'อนุดิษฐ์' แนะตัดงบไม่จำเป็นมาใช้เยียวยาปชช. ลดกู้เงินให้น้อยที่สุด พร้อมเกาะติดแก๊งหากินแมสก์


เพิ่มเพื่อน    

26 มี.ค.63 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลกำหนดมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดจากไวรัสโควิดในครั้งนี้ว่า ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและดำเนินการตามข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยเกือบทั้งหมด แม้จะยังไม่ครบทุกข้อก็ตาม แต่ความช่วยเหลือเหล่านี้จะเป็นมาตรการสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ผ่านวิกฤติในช่วงนี้ไปได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ มาตรการทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาจำนวนมหาศาล ขณะเดียวกันกับที่รัฐบาลเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า และ จีดีพี ปีนี้จะติดลบอย่างแน่นอน

ดังนั้นเงินที่จะนำมาใช้กับมาตรการชดเชยรายได้ให้กับประชาชนเชื่อว่ารัฐบาลจะขอสินเชื่อเงินกู้แน่นอน ซึ่งหากจำเป็นจะกู้ก็ต้องกู้ ขอเพียงรัฐบาลมีวินัยทางการเงินและกู้ที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อเป็นการลดภาระของลูกหลานในอนาคต แต่ที่สำคัญ อยากเสนอแนะให้รัฐบาลใช้เงินตัวเองก่อน ด้วยการชะลอการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่จำเป็นและโยกเงินเหล่านี้มาใช้ในมาตรการเร่งด่วน เพื่อลดการกู้เงินลงไปให้น้อยที่สุด

"หากดูรายละเอียดของงบประมาณปี 63 จะเห็นว่ามีงบประมาณอยู่หลายหมวดที่เชื่อว่าสามารถเจรจาเพื่อชะลอโครงการออกไปก่อน เช่น โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม การสร้างอาคารสถานที่ราชการใหม่ การเช่าซื้อรถประจำตำแหน่งใหม่ งบฝึกศึกษาอบรมในต่างประเทศ เป็นต้น และผมเชื่อว่าหากเอ็กซเรย์ดีๆจะพบงบประมาณอื่นๆอีกหลายหมวดที่ชะลอได้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ และรีบเร่งขอชะลอโครงการ รัฐบาลจะสามารถโยกงบมาสนับสนุนมาตรการฉุกเฉินต่างๆได้ทันทีโดยไม่ต้องกู้ หรือกู้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น”นอ.อนุดิษฐ์ กล่าว

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่าได้เข้าประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เพื่อร่วมกันสอบสวนกรณีหน้ากากอนามัยขาดตลาดและมีราคาแพง ซึ่งจากการฟังผู้ชี้แจงมาให้ข้อเท็จจริงนั้น พบว่ามีความไม่ชอบมาพากลอยู่หลายประการ โดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายก่อนการประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นั้น ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ปรากฎว่ามีการรีบเร่งส่งออกหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมหาศาลถึง 200 กว่าตัน หรือคิดเป็น 70 กว่าเปอร์เซนต์ของปริมาณส่งออกทั้งหมดของเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์

“คำถามที่สงสัยก็คือ ทำไมอาทิตย์สุดท้ายก่อนประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องขอใบอนุญาตส่งออก บริษัททั้งหลายจึงรีบส่งออกหน้ากากอนามัยปริมาณมหาศาลมากกว่า 200 ตันออกนอกประเทศ เหมือนกับจะทราบล่วงหน้าว่าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ จะส่งออกเสรีไม่ได้ ทั้งๆที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพิ่งออกมายืนยันเมื่อวันที่ 30 มกราคมว่า ประเทศไทยมีสต็อคหน้ากากอนามัยเพียงพอกับคนทั้งประเทศ ซึ่งจะเป็นความจริงทันทีถ้ามันไม่ถูกส่งออกไป แต่สุดท้ายก็ถูกรีบเร่งส่งออกไปทั้งหมด ทำให้อุปกรณ์พื้นฐานในการป้องกันตัวเองของคนไทยขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้นมาทันที

เฉพาะวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ มีปริมาณส่งออกหน้ากากอนามัยถึง 135 ตัน หรือคิดเป็นจำนวนหลายร้อยล้านชิ้น ไม่เชื่อว่าหน่วยงานราชการจะไม่ทราบ โดยเฉพาะก่อนประกาศให้หน้ากากอนามัยเป็นสินค้าควบคุม หน่วยงานต่างๆต้องประชุมกันอย่างละเอียดถึงความจำเป็นที่ต้องมีหน้ากากอนามัยใช้อย่างเพียงพอภายในประเทศ เมื่อมีปริมาณส่งออกหน้ากากอนามัยสูงผิดปกติตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม ทำไมจึงปล่อยไปเรื่อยๆไม่รีบประกาศควบคุม แต่ไปประกาศในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ หลังหน้ากากอนามัย 200 กว่าตัน ถูกส่งออกนอกประเทศไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ผมและคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.จะเกาะติดเรื่องนี้ต่อไป และจากข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าคณะกรรมาธิการทุกคนจะร่วมกันกระชากหน้ากากขบวนการหาผลประโยชน์บนความทุกข์ของคนไทยทั้งประเทศในครั้งนี้ออกมาให้ได้” น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว


ตลาดข่าววันนี้.......ยังคงเซ็งแซ่อยู่กับเรื่องศึกชิงตำแหน่ง "เจ้าสำนัก" พลังประชารัฐ ระหว่างทีมบุ๋น "สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์"กับทีมบู๊ "พลเอกประวิตร-สุริยะ-สมศักดิ์"

พปชร.ที่ 'อยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น'
"การเมืองวันที่ไม่มีประยุทธ์"
เมื่อ "ทัวร์ลง" เดือนพฤษภา.
"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"