วิทยุการบินอ่วมพิษโควิด-19 กระทบหนักฉุดรายได้หายเกลี้ยง คาดปีงบ 63 ขาดทุน 4.2 พันล้าน


เพิ่มเพื่อน    

 

8 เม.ย.63-นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวย การใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด19 โดยชี้แจงว่าก่อนเกิดสถานการณ์ บวท. มีรายได้จากการเก็บค่าบริการจากเที่ยวบินประมาณ 2,500 เที่ยวบินต่อวัน เป็นเงินวันละประมาณ 35 ล้านบาท แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ส่งผลให้รายได้ของ บวท. ลดลงเหลือ 2-3 ล้านบาทต่อวันเท่านั้นและยังลดลงอย่างต่อเนื่อง 

ทั้งนี้จากการประกาศหยุดบินของสายการบิน โดยมีเที่ยวบินที่สร้างรายได้ 263 เที่ยวบิน ซึ่ง บวท. ควรจะได้รับเงิน 3.1 ล้านบาทต่อวัน แต่กลับไม่ได้เงินจากส่วนนี้ เนื่องจากทุกสายการบินต่างได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยมติจาก กบร. ให้บวท.ลดค่าบริการให้กับสายการบินภายในประเทศลง 50% และสายการบินระหว่างประเทศ 20% แต่สายการบินก็ยังขอพักชำระหนี้ และขอไม่เสียค่าปรับจากการชำระล่าช้า 

“จึงเท่ากับว่าปัจจุบัน บวท. มีรายได้เป็นศูนย์บาทต่อวันและต่อเดือน ขณะที่รายจ่ายยังคงอยู่ที่ 25 ล้านบาทต่อวัน หรือ 750 ล้านบาทต่อเดือน ส่งผลให้ปีงบประมาณ 63 บวท. จะขาดทุนราว 4,200 ล้านบาท โดยเบื้องต้น บวท. จะใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายโดยตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ชะลอการรับพนักงานใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ 1,480 ล้านบาท / ตัดลดรายได้บางส่วนของผู้บริหาร 30-50 % “นายสมนึก กล่าว

ทั้งนี้ในส่วนของระบบเงินสำรองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ดำเนินการด้วยความรอบคอบมีระบบการเก็บเงินสำรอง จึงทำให้บริษัทฯ สามารถยืนระยะอยู่ได้จนถึงเดือนก.ย.นี้

อย่างไรก็ตามที่ผ่านได้มีมาตรการลดค่าใช้จ่ายเพื่อบรรเทาวิกฤติการณ์ รอบแรก บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย โดยตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกหมด เช่น การประชุม งานซ่อม งานสร้าง Over Time ที่เกินจำเป็น ชะลอการรับพนักงานใหม่ เป็นต้น ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงจากงบประมาณเดิมเป็นจำนานเงิน 1,480 ล้านบาท รอบสอง บริษัทฯ ลดค่าใช้จ่าย โดยตัดรายได้บางส่วนของผู้บริหาร ทำให้ใน 6 เดือน ตามรอบประเมินพิจารณาบำเหน็จครั้งที่ 1/2563 1เม.ย.-30 ก.ย. 63สามารถประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 13 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สำหรับผู้บริหาระดับผู้อำนวยการใหญ่ (ผญ.) ขึ้นไป แต่ละท่านได้แสดงเจตจำนงในการขอลดรายได้รายเดือน ในส่วนของค่ารถและเงินประจำตำแหน่ง โดย ผวท. ลดลง 50% และระดับ ผญ. ขึ้นไปลดลง 30% ส่วนผู้บริหารทุกระดับ แต่ละท่านได้แสดงเจตจำนง ในการไม่ขอขึ้นเงินเดือนในรอบประเมินพิจารณาบำเหน็จครั้งที่ 1/2563

ผู้สื่อข่าวรายงานสำหรับหนังสือเวียนต่อพนักงานตอนหนึ่งมีใจความว่าสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธุรกิจทั้งหลายต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าอย่างเลวร้ายและร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจการเดินอากาศ ไม่เว้นแม้แต่บริษัทฯ ของเรา ที่ถือได้ว่ามั่นคงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ที่ต้องตกอยู่ในสภาพวิกฤติตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เราจะเห็นได้ว่า บริษัทฯ ได้พยายามทุกวิถีทาง เพื่อให้กระทบกับพนักงานน้อยที่สุดและช้าที่สุด โดยบริษัทฯ พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ซึ่งค่าใช้จ่ายของพนักงาน และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นของบริษัทฯ ให้ได้ยาวนานที่สุดในยามวิกฤติเช่นนี้