'ชูชาติ'แนะใช้อัยการศึก จตุพรวอนพักการเมือง!


เพิ่มเพื่อน    


    พปชร.ยึดนโยบายรัฐสู้ไวรัสโควิด-19 งดแถลงรายสัปดาห์ หันใช้สื่อโซเชียลแทน วอนฝ่ายการเมืองช่วยกัน "แรมโบ้" เย้ย "ธนาธร" ไม่ต้องเสนอตัวเป็นผู้นำ แค่บริหารพรรคยังไปไม่รอด "เพื่อไทย" ซัดรัฐบาลตามหลัง ปชช.-ทิ้งคนภาคเหนือ "จตุพร" วอนทุกฝ่ายหยุดเล่นการเมืองไว้ก่อน "อดุลย์" ค้านเปลี่ยนม้ากลางศึกเสนอดึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมศูนย์โควิดฯ อดีตผู้พิพากษายุ ผบ.ทบ.ประกาศกฎอัยการศึก ระงับพฤติกรรมที่จะก่อให้เกิดการแพร่เชื้อ
    เมื่อวันอาทิตย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงแนวทางและมาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของรัฐบาลว่า รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้วางมาตรการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามหลักปฏิบัติการเผชิญเหตุโรคติดต่อร้ายแรง และคำแนะนำของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเต็มกำลัง สำหรับพรรคพปชร. ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัดด้วยการงดแถลงประจำสัปดาห์ เพื่อร่วมกันรณรงค์ให้สังคมงดการเคลื่อนย้ายพบปะ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แต่หันมามุ่งเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียแทน ทั้งในรูปแบบของข้อความ และสื่ออินโฟกราฟฟิก ในการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ยังมอบหมายให้ ส.ส.และทีมงานของพรรคช่วยกันรับฟังปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อสะท้อนกลับมายังรัฐบาลเพื่อจัดหามาตรการในการดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป 
    "ขอเรียกร้องให้ฝ่ายการเมืองมาร่วมช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ด้วยการคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลพรรคพลังประชารัฐจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาด เชื่อมั่นว่าหากคนไทยร่วมแรงร่วมใจกัน ก็จะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ได้" นายสนธิรัตน์กล่าว 
    นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอทุกคนสนใจข่าวสารจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิด บางเรื่องอาจจะสื่อสารสับสนบ้าง เป็นเรื่องที่ต้องขอความเข้าใจกัน เห็นใจกัน เพราะทุกคนทุ่มเทเสียสละทำงานหนักแทบไม่ได้พักผ่อน อย่าเอามาเป็นประเด็นทำให้คนทำงานเสียขวัญกำลังใจ อยากฝากไปยังเพื่อนสมาชิกนักการเมืองฝ่ายค้านทุกท่านว่า ขอให้ยุติการให้ร้ายและโจมตีการทำงานของนายกฯ และคณะ จะเป็นการดีที่สุด เพื่อให้รัฐบาลได้ใช้สรรพกำลังที่มีอยู่ฝ่าฟันสถานการณ์นี้ไปให้ได้  
     เมื่อถามว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เสนอให้นายกฯ ลาออกเพื่อให้สภาเลือกนายกฯ คนใหม่มาแก้ปัญหาโควิด-19 นายสุภรณ์กล่าวว่า นายธนาธรควรจะหาหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือไปแจกประชาชนช่วยอีกทาง ไม่ควรฉวยโอกาสเวลาที่ประชาชนเดือดร้อนมาซ้ำเติมกันเพื่อหวังผลทางการเมือง ควรคิดสร้างสรรค์มากกว่านี้ ความคิดแค่ทำให้ตัวเองถูกต้องตามกฎหมายของพรรคการเมืองยังทำไม่ได้ ทำตัวเองผิดพลาดจนต้องทำให้กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคของตนเองต้องเดือดร้อนไปด้วย ไม่ต้องคิดเสนอตัวเองมาเป็นผู้นำบริหารบ้านเมืองเลย แค่บริหารครอบครัวในพรรคตัวเองยังไปไม่รอดเลย
    นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เสนอรัฐบาลในการช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญคือเรื่องค่าตรวจโควิด-19 ที่ขณะนี้โรงพยาบาลรัฐและเอกชนคิดราคาอยู่ที่ 5,000-10,000 บาท ขอให้รัฐบาลขอความร่วมมือโรงพยาบาลเอกชนลดราคาลงเป็นราคาที่ใกล้เคียงกัน
    นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้ดูเหมือนว่าภาคประชาชนจะตื่นตัวมากกว่ารัฐบาล จนรัฐบาลมักจะก้าวตามหลังประชาชนเสมอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) อย่ามัวแต่ไปไล่จับประชาชนข้อหาเฟกนิวส์ แชร์ข่าวปลอม รัฐบาลแถลงข่าวสร้างความสับสนโกลาหล แตกตื่น ย้อนแย้งกันเสียเอง เข้าข่ายสร้างข่าวปลอม ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต้องแจ้งความดำเนินคดีเฟกนิวส์หรือเอาผิดกับใครในรัฐบาลหรือไม่ ถ้ารัฐบาลเป็นเอกภาพ มีทิศทางชัด เป็นผู้กำหนดแนวทางมาตรการล่วงหน้า ก็จะไม่เกิดความสับสนโกลาหลจนประชาชนแตกตื่น 
    ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการกิจการพิเศษและหัวหน้าศูนย์ข้อมูลสารสนเทศ พรรคเพื่อไทย เสนอว่า 1.รัฐบาลยังไม่มีนโยบายตรวจโควิด-19 ฟรี ซึ่งหากเราตรวจพบเร็ว ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็ว 2.รัฐบาลควรควบคุมราคาสินค้า และลดราคาน้ำมันทุกชนิดลงลิตรละ 5 บาท 3.ภาครัฐควรใช้ Big Data ให้เป็นประโยชน์ 4.รัฐควรใช้งบประมาณช่วยเหลือจ่ายเงินชดเชยให้กับกลุ่มลูกจ้างรายได้น้อยที่ติดเชื้อและต้องลางาน 5.ต้องปิดประเทศ เพื่อไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เข้ามาในประเทศไทย 
    นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือวิกฤติทั้งปัญหาฝุ่นควันและการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบกับสุขภาพอนามัยของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเยาวชน บางรายถึงกับไอเป็นเลือดแล้ว ประชาชนในพื้นที่ต้องอยู่อย่างไร้ทางออก เพราะรัฐไม่แก้ปัญหา เลือกที่จะทิ้งพื้นที่ภาคเหนือ รัฐไม่พูดความจริงกับประชาชน การตรวจหาเชื้อที่หละหลวม ไม่ละเอียด กรณีนักเสี่ยงโชคจากเชียงราย ที่ไปเล่นพนันที่กัมพูชา ติดเชื้อกลับมาก็ไปตรวจ หมอแจ้งว่าเป็นไข้หวัด ไม่มีการกักตัวปล่อยให้ใช้ชีวิตในสังคมไปตรวจล่าสุดพบว่าติดเชื้อโควิด-19 กรณีแบบนี้จะมีอีกมากแค่ไหน  
      นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 คือการเดิมพันประเทศไทย เดิมพันชีวิตคนไทย เดิมพันอนาคตของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลประกาศมาตรฐานต่างๆ จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม คนไทยไม่มีทางเลือก ในส่วนของประชาชนก็ปฏิบัติตาม และที่สำคัญคือ หากมาตรการล้มเหลว ก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของทางรัฐบาล แต่ยังเชื่อว่าเดือนเมษายนก็ยังไม่สามารถแก้ไขวิกฤตการณ์โควิด-19 ทั้งนี้ คนไทยต้องรู้จักการแยกแยะ เหมือนสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่คนไทยไม่แพ้สงคราม วันนี้เราควรเลิกเล่นการเมือง แต่จะเป็นเรื่องการบ้านซึ่งหมายถึงประเทศไทยที่จะต้องร่วมกันหาทางออก เพราะวิกฤตการณ์ขณะนี้ใหญ่กว่าการเมือง
    นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 และอดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง กล่าวว่า ภาวะวิกฤติการระบาดของไวรัส เปรียบเสมือนยามศึกสงคราม ไม่อยากให้เปลี่ยนม้ากลางศึก แต่ผู้นำประเทศจะต้องแสดงภาวะผู้นำให้เป็นที่ประจักษ์ มิเช่นนั้นชาติบ้านเมืองจะไปไม่รอด ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือกับรัฐบาล โดยให้ระงับยับยั้งข้อขัดแย้งทางการเมืองเอาไว้ก่อน จนกว่าประเทศชาติจะรอดพ้นภัยจากไวรัส หลังจากนั้นค่อยมาร่วมกันหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาทางการเมืองอีกครั้ง และขอเสนอแนวทางการบูรณาการด้วยการยุบคณะกรรมการแก้ไขปัญหาทั้งหมดเหลือศูนย์เดียวคือ "ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19” ที่มีนายกฯ เป็นประธาน แล้วปรับโครงสร้างใหม่ด้วยการดึงนายแพทย์อาวุโสที่เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยามาร่วมเป็นรองประธาน และกรรมการมีหน้าที่และอำนาจเหมือนเดิมที่สามารถสั่งการเด็ดขาดให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานของรัฐภาคเอกชนให้ปฏิบัติได้ และให้แต่งตั้งโฆษกศูนย์ฯ มีหน้าที่แถลงชี้แจงข่าวสารเพียงแห่งเดียวทุกวันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน จนกว่าเหตุการณ์จะคลี่คลาย 
    นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความรุนแรงมากกว่าโรคระบาดในอดีต จึงควรต้องมีการออกกฎหมายใหม่เพิ่มเติม รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีมีอำนาจออกเป็นพระราชกำหนดบังคับใช้ไปก่อนได้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ให้อำนาจไว้ แล้วจึงค่อยเสนอให้รัฐสภาพิจารณาอนุมัติในภายหลัง
    นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถ้ามาตรการที่จังหวัดต่างๆ ประกาศใช้บังคับยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ และยังมีผู้ไม่ให้ความร่วมมือ จึงขอเสนอให้ผู้บัญชาการทหารบกประกาศกฎอัยการศึก โดยให้มีผลใช้บังคับทั่วประเทศ เพื่อจะได้มีอำนาจสั่งการให้มีการระงับยับยั้งพฤติกรรมต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดการแพร่เชื้อ COVID-19 ให้ได้ผลอย่างสมบูรณ์ที่สุดต่อไป ในขณะที่รัฐบาลก็ต้องดำเนินการช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการของรัฐโดยเร่งด่วนด้วย.  


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"