แพทย์สธ.เตือนสติคนไทย! มองปัญหาเท่าที่เป็นไม่มากเกินจริงไม่น้อยเกินไป


เพิ่มเพื่อน    

27 มี.ค. 63 - นพ.พิเชฐ บัญญัติ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ในหัวข้อ “ถ้ามีสติเราจะมองปัญหาเท่าที่มันเป็นไม่มากเกินจริงไม่น้อยเกินไป” โดยระบุว่า “คงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า เวลาคนเราโกรธ อาจจะเป็นช้างตัวเท่าหนู เวลาคนเราเศร้า อะไรนิดอะไรหน่อยก็น้ำตาซึม เวลาเรากลัวผี พอได้ยินเสียงก๊อกๆแก๊กๆ เราก็จะเต้นตึกตักนึกว่าผีมา เวลากลัว โกรธ รัก หลง เราจะเห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ผิดไปจากที่มันเป็น

“ถ้ามีสติ”มิกลัวมัวขัดข้อง
“เราจะมอง”เหมือนจริงตามสิ่งเห็น
“ปัญหาเท่า”เข้าใจในประเด็น
“ที่มันเป็น”ไปอยู่อย่างรู้ทัน
“ไม่มาก”ทั้งกังวลคนแตกตื่น
“เกินจริง”ฝืนเฝ้าคิดจนบิดผัน
“ไม่น้อย”จนคนพลาดประมาทกัน
“เกินไป”มันมีโทษโปรดตรองดู

การคาดการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (worse case scenario) จากข้อมูลตัวเลขการระบาดรายวันของประเทศต่างๆ โดยไม่อาศัยข้อมูลทางด้านอื่นประกอบ ทำให้เราเห็นภาพความน่ากลัวอย่างเห็นได้ชัด ถ้าหากปล่อยเป็นเช่นนั้น ไม่ช่วยกันป้องกัน ความเสี่ยงสูงสุดจะเป็นไปในทางนั้น ส่งผลให้เกิด “ความตระหนัก” ในคนหลายกลุ่ม และ “ความตระหนก” ในคนอีกหลายกลุ่ม แม้คนบางกลุ่มยังคงไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อมาตรการต่างๆก็ตาม แต่ก็เกิดผลดีในเชิงการป้องกันโรคระบาดได้มากขึ้น

สิ่งที่เรากลัวไม่ใช่ “การเจ็บป่วย” เพราะศักยภาพใน “การรักษาพยาบาลผู้ป่วย” ของเราอยู่ในเกณฑ์ดี ที่เรากลัวคือ “การระบาดของโรค” ที่ต้องอาศัย “การป้องกันควบคุมโรค” ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสามทางระบาดวิทยา คือ ตัวคน (host) ตัวเชื้อโรค (agent) และ ตัวสิ่งแวดล้อม (environment) ถ้าเราป้องกันควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ด้วย “ระบบสาธารณสุข” ที่เข้มแข็ง การระบาดก็จะชะลอตัวลงหรือหยุดลงได้ พอมองมากกว่า “ตัวเลขผู้ป่วยที่เพิ่มรายวัน” เราจะเห็นโอกาสของประเทศ ที่จะสร้างสถานการณ์ที่ดีที่สุด (best case scenario) ของการระบาดโควิด-19 ขึ้นมาได้

“ตัวคน” คนไทยไม่เหมือนอิตาลี อเมริกา เยอรมัน อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ทั้งลักษณะทางพันธุกรรม พฤติกรรม กิจกรรม วัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิด ที่จะเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตาย

“ตัวเชื้อโรค” คาดว่า เชื้อโรคที่ก่อโรคโคสิด-19 ไม่ต่างกัน เป็นเชื้อซาร์โควี-2 เหมือนกัน แต่อาจต่างกันที่สายพันธุ์ย่อย
มีคนตั้งข้อสังเกตุว่า เชื้อที่อิตาลี แรงกว่าและติดง่ายกว่าเชื้อจากจีนเกาหลีญี่ปุ่น ก็คงเป็นตามที่นักวิทยาศาสตร์จีนบอกว่า เชื้อโควิด-19 รุ่นแรกหรือ S-strain (ตัวแม่) จะดุร้ายน้อยกว่า รุ่นหลัง L-strain (ตัวลูก) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ลักษณะพันธุกรรมหลัก ยังเป็นตัวเดียวกัน นี่อาจเป็นเหตุผลที่คนที่ติดจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ มีอาการเล็กน้อย และไม่แพร่กระจายมาก (จริงๆแล้ว คนไปเที่ยวผับ น่าจะน้อยกว่า ดูมวย ก็ได้) เพราะติดจากคนฮ่องกง ที่เป็นเชื้อตัวแม่ ส่วนที่ติดจากสนามมวยลุมพินี จากเซียนมวยที่ป่วยเพราะติดจากลูกชายที่กลับจากอิตาลี ทำให้คนดูมวยส่วนหนึ่งป่วย และมีอาการน้อยช่วงเริ่มป่วยแล้วรุนแรงมากขึ้นจนมีปอดอักเสบ และมีคนติดกระจายไปหลายจังหวัด

“ตัวสิ่งแวดล้อม” เป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างมากของสภาพแวดล้อม (อุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด) ในประเทศอื่นๆ อุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส ขณะที่ของไทยเกินกว่า 30 องศาเซลเซียส น่าจะมีผลอย่างมากต่อความสามารถในการก่อโรคในคน และความคงทนในสิ่งแวดล้อมของไวรัส

เมื่อวิกฤตจะกลับกลายเป็นโอกาส คนกรุงหยุดงานกลับต่างจังหวัด เมืองกรุงลดความแออัด ลดกิจกรรมทางสังคมลง ไปกำกับระยะห่างทางสังคมของต่างจังหวัดได้ แล้วให้บทบาท “การป้องกันควบคุมโรคระบาด” เป็นบทบาทของจังหวัดแต่ละจังหวัด ให้ผู้ว่าฯเป็นแม่ทัพ มีตำรวจ สาธารณสุข และหน่วยงานต่างๆ เป็นขุนศึก

เปิดการรบตะลุมบอนในชุมชน โดยผู้ที่ถนัดในการป้องกันควบคุมโรคในชุมชน คือ อสม. และ หมออนามัย ( เจ้าหน้าที่ รพ.สต.) ได้แสดงบทบาทอย่างเต็มที่ เราก็จะเริ่มเห็นทิศทางสู่ชัยชนะได้ง่ายขึ้น ชุมชนต่างจังหวัด เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แหล่งแพร่เชื้อแออัดไม่มากนัก เมื่อสาธารณสุข ตำรวจ มหาดไทย จับมือกัน มาครบทั้ง “พระเดช” และ “พระคุณ” แถมยังมี “พระสงฆ์” มาช่วยอีกในหลายๆพื้นที่ และอาจมี “พระเครื่อง” ด้วย

กองหน้ารับศึกในชุมชน ทั้ง หมออนามัย (เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน นักวิชาการสาธารณสุข พยาบาลชุมชน) อสม. และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่ใกล้ชิดชาวบ้านที่สุด จะช่วยดึงคนในชุมชน รวมพลังชุมชนออกมาร่วมด้วยช่วยกันได้ ภายใต้การสนับสนุนที่ดีของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ที่ไม่ต้องออกหน้ามากนัก และไม่ต้องลงไปรบกวนเวลาทำงานเขาบ่อยเกินไป

ใครจะว่าผมโลกสวยก็ตาม ผมก็ยังเชื่อว่า เราจะชนะสงครามโรครอดไปด้วยกันครับ...”.


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"