'ทรัมป์'ใช้กม.สงคราม สั่ง'จีเอ็ม'เร่งผลิตเครื่องช่วยหายใจ


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจในภาวะสงครามตามกฎหมายการผลิตเพื่อป้องกันประเทศ สั่งการให้บริษัทจีเอ็มเร่งผลิตเครื่องช่วยหายใจสำหรับคนไข้โควิด-19 พร้อมกันยังลงนามงบกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ 2 ล้านล้านดอลลาร์

    สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ทำให้สหรัฐอเมริกาต้องล็อกดาวน์ประเทศแล้วราว 60% แต่จำนวนผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นไม่หยุดโดยในวันศุกร์ที่ผ่านมายอดติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มเป็น 104,661 รายแล้ว ติดเชื้อ 1,711 ราย รัฐนิวยอร์กรัฐเดียวมีผู้เสียชีวิตเกิน 600 ราย ติดเชื้อมากกว่า 46,200 ราย แอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เคยกล่าวเรียกร้องต่อรัฐบาลกลางหลายครั้งว่า รัฐกำลังขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ โดยเตือนว่าการแพร่ระบาดในรัฐนี้จะยังไม่ถึงจุดพีคภายในเวลา 3 สัปดาห์ข้างหน้าด้วยซ้ำ

    ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีเพิ่งให้สัมภาษณ์ฟ็อกนิวส์ ติติงข้อเรียกร้องของนิวยอร์กว่าต้องการเครื่องช่วยหายใจไปทำไมถึง 30,000-40,000 เครื่อง ได้ตัดสินใจเมื่อวันศุกร์ ประกาศใช้พระราชบัญญัติการผลิตเพื่อการป้องกันประเทศ (ดีพีเอ) เพื่ออาศัยอำนาจตามกฎหมายนี้สั่งการให้บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) เร่งดัดแปลงโรงงานผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งของจีเอ็มมาผลิตเครื่องช่วยหายใจเพื่อป้อนโรงพยาบาลที่ขาดแคลนโดยเร็ว หลังจากการเจรจากับจีเอ็มยังล่าช้า

    ทรัมป์กล่าวว่า กฎหมาย ซึ่งใช้ในเวลาสงครามเพื่อบังคับให้ภาคธุรกิจผลิตสิ่งของที่จำเป็นต่อการป้องกันประเทศ จะให้อำนาจรัฐบาลสั่งการให้จีเอ็ม "ยอมรับ, ปฏิบัติ และให้ความสำคัญกับการทำสัญญาของรัฐบาลกลางเพื่อผลิตเครื่องช่วยหายใจเป็นลำดับแรก"

     ก่อนหน้านั้น จีเอ็มชี้แจงว่าบริษัทได้ทำข้อตกลงกับบริษัท เวนเทคไลฟ์ซิสเต็มส์ ผู้ผลิตเครื่องเวชภัณฑ์ เพื่อสร้างอุปกรณ์การแพทย์สำหรับใช้ในห้องฉุกเฉินที่โรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองโคโคมา รัฐอินดีแอนา และคาดว่าจะเริ่มจัดส่งสินค้าได้เดือนหน้า แต่ดูเหมือนว่าทำเนียบขาวยังไม่พอใจ และทรัมป์ประกาศใช้กฎหมายดังกล่าวในอีก 4 ชั่วโมงต่อมา ทำให้จีเอ็มตอบโต้ว่า บริษัทจีเอ็ม, เวนเทค และฐานซัพพลายของตน เร่งทำงานไม่หยุดมากว่าสัปดาห์อยู่แล้ว เพื่อผลิตให้ทันกับความต้องการเร่งด่วน

    วันเดียวกัน ทรัมป์ยังได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ (64.95 ล้านล้านบาท) ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นเอกฉันท์ในวันศุกร์ หลังจากการลงมติของวุฒิสภาเมื่อวันพุธ

    งบช่วยเหลือก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสภาคองเกรสนี้ จะรวมถึงงบ 500,000 ล้านดอลลาร์สำหรับช่วยเหลืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด, งบ 290,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับแจกจ่ายให้ชาวอเมริกันที่ไม่รายได้ปีละไม่ถึง 75,000 ดอลลาร์ (ราว 2.43 ล้านบาท) โดยแจกรายละ 1,200 ดอลลาร์ (เกือบ 39,000 บาท) และให้เด็กต่อหัวอีกรายละ 500 ดอลลาร์ (กว่า 16,000 บาท)

    นอกจากนี้ยังมีงบเงินกู้สำหรับธุรกิจขนาดเล็กอีก 350,000 ล้านดอลลาร์, งบช่วยเหลือการว่างงาน 250,000 ล้านดอลลาร์ และงบสำหรับโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขอีกไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์.


 ยินดีกับ "โอ๊ค-พานทองแท้" เขาหน่อย! เพราะเมื่อวาน (๒๘ พ.ค.๖๓) มีรายงานอ้าง "แหล่งข่าว" เผยแพร่ ว่าคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย ๑๐ ล้านบาท ที่ "โอ๊ค-พานทองแท้" เป็นจำเลย และศาลชั้นต้นยกฟ้องไปเมื่อ ๒๕ พ.ย.๖๒ 

ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"