'อ.ปริญญา'เล่าให้ฟังเมื่อแม่ผมเป็นกลุ่มเสี่ยง เราจะผ่านโควิทไปด้วยกัน


เพิ่มเพื่อน    

18 มี.ค.63-ผศ. ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ และรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง #เมื่อแม่ผมเป็นกลุ่มเสี่ยง

วันก่อนตอนมีข่าวว่านายก อบจ.ฉะเชิงเทราติดเชื้อโควิด-19 ผมก็รู้สึกเป็นห่วงแม่ เพราะแม่ผมรู้จักนายก อบจ. เดือนที่แล้วกลับบ้านไปหาแม่ แม่ก็ยังพูดถึงอยู่ แล้วแม่ก็เป็นประธานสภาวัฒนธรรมของอำเภอพนมสารคาม อาจจะมีกิจกรรมที่ไปเจอกัน

พอเข้าไปดูในเฟสบุคเห็นมีโพสต์ที่ชาวเน็ตช่วยกันรวบรวมกิจกรรมต่างๆ ที่นายก อบจ.ฉะเชิงเทราไปออกงานตั้งแต่ไปติดเชื้อมาจากสนามมวยแห่งหนึ่ง ผมก็คลิกเข้าไปดูทันทีว่ามีกิจกรรมอะไรที่นายก อบจ. มาที่อำเภอพนมสารคามบ้างหรือไม่

แล้วผมก็เจอ ‘วันที่ 8 มีนาคม ไปเป็นประธานในงานวันสตรีสากล ที่อำเภอพนมสารคาม’ เห็นมีรูปแม่ถ่ายอยู่บนเวทีด้วย แย่แล้ว! ผมรีบโทรหาแม่ทันที

“วันที่แม่ไปงานวันสตรีสากล แม่เจอนายก อบจ.ที่ติดเชื้อโควิทหรือเปล่าครับ” ผมรีบถามแม่อย่างรวดเร็ว
“ไป” แม่ตอบ “นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันด้วย”
“หา จริงหรือแม่” ผมอุทาน “แม่ต้องรีบไปตรวจแล้ว”
“ไม่เป็นไรหรอก นั่งห่างกันตั้ง 7-8 คน เค้านั่งหัวโต๊ะข้างหนึ่ง ส่วนแม่นั่งหัวโต๊ะอีกข้าง” แล้วแม่ก็ระบุชื่ออย่างแม่นยำว่าคนที่นั่งติดกับเค้ามีใครบ้าง คนที่เป็น ส.ส.ของพื้นที่น่าจะลำบากหน่อย เพราะนั่งติดกันเลย

“แล้วแม่ได้ไปคุยกับเค้าใกล้ๆ หรือจับไม้จับมืออะไรกันบ้างหรือเปล่า?” ผมยังไม่หายเป็นห่วง
“เปล่าลูก ไม่ได้ไปคุยด้วยเลย” แม่ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “ตอนเค้ากลับมีคนเดินไปส่งกันเยอะ แต่แม่ไม่ได้ไปหรอก เพราะแม่แก่กว่าเค้า แม่ยังดึงเพื่อนแม่คนนึงที่จะไปส่งไว้เลย แม่บอกเค้าว่า นี่เธอแก่กว่าเค้า เธอไม่ต้องไปส่งเค้าหรอก” คนสูงอายุมักจะเสียเปรียบเมื่อเป็นเรื่องของโรคระบาด เพราะมีโอกาสติดเชื้อมากกว่าคนอายุน้อย แต่กรณีแม่ผมและเพื่อนแม่ ความสูงวัยกลายเป็นข้อได้เปรียบอย่างนึกไม่ถึง

“นี่แม่ไม่ตกใจอะไรบ้างหรือนี่” ผมเบาใจแล้วจึงถามหัวเราะๆ
“ตกใจทำไม แม่อ่านข่าวฟังข่าวแล้ว ไอ้เจ้าโควิดเนี่ยมันติดต่อคนกับคน แม่อยู่ห่างจากเค้าจะไปติดมาจากเค้าได้ยังไง” แม่หัวเราะบ้าง “ไม่ต้องห่วง แม่ไม่เป็นไรหรอกลูก”

“แต่ยังไงก็ต้องป้องกันไว้ก่อน” แม่พูดก่อนที่ผมจะเอ่ยประเด็นนี้เสียอีก “วันที่ 22 มีนาก็ครบ 14 วันแล้ว แม่จะไม่ไปไหนละกัน เผื่อไปติดมาจะได้ไม่แพร่ให้ใครต่อ”

ว่าแล้วแม่ผมก็เอาหน้ากากอนามัยมาใส่ แล้วถ่ายรูปส่งมาให้ผมดูทางไลน์ ผมรู้สึกทึ่งแม่ตัวเองมาก รู้หมดทุกอย่าง แม่ผมเป็นตัวอย่างของ #ความตระหนักแต่ไม่ตระหนก ของจริงเลยครับ

นี่ยังไงครับ #วิธีการที่เราจะรอดจากโควิด ถ้าทุกคนช่วยกันคือถ้าใครเป็นกลุ่มเสี่ยง เพราะไปติดต่อกับคนติดเชื้อ หรือมาจากที่ที่มีการแพร่ระบาด ก็ต้องกักตัวเองไม่ไปเจอใคร 14 วัน อย่าเกลียดโกรธอย่าโทษกัน เพราะไม่มีใครอยากติดเชื้อหรอกครับ เว้นแต่รู้ทั้งรู้แล้วยังเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง

แล้วก็ไม่ต้องรอรัฐบาลหรอกครับ #ทุกคนต้องช่วยกันป้องกันตัวเองไม่ให้ติดเชื้อ หน้ากากอนามัยไม่มีก็ทำหน้ากากผ้าใช้เอง พยายามอย่าจับหน้าจับปากเผื่อว่ามือไปถูกเชื้อมา ล้างมือบ่อยๆ ก็จะช่วยได้มาก และที่สำคัญอย่าเข้าไปในพื้นที่ที่มีความแออัด อยู่ห่างๆ กันหรือ social distance กันสักระยะหนึ่ง ถ้าทำกันได้แบบนี้ได้ ไม่เกิน 14 วันหรืออย่างช้าไม่เกินหนึ่งเดือนไวรัสโควิดมันก็หยุดการแพร่ระบาดแล้วครับ

#เราจะผ่านโควิทไปด้วยกัน.

 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"