ธุรกิจทำผมขานรับนโยบายรัฐ เตรียมรับผลกระทบล็อกดาวน์


เพิ่มเพื่อน    

    
    ร้านเสริมสวยและสถาบันออกแบบทรงผม ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาตรการให้ร้านเสริมสวยทั่วประเทศปิดการให้บริการ เพื่อป้องกันไวรัสร้ายดังกล่าวแพร่กระจาย ตั้งแต่ 21 มี.ค.กระทั่งถึง 12 เมษายน กระทั่งลากยาวไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ 
    นายพัฒนพงษ์ ญาณสิทธิ หรือ "คุณป๊อด" แฮร์สไตลิสต์ชื่อดังและผู้บริหารเดอะเบสท์ ซาลอน ยอมรับว่า งานนี้ธุรกิจเสริมความงามถูกจัดหนักได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ความอยู่รอดของธุรกิจและปากท้องของพนักงานทุกคนเป็นเรื่องสำคัญ แต่ความปลอดภัยในด้านสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ต้องตระหนักด้วย เพราะปัญหานี้สังคมไทยต้องร่วมกันรับผิดชอบ มิเช่นนั้นมันก็ไม่มีทางจบ ทางเดอะเบสท์ฯ จึงขานรับมาตรการรัฐตั้งแต่นาทีแรก โดยทำความเข้าใจกับพนักงานว่า "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" เป็นสิ่งจำเป็น และทุกคนต้องปฏิบัติเมื่อร้านปิดทำการชั่วคราว ทั้งนี้ ทางร้านก็ยังคงจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานเต็มอัตราตามปกติ ซึ่งคาดว่าเราจะสำรองจ่ายโดยไม่หักเงินเดือนหรือให้ใครออกเลย ไปได้อย่างน้อย 3 เดือน
    "ระหว่างนี้เราก็เจรจากับทางผู้บริหารอาคารมณียา ซึ่งเราเช่าทำการอยู่เพื่อยกเว้นหรือลดราคาค่าเช่า พร้อมกันนั้นก็ทำเรื่องขอค่าชดเชยจากประกันสังคมให้กับพนักงาน ว่าไปแล้วเรื่องทำนองนี้เดอะเบสท์เจอมาแล้วจากกรณีปิดถนนประท้วงทางการเมืองแรมเดือนแรมปี เราจึงเตรียมตัวตลอดเวลากับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงครับ" คุณป๊อดกล่าวและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็ววัน จากความร่วมมือของทุกคนในสังคมไทย
    อ.จิ๋ม-บุษบา เปรมเจริญ เจ้าของสถาบันออกแบบทรงผม “ดูเอ้” บอกให้ฟังว่า “สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้คือการปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐค่ะ คือปิดการให้บริการไปจนถึงสิ้นเดือน ตลอดจนขังตัวเองอยู่ในบ้าน ส่วนการดูแลลูกน้องเกี่ยวกับรายได้ เนื่องจากเมื่อเดือนที่แล้ว (มีนาคม) มีการประกาศข้อกำหนดกะทันหัน เพื่อหยุดการแพร่เชื้อโรคโควิด-19 พี่ก็จ่ายเงินเดือนเต็มๆ ให้กับลูกน้องทั้ง 8 คน ส่วนการดูแลพวกเขาในเดือนเมษายนนี้ ก็จะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ เช่น ค่าอาหาร ค่ากับข้าว โดยที่ไม่ได้จ่ายเงินเต็มเดือนแล้ว เนื่องจากเราเป็นนักธุรกิจ แต่ก็ดูแลพวกเขาอย่างเต็มที่ เท่าที่เราสามารถทำได้ เพราะเราก็ค่อนข้างได้รับผลกระทบ ไม่ต่างจากพนักงานในร้านเช่นเดียวกัน 
    “ซึ่งจากผลกระทบในการต้องเปิดร้านยาว พนักงานของพี่เข้าใจว่าอาจได้รับเงินเดือนที่น้อยลง แต่พวกเขาก็น่ารัก และรอเวลาเปิดร้านแบบยาวๆ อีกครั้ง ทั้งนี้พี่ก็เตรียมใจอยู่แล้วว่า หากเราเปิดให้บริการอีกครั้ง หรือในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้า การบริหารธุรกิจของเราก็อาจจะเปลี่ยนรูปแบบใหม่ เพราะทุกอย่างอาจจะไม่เหมือนเก่า หรืออาจต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ศูนย์ก็เป็นได้ เพราะพนักงานก็อาจจะไม่รอเรา ตรงนี้พี่ก็เข้าใจค่ะ เพราะเราเริ่มธุรกิจนี้มาจากศูนย์ ดังนั้นถ้าหากจะต้องกลับไปเริ่มทุกอย่างใหม่ พี่ก็พร้อมรับกับเหตุการณ์เหล่านี้ค่ะ และจากการที่พี่ได้พูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่ประกอบธุรกิจทำผมนั้น ส่วนใหญ่ก็ขานรับนโยบายจากภาครัฐ โดยการปิดให้บริการเช่นกัน ซึ่งเราก็คาดการณ์กันว่าน่าจะอีกประมาณ 2 เดือนที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ (สิ้นเดือนพฤษภาคม)
    ด้านคุณเชอร์รี่-ทิพย์ระวี ภู่ไชย แฮร์สไตลิสต์ และผู้ก่อตั้งสถาบันออกแบบทรงผม “Libertish Salon Cafe” บอกว่า “ส่วนตัวก็ขานรับนโยบาย และก็เตรียมใจอีกทั้งทำใจแล้วค่ะ โดยการให้พนักงานกลับไปพักผ่อนอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด เหมือนกับให้โบนัสน้องๆ ทั้ง 2 คนกลับไปพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ซึ่งตอนแรกก็เป็นห่วง แต่ตอนนี้ทุกคนสบายดีค่ะ ได้ตกปลาและเก็บผักกิน อีกทั้งใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ส่วนตัวก็ยังจ่ายเงินให้กับพนักงานอยู่ เพราะแต่ละคนนั้นจะต้องเลี้ยงดูครอบครัวของเขา ถ้าเขาหยุดแล้วไม่มีรายได้ สมาชิกในครอบครัวก็จะเดือดร้อนค่ะ 
    สำหรับสิ่งที่อยากขอร้องภาครัฐนั้น เรายินดีหากว่ามาตรการห้ามเปิดร้าน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไวรัส แต่ก็ควรมีมาตรการในการช่วยเหลือที่ชัดเจนค่ะ เพราะเรายังจำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าอยู่ ซึ่งร้านทำผมแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน บางที่ลดค่าเช่า 10-20% เท่านั้น ดังนั้นจึงอยากเห็นมาตรการจากภาครัฐและธนาคาร โดยการพักชำระค่าผ่อนบ้านและผ่อนร้าน 3 เดือน เพื่อลดความกังวลในการผ่อนชำระกับผู้ให้เช่าร้าน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจทำผมนั้น สามารถใช้ชีวิตเพื่อดูแลตัวเองได้โดยปราศจากความกังวล”.


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.