อย่าให้36วันต้องสูญเปล่า! 'จาตุรนต์'บี้รัฐบาลเร่งเผด็จศึกโควิดให้อยู่หมัด


เพิ่มเพื่อน    

27 มี.ค. 63 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “อย่าให้ 36 วันต้องสูญเปล่า ผมเพิ่งทวีตเรื่องเพื่อนคนนึงต้องเย็บหน้ากากผ้าให้ลูกซึ่งเป็นหมอที่ไม่มีหน้ากากใช้ไปหยกๆ ก็มาเจอข่าวรัฐมนตรีสาธารณสุขพูดถึงหมอพยาบาลที่ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับรัฐมนตรี ทุกท่านที่ตามข่าวคงทราบดีอยู่แล้ว เรื่องนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์โควิดที่กำลังเป็นความเป็นความตายของประชาชน
          
อาจจะเพราะผมเคยเป็นนักศึกษาแพทย์มาก่อนทำให้มีเพื่อนเป็นหมอจำนวนมากและก็มีเพื่อนหลายคนที่มีลูกเป็นหมออยู่ด้วย ทำให้พอจะทราบปัญหาและความอึดอัดคับข้องใจที่หมอพยาบาลประสบอยู่ รวมทั้งความรู้สึกทุกข์ร้อนห่วงใยกังวลใจของพ่อแม่ญาติพี่น้องของหมอพยาบาลทั้งหลายด้วย

• เข้าใจความรู้สึกอย่างนี้ได้เพราะโควิดนี้เป็นโรคร้าย แม้ในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ทันสมัยมากๆ เมื่อมีผู้ติดเชื้อมากๆ เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่พอ หมอพยาบาลและบุคลากรทางสาธารณสุขจำนวนมากก็ติดเชื้อ ที่เสียชีวิตก็ไม่น้อย
ในขณะที่ประเทศไทย จำนวนผู้ติดเชื้อยังไม่มาก แต่เครื่องไม้เครื่องทุกอย่างขาดแคลนไปเสียหมดและหมอพยาบาลก็เริ่มติดเชื้อหลายคนแล้ว

• หมอพยาบาลไม่มีหน้ากากใช้ ชุดและเครื่องมือป้องกันการติดเชื้อก็ขาดแคลน หน้ากากสำหรับคนไข้ก็ไม่มี ไม่มีวิธีคัดกรองคนไข้เพราะสถานที่จำกัด คนไข้ไม่บอกประวัติว่าไปใกล้ชิดผู้ติดเชื้อมา เมื่อไม่มีเครื่องตรวจหาผู้ติดเชื้อที่ตรวจได้เร็วและไม่มีระบบกักตัวผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อที่ดีพอ ผู้ติดเชื้อก็มาเจอกับหมอที่ไม่มีหน้ากาก ผู้ป่วยโควิดเจอกับหมอพยาบาลที่ไม่มีเครื่องป้องกันการติดเชื้อที่มีคุณภาพ แค่ที่พูดมานี้ก็มีหลายปัญหาอยู่ด้วยกันแล้ว ถ้าเราไม่รีบแก้ปัญหาเหล่านี้ หมอพยาบาลและบุคลากรทางสาธารณสุขของเราก็จะต้องติดเชื้อป่วยกันไปอีกมาก

• ถ้าทำสงครามระหว่างคนกับคน ผู้ที่รบก็คือนักรบหรือทหาร แต่นี่เราทำสงครามกับไวรัส นักรบของเราคือหมอพยาบาลและบุคลากรทางสาธารณสุข ถ้าไม่ทำให้นักรบของเราเข้มแข็งมีอาวุธเกราะกำบังที่พร้อมและปล่อยให้ร่อยหรอไปเรื่อย เราก็มีแต่ต้องพ่ายแพ้ในสงครามนี้

• วันที่คนเป็นห่วงที่หมอพยาบาลหลายคนติดเชื้อโควิดและรัฐมนตรีสาธารณสุขตอบคำถาม รัฐบาลซึ่งเริ่มใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นวันแรกก็ไม่ได้แสดงความรับรู้ถึงปัญหานี้และปัญหาสำคัญๆ อื่นๆ รวมทั้งไม่แสดงให้เห็นเลยว่ามีแผนการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างไร

• ห้างร้านสถานที่จำนวนมากปิดมาก่อนแล้ว วันนี้เราก็เห็นการตั้งด่านตรวจระหว่างจังหวัดทั้งที่แบบไม่เข้มงวดและที่เข้มงวดถึงขั้นปิดจังหวัดก็มี

• มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามให้คนอยู่ห่างจากกัน (social distancing) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีและมีประโยชน์ แต่เมื่อทำแบบไม่เข้มข้นมาก ก็อาจมีผลเพียงระดับหนึ่ง ไม่สามารถเผด็จศึกโควิดให้อยู่หมัดได้
มาตรการแบบนี้มีค่าใช้จ่ายราคาแพงของคนทุกระดับทั้งสังคม กิจการที่ต้องปิดและโดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและคนยากจนที่ขาดรายได้ หยุดงาน ทำมาหากินไม่ได้ ปัญหาข้าวของแพงและขาดแคลนก็เกิดขึ้นรุนแรงแล้ว

• จึงเกิดคำถามว่าแล้วจะอยู่กันอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ เมื่อครบกำหนดแล้ว จะเป็นยังไง จะอยู่กันยังไง โควิดจะหมดไปมั้ย
คำตอบก็คือโควิดจะไม่หมดไปและปัญหานี้จะอยู่กับเราไปอีกนานอย่างน้อยก็จนกว่าจะมีวัคซีน ใน 36 วันนี้ หากทำ social distancing ได้ดีและมีมาตรการอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพก็จะลดความเสียหายได้มาก แต่ถ้าไม่มีมาตรการที่ดีความเสียหายก็จะสูง และถ้า 36 วันนี้ไม่เกิดระบบที่เข้มแข็งมีประสิทธิภาพ หลังจากครบ 36 วันแล้ว มาตรการอาจต้องเข้มข้นขึ้น ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตมากขึ้นและสถานการณ์อาจจะแย่ลงจนรับระบบสาธารณสุขไม่ไหวและจะเสียหายอีกมาก

• มาตรการที่ใช้อยู่ในระยะเวลา 36 วันนี้คือการชะลอไม่ให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากและรวดเร็วเกินไปและไม่ให้มีผู้ป่วยล้นจนทำให้ระบบสาธารณสุขล่ม เป็นการ “ซื้อเวลา” ที่จะต้องใช้สร้างและยกระดับมาตรการต่างๆทั้งการตรวจเชื้อคัดกรอง การกักตัวให้มีประสิทธิภาพและสร้างความพร้อมของกำลังบุคลากร โรงพยาบาล อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือและเวชภัณฑ์ เพื่อสู้กับไวรัสนี้ได้ดีขึ้นและพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ข้างหน้า

• ใน 36 วันต่อไปนี้ ถ้า “ซื้อเวลา” มาแล้วใช้ไม่เป็น จะสูญเสียและเดือดร้อนกันอีกมากและยาวนาน แต่ถ้าใช้เวลาให้เป็นเราจะลดความสูญเสียได้และจะอยู่กันอย่างไม่ทุกข์ยากจนเกินไป

• อย่าให้ 36 วันที่ราคาแพงนี้ต้องสูญเปล่า”.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"