนและปฏิบัติการที่บ้านให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้มอบหมายให้อธิการบดีของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการ 
2)สำหรับการฝึกงานทุกรูปแบบ ขอให้พิจารณายกเลิก หรือปรับเปลี่ยนกำหนดระยะเวลาและกิจกรรมอื่นที่เหมาะสมทดแทน 

3) ปรับรูปแบบการสอบและการประเมินผล ที่มีประสิทธิภาพทดแทนการดำเนินการแบบเดิม โดยให้สอดคล้องกับรูปแบบการสอนแบบออนไลน์ที่ได้ดำเนินการไปโดยสำนักงานปลัดกระทรวง อว. จะดำเนินการปรับแก้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป 

และ 4) สำหรับภารกิจด้านการบริการประชาชนบริการสาธารณะและการบริหารจัดการตามภาระหน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษา เช่น โรงพยาบาล ให้ดำเนินการได้ โดยมีมาตรการความปลอดภัยสูงสุดสำหรับบุคลากรจึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับ ฉบับที่ 4 การพิจารณาเลื่อนพิธีประสาทปริญญาบัตร ขอความร่วมมือให้สถาบันอุดมศึกษา ทุกแห่งพิจารณาเลื่อนพิธีประสาทปริญญาบัตรออกไปก่อน ตั้งแต่วันนี้เป็นตันไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง จึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป
 และฉบับที่ 5 การปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) อว. ขอความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดทุกแห่งพิจารณาดำเนินการดังนี้ 1) มาตรการการทำงานสำหรับบุคลากรในสังกัด อว.ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. วางแผน ซักซ้อมและเตรียมการให้เกิดการทำงานที่บ้าน (Work from Home) เพื่อลดการเดินทางและลดการสัมผัสเชื้อให้มากที่สุด โดยสำรวจงานที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติที่สถานที่ทำงาน เช่น งาน back office ให้ทำงานที่บ้าน การใช้ระบบประชุมทางไกล โดยให้มีผลสัมฤทธิ์ในการทำงานเท่ากับการมาปฏิบัติงานที่สำนักงาน สำหรับงานที่ต้องมีการปฏิบัติการเช่น การทดสอบในห้องปฏิบัติการ การให้บริการประชาชน ให้ปฏิบัติงานโดยมีประสิทธิภาพ แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการ หรือบริหารจัดการให้มีความเหมาะสมตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศ เช่น การจัดให้มีจุดคัดกรองอาการ วัดอุณหภูมิและติดป้ายสัญลักษณ์แสดการผ่านจุดคัดกรอง จัดให้มีแอลกอฮอลเจสำหรับล้างมือ พร้อมทั้งจัดให้มีการบันทึกข้อมูลผู้เข้าร่วมอย่างครบถ้วน จัดหาหน้ากากอนามัยตามความเหมาะสม และการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานในแต่ละรอบ เป็นต้น ขอให้ทุกหน่วยงานพิจารณาการเหลื่อมเวลาทำงาน และเวลาพักกลางวัน เพื่อลดความหนาแน่นของการอยู่ร่วมกันในระบบขนส่ง หรือในร้านอาหาร  งดกิจกรรมของหน่วยงานได้แก่ กิจกรรมที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
กิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันกิจกรรมที่มีชาวต่างชาติจากหลากหลายประทศเข้าร่วม หรือกิจกรรมอื่นที่มีความเสียงในการแพร่เชื้อ เป็นต้น ปรับรูปแบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน ภาระงาน และเกณฑ์การปฏิบัติงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับรูปแบบการสอนออนไลน์ การปฏิบัติงานที่บ้าน รวมทั้งการปฏิบัติงานในรูปแบบต่าง ๆ ของบุคลากรโดย คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(กพอ.) และคณะกรรมการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง จะประสานการปรับแก้กฎระเบียบต่าง ๆ ต่อไป 
2) ด้านการจัดเตรียมทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นกำหนดมาตรการควบคุมดูแลกาผ่านเข้า-ออกหน่วยงานอย่างเคร่งครัด ทั้งยานพาหนะ และบุคคลทั่วไป โดยจัดให้มีจุดคัดกรองอาการเพื่อวัดอณหภูมิและติดป้ายสัญลักษณ์แสดงการผ่านจุดคัดกรอง พร้อมจุดติดตั้งแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือในบริเวณพื้นที่ที่มีคนเดินผ่านจำนวนมาก รวมทั้งกำหนดให้เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่ปฏิบัติงานเป็นประจำมีปายแสดงตนเพื่อคัดแยกบุคคลภายนอกให้ซัดเจน กำหนดศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยด่วน สำหรับเป็นศูนย์แจ้งเหตุและทำหน้าที่ประสานงานทั้งภายในหน่วยงาน และประสานงานกับ อว. พร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรภายในหน่วยงานได้รับทราบ โดยให้แจ้งรายละเอียดการติดต่อและผู้รับผิดชอบรายงานต่อ อว.
 3) การปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ฉุกเฉินใช้แผนปฏิบัติการเพื่อความต่อเนื่องของการปฏิบัติงาน (Business Continuity Plan) ที่ได้จัดทำไว้แล้ว เพื่อให้สามารถให้บริการ นิสิต นักศึกษา และประชาชน รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดการหยุดชะงักและไม่มีผลเสียต่อการปฏิบัติงาน ดูแลความปลอดภัยและสุขภาพของนิสิต นักศึกษาและบุคลากรทั้งในสถานที่และนอกสถานที่ รวมทั้งมีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งในเชิงบริหารและเชิงการดูแลบุคลากร ดูแลความปลอดภัยของอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของหน่วยงานให้ความร่วมมือ จัดบุคลากรเข้าร่วมการปฏิบัติงานทั้งในระดับกระทรวงและระดับประเทศ หากมีการร้องขอ

ทั้งนี้ อว. จะร่วมมือกับศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 เพื่อคัดกรองโรคและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยให้หน่วยงานในสังกัด อว. รายงานข้อมูลหรือเหตุการณ์ผิดปกติโดยด่วน เพื่อร่วมกันควบคุมสถานการณ์นี้ โดยขอให้จัดส่งข้อมูลได้ที่กลุ่มกิจการพิเศษ สำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา โทร 0 2039 5562-3 หรือ กลุ่มงานอำนวยการสำนักอำนวยการโทร 02 3545568 โทรสาร 08 5488 7051 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงประกาศมาเพื่อพิจารณาปฏิบัติต่อไป โดยทั้ง 3 ฉบับ ประกาศ ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563
 


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"