เซ็นทรัลเฮ!เปิดบริการได้ ศักดิ์สยามบี้สรุป1สัปดาห์


   


    เซ็นทรัลเฮ! เปิดบริการเอาท์เล็ต หลังศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว สั่ง "ทอท." รื้อสิ่งกีดขวาง "ศักดิ์สยาม" มอบรองปลัดฯ ถก 4 หน่วยงาน เคลียร์ปมทางเชื่อมเซ็นทรัล วิลเลจ ภายใน 1 สัปดาห์ รับอยู่นอกพื้นที่ท่าอากาศยานฯ   
    เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ศาลปกครองกลางมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการชั่วคราว ก่อนการพิพากษาในคดีที่บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีพีเอ็น วิลเลจ จำกัด ยื่นฟ้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ตั้งเต็นท์ขวางทางเข้า-ออกโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ทำให้ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนาเสียหาย โดยศาลมีคำสั่งให้ ทอท.รื้อถอนสิ่งกีดขวางใดๆ ออกไปจากเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 บริเวณทางเข้า-ออกหน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต และยุติการดำเนินการใดๆ อันเป็นการขัดขวาง รบกวน หรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการใช้ประโยชน์ใดๆ ของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง และการดำเนินการของหน่วยงานสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ทั้งนี้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น 
    โดยศาลเห็นว่า บริเวณดังกล่าวเป็นเขตทางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 อยู่ในความดูแลของกรมทางหลวงแผ่นดิน โดย ทอท.เคยมีหนังสือลงวันที่ 16 พ.ย.61 ขออนุญาตกรมทางหลวงเพื่อก่อสร้างท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก เมื่อพิจารณาข้อกำหนดและข้อตกลงดังกล่าว เห็นว่า ทอท.เป็นเพียงหน่วยงานที่ได้รับสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุที่อยู่ในการครอบครอง ควบคุม ดูแลของกรมการบินพาณิชย์ และมีหน้าที่ดูแล ระวังรักษาแนวเขตที่ราชพัสดุที่ได้รับมอบหมายไม่ให้บุคคลใดมารบกวนการครอบครอง หรือใช้สิทธิ์ครอบครองโดยปรปักษ์เท่านั้น ไม่ได้มีอำนาจอื่นเกี่ยวกับที่ราชพัสดุดังกล่าว 
    อีกทั้ง บจม.เซ็นทรัลฯ และพวกได้รับอนุญาตให้ทำทางเชื่อมและใช้ทางเชื่อมดังกล่าวเป็นทางเข้า-ออก และการใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน ไม่ได้มีลักษณะเป็นการรบกวนการครอบครอง หรือใช้สิทธิ์ครอบครองโดยปรปักษ์ในที่ดินพิพาท จึงถือได้ว่าคำฟ้องของ บจม.เซ็นทรัลฯ และพวกมีมูล และการที่ ทอท.ให้ถ้อยคำยืนยันว่า ทอท.มีอำนาจที่จะกระทำตามฟ้อง แสดงให้เห็นว่า ทอท.จะกระทำซ้ำหรือทำการดังกล่าวต่อไป และปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่าการกระทำดังกล่าวของ ทอท. ทำให้ บจม.เซ็นทรัลฯ และพวก ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ จึงเป็นกรณีที่บจม.เซ็นทรัลฯ และพวก จะได้รับความเดือดร้อนเสียหายต่อไป เนื่องจากการกระทำของ ทอท.
    และแม้ ทอท.จะอ้างว่าหากให้ บจม.เซ็นทรัลฯและพวกใช้ทางเชื่อมดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 เสียหายด้านการเงิน ด้านเศรษฐกิจของประเทศ และด้านการให้บริการสาธารณะ รวมถึงศักยภาพการให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ศาลเห็นว่าข้อกล่าวอ้างเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น และในขณะนี้การที่ บจม.เซ็นทรัลฯ และพวกใช้ที่ดินบริเวณพิพาทเป็นทางเข้า-ออกและใช้สาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อประกอบกิจการโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายตามที่ ทอท.อ้างแต่อย่างใด ดังนั้นการที่ศาลจะกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา จึงไม่เป็นการเสียหายหรืออุปสรรคต่อการบริหารงานของ ทอท. 
    ทางด้านนายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจม.เซ็นทรัล พัฒนา หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า บริษัท พันธมิตรร้านค้ากว่า 150 ร้าน และพนักงานกว่า 1,000 คน ขอขอบคุณภาครัฐ ศาลปกครอง ประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่มีความจริงใจ ช่วยสนับสนุนให้เกิดความเป็นธรรม และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ตระดับโลกแห่งแรกของไทย สามารถเปิดให้บริการได้ตามกำหนดวันที่ 31 ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.39-22.00 น. ตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยมุ่งหวังประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชาติเป็นสำคัญ โดยมีที่จอดรถ 1,500 คัน และบริการรถ ชัตเติลบัสรับ-ส่งฟรี 2 จุดจากในเมือง เซ็นทรัลเวิลด์ และบีทีเอส อุดมสุข 
    ในช่วงเย็น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เปิดเผยภายหลังการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเด็นข้อพิพาทระหว่าง ทอท.กับซีพีเอ็นว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วว่าพื้นที่การก่อสร้างของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ของ ซีพีเอ็นอยู่นอกเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของ ทอท. ซึ่งอยู่ในความรับผิดของกรมท่าอากาศยานและกรมธนารักษ์ โดยปัญหาเรื่องที่ 1 คือการขอเชื่อมทางบนทางหลวงหมายเลข 370 ที่ยังไม่มีความชัดเจน หน่วยงานที่มีอำนาจอนุญาตให้เชื่อมเส้นทางดังกล่าว ซึ่งมี 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมทางหลวง กรมธนารักษ์ ทอท. และจังหวัดสมุทรปราการ 
    ทั้งนี้ เบื้องต้นได้มอบหมายให้นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม เชิญทั้ง 4 หน่วยงานเข้ามาหารือและสรุปความชัดเจน ว่าหน่วยงานใดมีอำนาจในการอนุญาตให้เชื่อมเส้นทางหลวงหมายเลข 370 และให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ได้ไปขออนุญาตโดยตรง คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า 
    นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ขณะนี้สำนักการบินพลเรือน (กพท.) อยู่ระหว่างส่งหนังสือรายงานความปลอดภัยทางการบินไปยังองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยทางอากาศของโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ว่าผ่านมาตรฐานของ ICAO หรือไม่ ใน 4 ด้านคือ 1.ปล่อยแสงเลเซอร์ 2.คลื่นเสียง และคลื่นวิทยุ 3.ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้า และ 4.กิจกรรมอื่นๆ ที่ผู้อำนวยการ กพท.เป็นผู้กำหนด ซึ่งจะต้องไม่สร้างภาระให้แก่ประชาชน
    โดยที่ประชุมได้มีมติให้ กพท.ทำหนังสือแจ้งซีพีเอ็นทราบว่าผลการตรวจสอบโครงการปลอดภัยหรือไม่ และให้ซีพีเอ็นทำหนังสือรายงาน กพท. ในประเด็นข้อสังเกตถึงกิจกรรมที่มีความกังวลเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ ให้ กพท.เร่งจัดทำรายงานความปลอดภัยทางการบินให้ ICAO อนุมัติ และจัดส่งให้เอกชนในพื้นที่รับทราบเป็นแนวทางเดียวกัน และให้ ทอท.นำสิ่งกีดขวางออกนอกพื้นที่โครงการ รวมถึงให้ ทอท.และซีพีเอ็นทำความเข้าใจกับประชนให้รับทราบตรงกันด้วย
    “เรื่องนี้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้แก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวอย่างถูกต้องตามหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ควบคู่กัน ตอนนี้กระทรวงพูดถึงเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงอย่างเดียว โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยทางการบิน แต่ก็พบว่ามีกฎหมายที่บังคับใช้เรื่องเดียวในปัจจุบันคือ การก่อสร้างอาคารที่มีความสูงต้องผ่านมาตรฐาน ซึ่ง กพท.จะต้องไปตรวจสอบซ้ำ ส่วนเรื่องอื่นๆ ตอนนี้ กพท.ยังร่างรายละเอียดอยู่ และเตรียมส่งไปให้ ICAO ตรวจสอบ ซึ่งยังไม่เป็นผลบังคับใช้ ดังนั้นยังไม่ถือเป็นประกาศ ยังไม่มีบทกำหนดชัดเจน” นายศักดิ์สยามระบุ
    นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองแล้ว ทอท.จะเร่งรื้อย้ายสิ่งกีดขวางออกทันที
    นายสมนึก รงค์ทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการทดสอบเครื่องบินขึ้นลงช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเซ็นทรัล วิลเลจ ก่อสร้างตัวอาคารแล้ว พบว่าจุดที่ตั้งโครงการอยู่ทิศใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิไม่ส่งผลกระทบต่อการนำเครื่องบินขึ้นลง หรือกระทบอุปกรณ์นำร่องและนำร่อนของอากาศยานในช่วงการขึ้นลง ทั้งนี้ ปกติเครื่องบินขึ้นลงสนามบินสุวรรณภูมิแต่ละปีส่วนใหญ่จะบินขึ้นลงทิศทางเหนือ โดย 1 ปี จะมีระยะเวลา 11 เดือนที่เครื่องบินขึ้นลงทิศเหนือ ส่วนทิศใต้จะนำเครื่องบินขึ้นลงตามทิศทางของลมไม่เกิน 1 เดือนเท่านั้น 
    อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันปัจจัยความสูงและตัวโครงการจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์จราจรทางอากาศก็ตาม แต่ต้องเฝ้าระวังเรื่องการจัดกิจกรรมในพื้นที่ โดยเฉพาะอุปกรณ์แสงสีเสียง ยอมรับว่าหากจัดกิจกรรมลักษณะดังกล่าว จะส่งผลกระทบรบกวนการปฏิบัติงานของนักบิน ซึ่ง กพท.ต้องไปออกประกาศควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา
    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายโชคชัย อ่างแก้ว อาชีพทนายความ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ เลขาธิการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบและลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับอนุญาตให้ดำเนินโครงการการก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่ เอาท์เล็ต ที่มีการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียว ที่ดินประเภทชนบท และเกษตรกรรม (ก.1-10).


ครับ... มันคือนิติกรรมอำพราง เอกสารแถลงข่าวของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วานนี้ (๑๑ ธันวาคม) เขียนข้อความเอาไว้สั้นๆ ว่า........

'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่