ตัวแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพ


เพิ่มเพื่อน    


    ที่ยังเป็นปัญหาใหญ่คือการสื่อสารของภาครัฐ
    สิ่งที่ต้องไม่ลืม นี่คือภาวะวิกฤติ 
    โฆษกรัฐบาลพูดอย่าง ผู้ว่าฯ กทม.พูดอย่าง เช่นในวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก
    เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนสับสน ความโกลาหลก็จะตามมา
    วันนี้มีทั้ง ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-๑๙ แต่ละจังหวัดก็มีศูนย์ของตัวเอง 
    ฉะนั้นการให้ข้อมูลแก่ประชาชน ควรจะสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน
    นอกจากนี้สิ่งที่สื่อสารกับประชาชนก็ต้องชัดเจน สามารถปฏิบัติได้ทันที ไม่ต้องมานั่งตีความว่าอะไรได้ไม่ได้ สุดท้ายต้องสื่อสารกันเพิ่มเติม
     อย่าลืมว่าในยามวิกฤติเช่นนี้ หากไม่ชัดเจน แทนที่จะแก้ปัญหา กลับก่อปัญหาใหม่ขึ้นมา 
    แล้วรัฐบาลจะจัดการอย่างไรกับคลื่นประชาชนล็อตแรกที่กลับภูมิลำเนาด้วยระบบขนส่งมวลชน   เพราะไม่มีงานทำจากคำสั่งล็อกดาวน์กรุงเทพฯ 
    มีกี่คนที่ติดเชื้อและยังไม่แสดงอาการ และจะเป็นพาหะไปปล่อยเชื้อให้คนในครอบครัว เพื่อนฝูงอีกกี่คน 
    สถานการณ์ที่อู่ฮั่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นวันที่ ๔ แล้ว ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่
    สวนทางกับสถานการณ์โควิด-๑๙ ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ๑๘๘ คน
    มีอยู่ ๑๐๘ ราย ต้องสอบสวนเพิ่มเติมว่าติดเชื้อจากไหน 
    นี่คือปัญหาใหญ่ เพราะเราเริ่มเข้าสู่ระยะที่ ๓ แล้ว
    แต่ใช่ว่าเอาแต่ตื่นตระหนก โทษกันไปมา เพราะเมื่อเทียบสถานการณ์แล้ว เรายังเบากว่าหลายๆ ประเทศ หลายๆ เมือง
    เช่น นิวยอร์ก วันเสาร์ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรวดเดียว ๓,๒๕๔ คน รวมยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด  ๑๐,๓๕๖ ราย
    มากกว่ายอดรวมของไทยทั้งประเทศ
    ไม่ตื่นตระหนก แต่เราต้องตระหนัก ขอให้ดู กลุ่มสนามมวย กลุ่มทองหล่อ เป็นตัวอย่าง สาเหตุที่ติดเชื้อลุกลามเพราะไม่สนใจคำเตือน
    ที่น่าตกใจกว่าคือมีอีกหลายๆ คนแม้จะซึมซับข่าวสารการติดเชื้อในแบบกลุ่มแล้ว ก็ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงแบบกลุ่มต่อไป
    เช่นผับปิด ก็นั่งจับกลุ่มกินเหล้าบนชายหาด หน้าตาละอ่อนละลานตาไปหมด 
    แทนที่จะอยู่บ้าน ไม่ต้องอยู่เพื่อหมอ หรือเพื่อสัปเหร่อ อยู่เพื่อตัวเอง ก็ยังทำกันไม่ได้ 
    มีคนเปรียบเทียบว่าเห็นมั้ยสิงคโปร์เขาเอาโควิด-๑๙ อยู่หมัด เพราะผู้นำเขาเก่ง ถามหน่อยเดียวเอา "ลี เซียนลุง" มาเป็นนายกฯ เมืองไทย คิดว่าคนที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมพวกนี้จะกลายเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพขึ้นมาทันทีหรือ
    ร้อย "ลี เซียนลุง" ก็แก้ปัญหาความไม่มีวินัยของคนไทยบางจำพวกไม่ได้ 
    ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์ ให้ข้อมูลว่า "คนหนุ่มสาว มีกิจกรรมชีวิตโลดแล่น มีชีวิตชีวา เป็นตัวแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพ"
    "ถ้าหยุดที่คนหนุ่มสาวได้ ก็หยุดการแพร่เชื้อ"
    ประเทศนี้เป็นของท่านทุกคน คนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ต้องการมีบทบาท 
    นี่ก็ถึงเวลาแล้วแสดงบทบาทในทันที อย่าเป็นตัวแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพ.


รู้แหละว่า "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ช่วงนี้หนักหน่อยก็เห็นใจและซาบซึ้งแต่พลันที่ "นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน" ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง ......ขนลุก!

"เงินหมุนไป-ไหนล่ะงาน?"
ต่ำใต้ในหล้า"บทศึกษาไทย"
"ถอยเพื่อรุกในแนวรบโควิด"
ข่าวดี "ลุงยง" ถึงคนไทย
ประเทศไทย 'ยังไงๆ ต้องรอด'
เคอร์ฟิว "เซฟก่อนตายจริงๆ"