ลำปางยกระดับสกัด 'โควิด-19' แม้ยังไม่มีผู้ติดเชื้อแต่ให้รพ.เตรียมแผนรองรับคนป่วยทุกระดับ


เพิ่มเพื่อน    

1 เม.ย.63 - นายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 6/2563 เพื่อติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม ซักซ้อมความเข้าใจในมาตรการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับประกาศของจังหวัด โดยการเปิดโรงพยาบาลสนาม ในเบื้องต้นจะปรับปรุงอาคารศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ศูนย์โอทอป) องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง อำเภอเกาะคา เพื่อใช้เป็นโรงพยาบาลสนาม หรือปรับระบบบริการใน รพ.ชุมชนบางแห่ง เพื่อรองรับผู้ป่วยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

ขณะที่โรงพยาบาลลำปาง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ที่อาจจะระบาดในพื้นที่ โดยให้ปรับปรุงอาคารเมตตา ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยทั่วไป เป็นสถานที่ตรวจรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อาคารดังกล่าวสามารถรองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 60 ราย นอกจากนี้ยังให้มีการทำห้อง Nagative pressure เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ 4 ห้องให้ได้เพิ่มอีก 8 ห้อง รวมเป็น 12 ห้องเพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมของบุคคลากรทางการแพทย์ให้รับมือสถานการณ์ดังกล่าว

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของ จนท.และบุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องหาทิศทางลมเพื่อความปลอดภัยแต่ด้วยทาง รพ.ลำปางไม่มีอุปกรณ์ในการคำนวณหาทิศทางลม จึงได้ใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านโดยการจุดธูป เพื่อหาทิศทางของลมโดยจะสังเกตควันธูปหากลอยไปทางไหนแสดงว่าลมไปทางนั้นจึงทำให้ จนท.สามารถบอกทิศการไหลเวียนของลมได้ ทั้งนี้การหาทิศทางลมมีความจำเป็นต่อ จนท.มากเพื่อทำการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆและลดการกระจายของเชื้อไปสู่ จนท.หากมีผู้ป่วยจำนวนมาก

นอกจากนี้ จังหวัดลำปางมีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 31 มีนาคม 2563 เรื่องมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส 2019 หรือโรคโควิด 19 ถึงหัวหน้าส่วนราชการสังกัดส่วนกลาง หัวหน้าส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค นายอำเภอทุกอำเภอ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์กรอิสระ ผู้บริหารสถานศึกษาผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดมาตรการเป็นการภายในจังหวัดลำปาง ขอให้ข้าราชการพนักงานลูกจ้าง ผู้ปฏิบัติงานในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐทุกแห่งที่ประจำอยู่ในเขตจังหวัดลำปาง งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2563

กรณีมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเดินทางข้ามเขตจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 Covid-19 ให้ขออนุญาตหัวหน้าส่วนราชการสังกัดส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในจังหวัดลำปาง หัวหน้าส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี แล้วรายงานให้จังหวัดลำปางทราบโดยด่วนและเมื่อกลับเข้ามาในพื้นที่ต้องแจ้งสาธารณสุขตรวจสุขภาพและเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการ

ทั้งนี้ สำหรับกรณีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดส่วนกลางที่ตั้งอยู่ในจังหวัดลำปาง หัวหน้าส่วนราชการสังกัดส่วนภูมิภาค นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอและผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางทราบ สำหรับอำเภอขอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทราบและถือปฏิบัติด้วย

นอกจากนี้ยังได้มีการตั้งเฟซบุ๊กชื่อ "ศูนย์ข้อมูล Covid-19 จังหวัดลำปาง" โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปางจะเป็นผู้ให้ข้อมูล โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปางจะเป็นผู้ประสานงานเพื่อให้กระบวนการสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) มีความครบถ้วน ครอบคลุมทุกมิติ และสื่อสารข้อมูลที่มาจากแหล่งเดียวกันไปสู่ประชาชนจังหวัดลำปางด้วย

สถานการณ์ปัจจุบันจังหวัดลำปาง ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค จำนวน 38 คน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติ ไม่พบสารพันธุกรรมของโรคไวรัสโคโรนา 2019 ทั้ง 38 คน ผู้ที่กลับจากพื้นที่เขตติดโรคอันตรายพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่องและผู้สัมผัสสะสมจำนวน 6,374 ราย กักตัวอยู่ที่บ้าน 14 วัน จำนวน 5,433 ราย พ้นระยะกักตัว 941 ราย

ขณะที่วันนี้ (1 เม.ย. 63) นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯลำปางลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่เพื่อดูความเรียบร้อยบริเวณด่านตรวจต่างๆรวม 4 จุด หลัก พร้อมเปิดเผยว่าประชาชนเข้าใจการทำงานเพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉลี่ยแต่ละวันจะมีการตรวจรถประมาณ 2-3 หมื่นคัน ส่วนใหญ่คนจะมาถามว่าเราทำงานอย่างไร ขอเรียนว่าประเด็นตรงนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ทุกคนทำเต็มที่และแต่ละพื้นที่ก็จะมีมาตรการที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า จังหวัดลำปางยังไม่มีผู้ติดเชื้อเนื่องจาก 1.ประชาชนร้อยละ 95 สวมหน้ากากอนามัย ร้านค้า ร้านขายของสวมหน้ากากอนามัยทั้งหมด นั้นคือความสำเร็จอันหนึ่ง 2.มาตราการต่างๆที่ออกไปถึงประชาชนในพื้นที่ประชาชนเกินกว่าร้อยละ 90 เห็นด้วยกับมาตรการที่ออกไป ถือว่าได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี

"ส่วนการวางแผนได้พูดคุยกันตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุที่เมืองไทย ตั้งแต่เกิดที่จีนก็ได้นำเรื่องนี้มาถกกันว่าที่จีนมันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นโรคใหม่อุบัติใหม่ แต่เราก็ต้องเรียนรู้จากมัน ให้หมอติดตาม ประสานและติดตามดูข่าวต่สางประเทศตลอดและนำมาปรับแผน สิ่งไหนที่เป็นข้อเท็จจริงต้องนำมากลั่นกรองและให้ความสำคัญและนำมาบอกทีมงานข้าราชการให้เข้าใจตรงนี้ก่อน เมื่อเราเข้าใจถึงจะไปบอกประชาชนได้"

เรารณรงค์เรื่องนี้มาตั้งแต่กลางกุมภาพันธ์ มีการวางแผนการเตรียมโดยเฉพาะเครื่องมือ สำรวจ รพ. ว่ามีห้องแต่ละประเภทกี่ห้อง เครื่องช่วยหายใจกี่เครื่อง เพราะจากที่ได้พูดคุยจากผู้เชี่ยวชาญของจีน คือว่าหากเชื่อลงปอดแล้วหายใจไม่ทันก็ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอย่างเดียว ซึ่งจังหวัดลำปางมีเครื่องช่วยหายใจเพียง 40 เครื่องทั้งจังหวัด ตอนนี้สั่งซื้อเพิ่มอีก 30 เครื่อง ก็หมายความว่าหากสภาวะวิกฤตเกิดขึ้นตอนนี้เรารับได่เพียง 40 คนเท่านั้น ซึ่งก็จะวางแผนว่าหากเกิดเหตุในระดับไหนจะต้องรับมืออย่างไร

"เชื่อว่าในวันข้างหน้าเราก้อาจจะพบผู้ติดเชื้อ แต่สิ่งที่เราต้องการคือแม้จะมีผู้ป่วยที่เกิดขึ้นในพื้นที่กี่รายก็ตาม พ่อแม่พี่น้องส่วนใหญ่ยังมีสุขภาพที่ดี แม้จะมีผู้ป่วยกี่รายก็ตามก็ขออย่าได้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพราะหากรู้ก่อนรักษาก่อนก็หาย"


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"