'นฤมล' หมู่บ้านกระสุนตก! หรือถึงเวลาเปลี่ยนม้ากลางศึก


เพิ่มเพื่อน    

            กลายเป็นที่วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการ สื่อสาร ของรัฐบาล ในช่วงที่ประเทศกำลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้หัวหน้าทีมโทรโข่งรัฐบาล อ.แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถูกถล่มอย่างหนัก เพราะให้ข่าวต่างจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ถึงขั้นให้พิจารณาเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลใหม่

                จากกรณีการสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวในกรุงเทพมหานคร 26 จุด เช่น ห้างสรรพสินค้า (ยกเว้นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา ร้านอาหาร) ตลาดและตลาดนัด (เปิดเฉพาะจำหน่ายอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยา และสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต) สนามมวย สถานที่ออกกำลังกาย เป็นต้น

                ทั้งนี้ หากเปิดไทม์ไลน์คร่าวๆ การสื่อสารของ รัฐบาล และ ผู้ว่าฯ กทม. ในวันดังกล่าว โดยเวลา  11.17 น. มีผู้สื่อข่าวส่งข้อความในกลุ่มไลน์สื่อทำเนียบรัฐบาล เพื่อสอบถามว่า

                “รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ช่วงบ่าย (21 มี.ค.) จะมีการประกาศขอความร่วมมือ งดออกนอกเคหสถาน มีการปิดห้างสรรพสินค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยกเว้นโรงพยาบาล ซูเปอร์มาร์เก็ต  ร้านอาหาร ขอให้เป็นการสั่งไปกินที่บ้าน งดนั่งทานในร้าน ขอความร่วมมือทำงานที่บ้าน เริ่มบังคับใช้วันอาทิตย์ 22 มี.ค.เป็นต้นไป”

                ต่อมาเวลา 11.49 น. คำถามดังกล่าวถูกตอบโดย อ.แหม่ม

                “จากกรณีที่มีข่าวอ้างว่าจะมีประกาศปิดพื้นที่ ปิดห้างสรรพสินค้า ฯ ในวันอาทิตย์ที่ 22 มี.ค.นั้น ขอชี้แจงย้ำว่าขณะนี้ หน่วยงานที่มีอำนาจในการสั่งการดังกล่าว คือ กระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัด กำลังมีการหารือและประชุมกันอยู่ โดยกำลังพิจารณา ศึกษาอย่างละเอียด รอบคอบ ถี่ถ้วน จึงขอให้ประชาชนได้รอฟังประกาศ หรือความคืบหน้าจากราชการ และหยุดการแพร่ข่าวที่ไม่มีที่มาที่ไป ที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ นอกจากความแตกตื่น ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง”

                ต่อมาเวลา 12.20 น. สำนักประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร ได้ส่งเนื้อข่าวให้สื่อมวลชนสาย กทม.ผ่านไลน์

                “กทม.สั่งปิดสถานที่เสี่ยงเพิ่ม 22 วัน เริ่ม 22 มี.ค.-12 เม.ย.63 เว้นซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ  ร้านอาหารขายได้เฉพาะหิ้วกลับบ้าน”

                ก่อนที่เวลา 12.48 น. เจ้าหน้าที่ กทม.ส่งไลน์แจ้งนักข่าวในกลุ่ม

                "ทีมงาน กทม.ยกเลิกข่าวกรณี กทม.มีคำสั่งปิดห้างใน กทม. ให้รอผู้ว่าฯ แถลงความชัดเจน”

                ก่อนที่เวลาประมาณ 13.00 น. ผู้ว่าฯ กทม.จะแถลงผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวในกรุงเทพฯ และเผยแพร่เอกสารประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่  2) โดยปิดทั้งหมดรวม 26 จุด ทั้งนี้ หลังมีประกาศดังกล่าวออกมาทำให้โลกโซเชียลวิจารณ์การทำงานของหน่วยงานภาครัฐในการสื่อสารที่ล้มเหลว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในช่วงที่ประเทศกำลังประสบปัญหาแบบนี้ โดยพุ่งเป้าไปที่ตัวโฆษกรัฐบาล อันเนื่องมาจากประโยคที่ระบุว่า

                “ขอให้ประชาชนได้รอฟังประกาศ หรือความคืบหน้าจากราชการ และหยุดการแพร่ข่าวที่ไม่มีที่มาที่ไป ที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ นอกจากความแตกตื่น ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง”

                ซึ่งหลายคนตีความกันไปว่าหมายถึง ข่าวปลอม โดยในประเด็นนี้ อ.แหม่ม ต้องออกมาชี้แจง ยืนยันว่าไม่เคยระบุว่าเป็นข่าวปลอมเลย และการทำงานไม่เคยมีความขัดแย้งกัน

                นอกจากนี้ยังมีการวิจารณ์ไปถึงทีมโฆษกรัฐบาลด้วย เพราะหลังจากที่ กทม.ประกาศปิดสถานที่เสี่ยง ได้มีสื่อบางสำนักโทร.ไปสอบถาม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีการประกาศปิดจริง แต่ในส่วนของรายละเอียดต้องสอบถามไปยังผู้ว่าฯ กทม. ทำให้ทีมโฆษกฯ ถูกโจมตีไปอีกว่าทำงานไม่ประสานกัน แต่เรื่องนี้ น.ส.ไตรศุลีได้ชี้แจงเช่นกัน

                “การทำงานพูดคุยกันตลอด แต่ข่าวที่ออกมาเป็นคนละช่วงเวลากัน”

                อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าจะมีประเด็นดังกล่าว อ.แหม่ม ก็ถูกวิจารณ์เรื่องการสื่อสารมาเป็นระยะ  เรียกว่ารับศึกหนักมาตั้งแต่ต้นปีกับกระแสข่าวให้เปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล โดยเป็นการปล่อยข่าวจากบางกลุ่มในพรรครัฐบาลเอง แต่ครั้งนั้นสามารถพูดคุยทำความเข้าใจกันได้เรียบร้อย และไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมมีต่อ อ.แหม่ม ซึ่งยังไว้วางใจให้ทำงานต่อไป พร้อมให้กำลังใจในการทำหน้าที่ด้วย

                แต่ทว่าในครั้งนี้ ช่วงที่ประเทศเกิดวิกฤติโรคระบาด ข้อมูลการชี้แจงที่เป็นหนึ่งเดียวของภาครัฐเป็นสิ่งสำคัญ หากแม่ทัพด้านการสื่อสารของภาครัฐยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน นั่นอาจจะส่งผลต่อเส้นทางการทำงานในตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล" ด้วยหรือไม่ ซึ่งวิบากกรรมครั้งนี้มีเพียงนายกฯ เท่านั้นจะเป็นผู้ตัดสินใจ ว่าจะให้หยุดหรือไปต่อ. 


สภาปลุกเสก "๓ พ.ร.ก. ๑.๙ ล้านล้าน" มา ๕ วัน บ่ายวาน (๓๑ พ.ค.๖๓) ก็ประสิทธิเมฉบับที่ ๑ ........"พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา, เยียวยา, ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ๑ ล้านล้าน

เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้