หนีโควิดเจอ3เดนมนุษย์ 2 พี่น้องโคโยตี้พัทยาแจ้งความถูกรุมโทรม


เพิ่มเพื่อน    

24 มี.ค.63-  เมื่อเวลา 01.30 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เสม็ด  รับแจ้งว่ามีหญิงสาวถูกข่มขืนบริเวณโรงเหล็กแห่งหนึ่งในเขตตำบลเสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี

หลังรับแจ้ง นำกำลังตำรวจ จึงรีบไปตรวจสอบร้านอาหาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเหล็ก พบพี่สาวและ น.ส.ริน(นามสมมุติ)   อายุ 20 ปี แจ้งว่า ตนถูกชาย 3 คน ร่วมกันจับข่มขืนไป 1 คน ส่วนอีก 2 คนต่อคิว พยายามจะข่มขืนต่อ แต่ตนกับพี่สาวหลบหนีออกมาได้

จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.ริน ผู้เสียหาย กับพี่สาวทำงานเป็นโคโยตี้อยู่ที่พัทยา ซึ่งร้านปิดตามนโยบายป้องกันการระบาดของโรคโควิด 19  ตนและพี่สาวไม่มีที่ไป พี่สาวนึกขึ้นมาได้ว่าเคยคุยกับ นายเอ นามสมมติ ผู้ก่อเหตุ เป็นชายทางเฟสบุ๊คมาสักระยะนึงแล้ว  แต่ยังไม่เคยเจอหน้า จึงตัดสินใจนัดมาพบที่เมืองชลบุรี มาพักที่บ้านพักพนักงานในโรงเหล็ก

โดยวันแรกที่มาถึง นายเอ ผู้ก่อเหตุ ทำตัวนิสัยแสนสุภาพพูดจาดีดูแลดี พาไปเลี้ยงข้าว แต่คืนวันต่อมาก็เปลี่ยนไปเป็นซาตาน นายเอ พร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน หว่านล้อมจะขอมีเพศสัมพันธ์ น.ส.รินและพี่สาวก็ไม่ยอม  สุดท้ายทั้ง 3คน ก็ใช้กำลัง ร่วมกันจับพี่สาวขังไว้อีกห้อง แล้วร่วมกันจับน.ส.ริน แล้วให้ นายเอ  ลงมือข่มขืน น.ส. ริน จึงเสร็จ แล้วอีก 2 คน ก็พยายามจะเข้ามาข่มขืนต่อ น.ส.รินก็ทั้งสู้ทั้งร้องให้คนช่วยเสียงดัง จน 2คน ไม่กล้าลงมือ จากนั้นก็อาศัยจังหวะเผลอ น.ส.ริน จึงวิ่งไปเปิดห้องให้พี่สาวและตัวเอง วิ่งหลบหนีมาที่ ร้านอาหาร อยู่ไม่ไกลจากบ้านพักโรงเหล็ก

แล้วโทรแจ้ง 191 ตำรวจจึงเดินทางมาดังกล่าว ให้ น.ส.รินไปให้แพทย์ตรวจร่างกาย ก่อนจะไล่ติดตาม นายเอและเพื่อนอีก 2 คน เพื่อมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป.

 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'