ผุดสารคดี'พรุบ้านฉัน'UNDPเปรียบหม้อข้าวคนภาคใต้ หวังสังคมตระหนักความสำคัญดูดซับคาร์บอนลดโลกร้อน


เพิ่มเพื่อน    

22 มี.ค.63- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ได้เผยแพร่สารคดี “พรุบ้านฉัน” ความยาว 9.22 นาที บอกเล่าเรื่องราวความสำคัญของป่าพรุที่มีต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ และสัตว์ป่า รวมถึงประโยชน์ของป่าพรุในการกักเก็บคาร์บอนซึ่งช่วยในการลดโลกร้อน และการเป็นเกราะป้องกันภัยทางธรรมชาติ ดำเนินเรื่องโดยนักแสดงหนุ่ม อนันดา เอเวอริงแฮม และชาวบ้านบริเวณพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช 

นายเรอโน เมแยร์ ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยกล่าวว่า​ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำหรือ อนุสัญญาแรมซาร์ (Ramsar Convention) ลำดับที่ 110 และสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ได้กำหนดหัวข้อวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก 2563 คือ“พื้นที่ชุ่มน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ (Wetlands and Biodiversity) ในโอกาสนี้ สผ. และ UNDP จึงได้จัดทำและเผยแพร่สารคดี “พรุบ้านฉัน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเสริมศักยภาพการจัดการระบบนิเวศป่าพรุ เพื่อเพิ่มความสามารถการกักเก็บคาร์บอนและอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางธรรมชาติของป่าพรุ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญทางระบบนิเวศและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่

นายเรอโน กล่าวด้วยว่า รวมทั้งต้องการให้สาธารณะชนรับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของป่าพรุในการกักเก็บและดูดซับคาร์บอน ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการช่วยลดโลกร้อน รวมถึงก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้าน ในการร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าพรุ การเฝ้าระวังไฟป่าซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศ ตลอดจนการป้องกันบุกรุกพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยหวังว่าสังคมจะตระหนักถึงปัญหาและมองเห็นคุณค่าของป่าผ่านมุมมองการเล่าเรื่องของสารคดีพรุบ้านฉัน และหวงแหนความสมบูรณ์ของธรรมชาติระบบนิเวศป่าพรุให้มีความยั่งยืนต่อไปทั้งนี้ เนื่องในวันที่ 21 มีนาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันป่าไม้โลก (International Day of Forests) เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้ และอนุรักษ์ป่าไม้ สผ. และ UNDP จึงใช้โอกาสนี้เผยแพร่สารคดีดังกล่าว

"ป่าพรุเปรียบเหมือนหม้อข้าวของคนภาคใต้ หลายคนต้องพึ่งพาป่าพรุทั้งในชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพ การปล่อยให้ป่าพรุถูกทำลายก็เหมือนการทุบหม้อข้าวของพวกเขา นอกจากนี้ ป่าพรุยังช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากป่าพรุทำหน้าที่ดูดซับก๊าซคาร์บอนเป็นล้านๆตัน อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ป่าพรุถูกทำลายไปมากทั้งจากการพัฒนาที่ดิน การตั้งถิ่นแบบถูกและผิดกฎหมาย และไฟป่า โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติจึงร่วมกับภาคประชาสังคม และรัฐบาลสร้างความตระหนักรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าพรุ นอกจากนี้ ยังจัดหาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อปรับปรุงการจัดการทรัพยากรในป่าพรุ"

ด้านอนันดา เอเวอริงแฮม นักแสดงชื่อดัง​ ​กล่าวว่า การลงพื้นที่ถ่ายทำในครั้งนี้รู้สึกมีความสุขมากๆ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่รู้สึกประทับใจ 2 อย่าง คือ ธรรมชาติ ที่สวยงามของป่าพรุ และ คนในพื้นที่ที่ได้พบปะพูดคุย ที่ให้มุมมองของคนที่อาศัยอยู่กับธรรมชาติ ที่ทำให้รู้สึกว่าเรานำวิธีคิดของเขามาปรับใช้ในชีวิตของเราได้ และส่วนตัวอยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งชาวบ้านในพื้นที่ตำบลไสขนุน ตั้งแต่รุ่นเด็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ก็ให้ความสนใจกับกิจกรรมเป็นอย่างมาก.


คนกรุงโปรดทราบ........ กทม.ยกเลิกคำสั่ง "ครึ่งปิด-ครึ่งเปิด" กรุงเทพฯ ๒๒ วัน จาก ๒๑ มี.ค.-๑๒ เม.ย.แล้วนะ แต่ อ๊ะ..อ๊ะ ฟังก่อน อย่าเพิ่งซ่า!

'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"
ที่สุด 'ในสถานการณ์' คิดบวก
โควิด-๑๙ 'ภาคนรก-สวรรค์'
'ปิดประเทศ' แล้วยังไม่รู้ตัว?