ก้าวที่ขรุขระ! ของ"อดีตอนาคตใหม่"


เพิ่มเพื่อน    

 

         เรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ “ไทม์มิ่ง” ไม่ดีเท่าไร สำหรับการเปิดตัวหน่อที่ 2 ของพรรคอนาคตใหม่ ทั้ง “พรรคก้าวไกล” และ “คณะก้าวหน้า” เมื่อเจอวิกฤติที่แทบจะทั่วโลกกำลังเจอชะตากรรมเดียวกัน นั่นคือ “โควิด-19” ทำให้ข่าวทุกเรื่องเบาลงไปแทบจะทันที นั่นรวมถึงการเปิดตัว “พรรคก้าวไกล” ที่ศูนย์ประสานงานพรรคฯ ฝั่งธนบุรี ในวันที่ 14 มี.ค.2562 ที่ขณะนั้นยังคงมีนักข่าวไปร่วมทำข่าวได้ ขณะที่งานเปิดตัว “คณะก้าวหน้า” ที่อาคารไทยซัมมิท ในวันที่ 21 มี.ค.นั้น เป็นการไลฟ์สดแทน เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายของไวรัสร้าย

                ก่อนสถานการณ์โควิด จะเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นในประเทศไทย ต้องบอกว่าสนามการเมืองนั้น เรียกได้ว่ากำลังเข้มข้น โดยเฉพาะสถานการณ์การเมืองนอกสภา จากการแสดงออกของบรรดานักศึกษา หลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ว่าต่อต้านรัฐบาล และเป็นลักษณะของการรวมตัวแบบใหม่โดยอาศัย ”โซเชียลมีเดีย” เป็นเครื่องมือในการสร้างความรับรู้ของมวลชน ที่คล้ายกับจุดเริ่มต้นของการเกิด “อาหรับ สปริง” แม้ประเด็นในการแสดงออกของนักศึกษาไทยกับวัยรุ่นในทวีปแอฟริกาเหนือจะแตกต่างกันก็ตาม

                และเราปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการรวมตัวกัน มาจากการยุบ “พรรคอนาคตใหม่” ด้วยส่วนหนึ่ง  ก่อนจะโดนเบรกด้วยเรื่องโควิด-19 ทำให้การ “สุมไฟ” ถูกหยุดชั่วขณะ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความคืบหน้าในการเดินทางอย่างที่นายธนาธรนิยามไว้ ยังไม่ได้ขยับไปในช่วงนี้

                เท่านั้นยังไม่พอ ภายหลังเรื่องโควิดเป็นประเด็นได้ไม่กี่วัน ก็เกิดประเด็นซ้ำเติมพรรคก้าวไกลอีก หลังมีการออกแถลงการแสดงความเป็นห่วงต่อการยกระดับการดูแลประชาชนของรัฐบาล ก่อนประกาศ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” เมื่อวันที่ 24 มี.ค.

                โดยระบุประเด็นหลักว่า ปัญหาโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นเรื่องที่เกิดจากการที่รัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ วางแผนไม่รอบคอบ ขาดการเตรียมความพร้อมรับมืออย่างเพียงพอขอรัฐบาล  “อย่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และการแสดงออกประชาชน” เพื่อการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารอย่างรอบด้าน ในช่วงที่มีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฯ ดังกล่าว

                แต่ประเด็นที่ทำให้เพจพรรคก้าวไกลโดนรุมถล่ม เกิดจากการ “ตีตนไปก่อนไข้” ที่ระบุในแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า  “เนื่องจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ให้อำนาจรัฐบาลและพนักงานเจ้าหน้าที่ในการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างกว้างขวาง และการกระทำตาม พ.ร.ก.นี้ ไม่สามารถตรวจสอบได้โดยศาลปกครอง ดังนั้นรัฐบาลต้องไม่ใช่ฉวยโอกาสใช้อำนาจตามอำภอใจ โดยขอให้อยู่ในกรอบของการแก้ปัญหา “โควิด-19” เท่านั้น

                หลังจากแถลงการณ์ดังกล่าวออกมา เพจพรรคก้าวไกล ก็โดนรุมถล่มทันที และถือเป็นไม่กี่โพสต์ ที่มีคนเข้ามา ต่อว่า มากกว่า แสดงความเห็นชื่นชม โดยคอมเมนต์ที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่ บอกไปในทิศทางเดียวกันว่า แถลงการณ์ของพรรคก้าวไกล เป็นสิ่งที่ “ไม่รู้กาลเทศะ” ทั้งที่ประเทศอยู่ในช่วงวิกฤติ ที่ต้องการความร่วมมือร่วมใจของทุกคนในการฟันฝ่าไปให้ได้

                แต่การ “ดักคอ” รัฐบาลในครั้งนี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ยังสร้างความแตกแยกของประชาชนในช่วงที่ประเทศต้องการความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากที่สุด แม้ภายหลังจะมีการ “แก้เก้อ” โดยการเสนอเช็กลิสต์มาตรการที่รัฐบาลต้องทำทันทีเพื่อแก้วิกฤติ ซึ่งจุดนี้กลายเป็น “แผลสด” ให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตี ตามแนวทาง “คนล้มต้องซ้ำ” อย่างที่คอการเมืองไทยเห็นกันมาทุกยุคทุกสมัย

                ที่ผ่านมากระแสในโซเชียลมีเดียของพรรคอนาคตใหม่ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดหากเทียบกับพรรคการเมืองทุกพรรคในประเทศไทย แต่กับกรณีล่าสุด ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า การ “ก้าวพลาด” ในสนามที่ตัวเองได้เปรียบก็หาใช่ว่าจะรอดสันดอนไปได้แต่อย่างใด ขณะที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน นายธนาธรในฐานะผู้นำ คณะก้าวหน้า เพิ่งจะโชว์วิสัยทัศน์การแก้ปัญหาโควิด-19 โดยการให้นายกรัฐมนตรีลาออก พร้อมตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจทำงาน 1 ปี

                แต่กรณีที่โดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์หนักกว่า คือ แคมเปญ การเขียนระบายความรู้สึก บนหน้ากากอนามัย ที่ยิ่งเป็นการตอกย้ำปัญหาสุขภาพที่มาจากสารเคมีของปากกาที่เขียน แน่นอนว่ากระแสดังกล่าวย่อม “จุดไม่ติด” แบบที่ไม่มีข้ออ้าง ยังไม่รวมกับการออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองของสมัครพรรคพวกอีกหลายคน ที่ไม่เข้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้าเลยสักนิด จนทำให้หลายต่อหลายคนออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ทั้งคณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล ดูเหมือนจะมีอาการ “บ้าการเมืองขึ้นสมอง”

                ทั้งนี้ พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า ยังคงมีโอกาสอีกมากในการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างที่พวกเขาต้องการ แต่คงต้องเป็นช่วงหลังวิกฤติโควิด-19 แต่ถ้าพวกเขายังคงดึงดันจะแสดงจุดยืนทางการเมืองอย่างเข้มข้น โดยไม่สนสี่สนแปด ว่าสถานการณ์ที่ประเทศกำลังเผชิญนั้นเป็นอย่างไร ความตั้งใจที่จะ “ก้าว” ไปข้างหน้า อาจจะกลายเป็นหอกกลับมาทิ่มแทงตัวเองได้แบบที่เกิดขึ้นมาแล้วนั่นเอง 


"การบินไทย".....ยื่นคำร้องขอทำ "แผนฟื้นฟูกิจการ" ต่อศาลล้มละลายกลางเรียบร้อยแล้ว เมื่อวาน (๒๖ พ.ค.๖๓)วันนี้ ๒๗ พ.ค.ศาลฯ นัดฟังคำสั่ง!

อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"