กระแสล่าตัวการแพร่โควิด อย่าปล่อย 'คนผิดลอยนวล'


เพิ่มเพื่อน    

      การจัดการปัญหาวิกฤติเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมมาสะดุดอีกครั้ง หลังมีกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบนายสนามมวยลุมพินี หลังทีมแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า การที่เชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดการระบาดขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั้นมาจากสนามมวยและสถานบันเทิง  

                โดยกระแสจากทั่วสารทิศระบุตรงกันว่า มาจากการจัดชกมวยรายการใหญ่ ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา และตามมาด้วยการแพร่ระบาดระดับซูเปอร์สเปรดเดอร์ โดยพบนักแสดงดัง นายทหารระดับสูง นักการเมือง บรรดาเซียนมวย และสื่อมวลชนติดเชื้อไวรัสโควิด-19  เกือบกว่าร้อยคน และอีกหลายคนถูกกักตัว 14 วันในฐานะกลุ่มเสี่ยงท่ามกลางผู้เข้าชมมวยจำนวนหลายพันคน

                ทั้งที่ก่อนหน้ามีข้อสั่งการจากสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)  ทำหนังสือขอความร่วมมือแจ้งต่อนายสนามมวยลุมพินีเพื่อดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ให้หลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการจัดกิจกรรม เช่นการแข่งขันกีฬา ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา

                โดยมีกระแสข่าวแจ้งว่า สาเหตุที่ไม่สามารถยกเลิกรายการมวยดังกล่าวได้เพราะเป็นรายการใหญ่  มีการจัดคู่มวยดังขึ้นชกถึง 11 คู่ และมีการแจกรถ 3 คัน ทำให้มีบรรดาเซียนมวยและประชาชนที่สนใจเข้าไปร่วมชมจำนวนมาก ซึ่งส่งผลต่อการหารายได้เข้ากรมสวัสดิการทหารบก (ใช่หรือไม่?) อีกทั้งผู้จัดยังไม่กล้าเลิกสัญญาเพราะเกรงว่าจะถูกฟ้องร้องเนื่องจากรัฐไม่มีกฎหมายออกมารองรับ 

                แต่พอเรื่องแดงผู้รับผิดชอบสนามมวยลุมพินียังนิ่งเฉยอยู่หลายวัน กระทั่งนักการเมืองซีกฝ่ายค้านและภาคประชาชน เอ็นจีโอ ต่างออกมาถามหาว่าใครเป็นตัวการที่ปล่อยให้จัดรายการดังกล่าวนี้ พร้อมยิงตรงไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ลงมาตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใด หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐหน่วยงานใด จงใจฝ่าฝืนข้อสั่งการนายกรัฐมนตรีตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 3 มี.ค.หรือไม่

                 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ออกมาเรียกร้องว่าสนามมวยเวทีลุมพินีแห่งนี้มีกองทัพบกและผู้บัญชาการทหารบกเป็นประธานอำนวยการ การไม่ปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ตามมาอีกจำนวนมากหรือไม่

                นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในฐานะที่ซูเปอร์สเปรดเดอร์มาจากสนามมวยลุมพินี รามอินทรา ดังนั้น พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แทนที่จะไปฉีดน้ำยาล้างเมือง  อยากให้ปรึกษากับกรมควบคุมโรคว่าเรื่องนี้ได้ผลจริงหรือไม่ หรือยินดีจะโอนงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ หรืองบประมาณในการเกณฑ์ทหารมาช่วยโรคโควิด-19 จะดีกว่าหรือไม่

                ขณะที่ นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์เฟซบุ๊กว่า "คนผิดต้องโดนลงโทษ" หลังข้องใจว่าทำไมถึงกล้าฝืนมติ ครม. โดยเรียกร้องให้ต้องมีการสอบสวนเอาผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนที่เกี่ยวข้องมาลงโทษทั้งวินัยและอาญา ถ้าหากมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องก็ต้องมีความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.ด้วย ส่วนเอกชนคนบงการก็ต้องหาช่องทางลงโทษตามกฎหมายให้ได้ แต่อย่างน้อยสังคมต้องช่วยกันประณามเป็นเยี่ยงอย่าง

                “เป็นเพราะมีผลประโยชน์ก้อนใหญ่เป็นเดิมพันหรือไม่อย่างไร นักธุรกิจหมัดมวยกลุ่มนี้และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องจึงมองข้ามความถูกต้องทุกอย่างไป เข้าทำนอง 'คนอื่นห้าม พวกเราได้' หรือบางทีอาจเคยชินว่าเรื่องแค่นี้ 'น่าจะเคลียร์กันได้ ผ่อนปรนกันได้' เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันออกมาเรียกร้อง

                นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ระบุว่า กองทัพบกในฐานะเจ้าของสถานที่คือสนามมวยลุมพินี โดยมีผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้บังคับบัญชาและในฐานะประธานคณะกรรมการสนามมวยลุมพินี และเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ซึ่งเป็นนายสนามมวยลุมพินี ย่อหย่อนต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง สมควรที่นายกรัฐมนตรีจะได้ใช้อำนาจตาม ม.11 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 ประกอบ ม.9 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 เพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนและลงโทษการกระทำที่ย่อหย่อนต่อการปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกฯ จนเป็นเหตุให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปในวงกว้าง ทำให้ประเทศชาติ ประชาชนเกิดความเสี่ยง และสูญเสียเงินงบประมาณแผ่นดินไปในการป้องกันและรักษาประชาชนเป็นจำนวนมากในขณะนี้ด้วย

                ล่าสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีการจัดการแข่งขันชกมวยรายการใหญ่ ลุมพินีแชมเปี้ยนเกียรติเพชร ขึ้นมา และมีรายงานเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ว่าได้โยก พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกเข้ามาช่วยราชการภายใน บก.ทบ.เพื่อสะดวกในการตรวจสอบให้เป็นไปตามขั้นตอนของกองทัพ

                ท่ามกลางเสียงวิพากษ์เป็นการเด้งเพื่อลดกระแสสังคม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการสาวไปถึงตัวการหรือไม่ หรือมีใครชิงหนีเอาตัวรอดไปแล้วหรืออย่างไร   

                อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปได้เพื่อความสบายใจของประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ ควรลงมาร่วมตรวจสอบและเอาจริงเอาจัง ดังเช่นกรณีทางการเกาหลีใต้ที่ยื่นฟ้อง อี มัน-ฮี (Lee Man-hee) วัย 88 ปี ผู้นำจิตวิญญาณทางศาสนาและผู้ก่อตั้งคริสตจักรลัทธิชินชอนจี (Shincheonji) ซึ่งไม่ยอมให้ความร่วมมือกับรัฐสกัดกั้นเชื้อโควิด-19 และยังปล่อยให้สมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมที่โบสถ์ จนเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างรุนแรงในเกาหลีใต้ ส่งผลให้ผู้เสียชีวิตแล้ว 22 ราย และติดเชื้อมากกว่า 4,000 ราย 

                ซึ่งเหตุการณ์นั้น อี มัน-ฮี ผู้นำจิตวิญญาณทางศาสนา ระหว่างการรอการดำเนินคดี เจ้าตัวยังออกมาแถลงข่าวด้วยการนั่งคุกเข่าก้มศีรษะกับพื้นถึงสองครั้งเพื่อขอโทษประชาชน "ผมอยากขอโทษอย่างจริงใจต่อประชาชนในนามของสมาชิกทุกคน" โพสต์ทูเดย์ออนไลน์รายงานเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา

                กลับมาที่ประเทศไทย เรื่องของ “สนามมวยลุมพินี” จะมีความคล้ายคลึงกับเรื่อง “โบสถ์เกาหลีใต้” หรือไม่อย่างไรคอยติดตามกันอย่ากะพริบตา.

                                                                                                                               

  สิงโตดำ

 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"