'ศูนย์โควิด-19พท.'ชง3มาตรการเยียวยา แจกเบี้ยยังชีพเดือนละ5พัน


เพิ่มเพื่อน    

23 มี.ค. 63 - ที่ห้องประชุม 8A ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เวลา14.30 น. มีการประชุมคณะทำงานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและติดตามการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย
 
จากนั้นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากมาตรการของรัฐบาลให้ปิดสถานประกอบการ เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการควบคู่กับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด โดยเฉพาะต้องเร่งช่วยคนตัวเล็ก พนักงาน ลูกจ้าง ผู้ใช้แรงงาน จากมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่าง SMEs โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านค้าปลีกรายเล็ก และอื่นๆ ขอเสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้ 

1.มาตรการสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องถูกเลิกจ้าง คนตกงาน ถูกพักงาน 1.1 สำหรับคนที่ต้องออกจากงาน ตกงาน หรือพักงาน เพราะผลกระทบจาก Covid-19 เดือนละ 5,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน หากมีงานทำก่อน ก็ยกเลิกการอุดหนุนเบี้ยยังชีพนี้ 1.2 พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยทุกประเภท ให้ประชาชน ทั้งหนี้ผ่อนบ้าน ผ่อนมอเตอร์ไซค์ ผ่อนรถยนต์ ผ่อนเครื่องมือทำการเกษตร หรือผ่อนเครื่องมือทำมาหากิน เช่น คอมพิวเตอร์ ที่เป็นหนี้มาก่อน ไม่ใช่หนี้ใหม่ เป็นเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนมีนาคม 1.3 ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ประชาชนทุกประเภท 1.4 สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังต้องถูกกัดตัว 14 วัน ต้องจ่ายชดเชยรายได้ให้คนละ 5000 บาท 1.5 ช่วยลดค่าน้ำค่าไฟ ให้ผู้มีรายได้น้อย ใช้ไม่เกิน 1000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน  1.6 สำหรับเด็กนักเรียนที่ต้องเรียนออนไลน์ และพนักงานที่ต้องทำงานจากบ้านให้ใช้อินเตอร์เน็ตฟรี โดยรัฐเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณ รวมทั้งให้เอกชนช่วยสนับสนุนบางส่วน 1.7 ขอความร่วมมือภาคเอกชนงดเก็บค่าเช่าให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กอย่างน้อย 3 เดือน โดยลดภาษีให้ผู้ประกอบการ

2.มาตรการสำหรับภาคธุรกิจ ต้องเร่งช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง SMEs กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มผู้ผลิต ขนาดเล็กขนาดกลาง ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร รับจัดอีเว้นท์ สปาฯลฯ ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดย2.1 พักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือนก่อนในเบื้องต้น นับตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นไป 2.2 ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ธุรกิจเล็ก กลางที่ได้รับผลกระทบ ให้เหลือ 3% พร้อมทั้งปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้เอกชนพอที่จะยืนอยู่ได้ ในสภาวะเช่นนี้ 2.3 ให้soft Loan สินเชื่อเพื่อต่อชีวิตธุรกิจ ในอัตราดอกเบี้ย1% เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจSMEs โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการให้สินเชื่อ และค้ำประกันเงินกู้ให้ธนาคารพาณิชย์ 2.4 ให้เงินอุดหนุนนายจ้าง”ไม่ให้เลิกจ้างพนักงาน” โดยช่วยสนับสนุนค่าจ้างพนักงานบางส่วน 2.5 ลดราคาน้ำมันตามราคาตลาดโลก โดยเฉพาะให้ยกเลิกการเก็บภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อลดต้นทุนการผลิต 2.6 เลื่อนการจ่ายภาษีนิติบุคคลออกไปอีกหกเดือน สำหรับธุรกิจSMEs และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ

3.มาตรการสำหรับเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและกำลังมีปัญหาผลกระทบจาก Covid โดย3.1 พักชําระหนี้เกษตรกรทุกชนิด 6 เดือน หากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น อาจขยายเวลาเพิ่มขึ้น 3.2 เร่งจ่ายชดเชยค่าภัยแล้ง ไร่ละ 2,500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ ส่วนเกษตรกรที่มีพื้นที่น้อยให้ขั้นต่ำรายละ 25000 บาท  3.3 จัดสรรเงิน SML 500,000-800,000-1,000,000 บาท ให้หมู่บ้านนำไปพัฒนาแหล่งน้ำ ถนน ในหมู่บ้าน โดยให้ใช้แรงงานในพื้นที่เท่านั้น
    
ด้าน นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ ในฐานะคณะทำงานศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมการด้านวัสดุ คุรุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ให้ชัดเจน รวมทั้งขอให้ลงโทษอย่างเด็ดขาดต่อผู้ที่นำเมทิลแอลกอฮอล์มาขาย ซึ่งไม่สามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในการทำความสะอาดได้ นอกจากนี้ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ Test Kid โดยทางการจีน อยากส่งมาให้ประเทศไทย ซึ่งชุดตรวจดังกล่าวราคาประมาณ 300-400บาท ใช้เวลาตรวจหาเชื้อโควิดเบื้องต้นในเวลา 15-30นาที ซึ่งดีมาก ในการรณรงค์ตรวจค้นคนเจ็บ คนป่วยในชุมชน แต่ตนทราบมาว่า ไทยขอเวลาตรวจสอบอุปกรณ์ดังกล่าว 6เดือนถึง1ปี กว่าจะถึงเวลานั้น คนคงตายหมดก่อน ซึ่งกฎเกณฑ์ต่างๆที่เป็นข้อจำกัด ขอให้ทางรัฐบาลพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ เราไม่อยากให้ไทยเป็นเหมือนอิตาลี ที่แพทย์ต้องเลือกว่าคนไหนควรที่จะได้รับการรักษา  
     
นายโภคิน พลกุล รองประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลต้องตั้ง Single Commandโดยเป็นศูนย์แถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องของโควิด - 19 เพียงศูนย์เดียว และจะต้องมีผู้ตอบคำถามที่ประชาชนสงสัย ทั้งแนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคเป็นอย่างไร ถ้าติดเชื้อแล้วรัฐจะช่วยเหลืออย่างไร ในสถานการณ์โลกที่แปรผันทำให้ขณะนี้มียารักษาโรคดังกล่าวแล้วหรือไม่ เหล่านี้หลายคนสงสัยแต่ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน จึงอยากให้รัฐบาลรวมศูนย์ผู้เชี่ยวชาญคอยคำถามประชาชน ทั้งนี้ หากรัฐบาลตั้งศูนย์แบบซิงเกิ้ล คอมมานด์ สามารถพิจารณานำพระราชกำหนดบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินฯ ควบคู่กับ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ได้ สิ่งสำคัญในการบริหารงานในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ เราต้องการผู้นำที่มีความเป็น leadership มากกว่านี้ 
    
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมการฯ ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณฯ กล่าวว่า รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การใช้งบประมาณของทุกกระทรวงใหม่ ลดการซื้ออาวุธ การเช่ารถ การจัดสัมมนา การเดินทางไปต่างประเทศ แล้วนำไปเป็นการซื้อเครื่องมือแพทย์แทน ในส่วนของท้องถิ่นซึ่งมีเงินสะสมจำนวนมาก รัฐบาลต้องปรับเกณฑ์ให้ท้องถิ่นสามารถใช้งบได้อย่างคล่องตัว และในส่วนของภูมิภาค รัฐบาลต้องสั่งให้สำนักงบประมาณผ่อนคลายกฎเกณฑ์การใช้งบประมาณอย่างเร่งด่วน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ขณะนี้เม็ดเงินเพียงพอเพียงแต่รัฐบาลต้องบริหารจัดการให้ถูกต้อง
      
นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ประธานศูนย์ฯ กล่าวว่า หลักการสำคัญของการควบคุมโรค คือการดูแลการเคลื่อนย้าย รัฐบาลต้องเข้มงวดการคัดกรองในระดับจังหวัดและระดับชุมชน ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้สั่งการให้ ส.ส.ของพรรคให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในพื้นที่ โดยการร่วมตรวจสอบและคัดกรองประชาชนที่เข้า - ออกต่างจังหวัด นอกจากนี้ในส่วนของอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ เช่น ห้องไอซียู เตียง เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น จนถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ารัฐบาลพร้อมแล้วหรือไม่.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.