บทเรียนจาก Covid-19


เพิ่มเพื่อน    

      เห็นข่าวแวบๆ จากเว็บไซต์ โพสต์ทูเดย์ เมื่อวันวาน...ว่าจู่ๆ เทือกเขาหิมาลัย ที่อยู่ห่างไปจากชาวอินตะระเดียทางภาคเหนือ หรือแถวๆ รัฐปัญจาบ ถึงประมาณ 200 กิโลเมตร ก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตา ภายในช่วง 30 ปี ด้วยเหตุเพราะสภาวะท้องฟ้า อากาศ ที่แจ่มใสยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากเชื้อโคโรนา ไวรัส Covid-19 ท่านจัดให้นั่นแล...

                                                              ----------------------------------------------

      ก่อนหน้านั้น...ก็อย่างที่ใครต่อใคร เอามาโพสต์ มาแชร์ หรือเอามารายงานเป็นข่าวต่างประเทศ ไปแล้วไม่รู้กี่สำนักต่อกี่สำนัก ว่า คลองเวนิส ในประเทศอิตาลีนั้น ใสแจ๋วในระดับ น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา แหวกว่ายปทุมมาอยู่ไหวไหว เอาเลยถึงขั้นนั้น อันเนื่องมาจากบรรดา นักท่องเที่ยว ทั้งหลาย ที่เคยไปนั่งเรือกอนโดลา จีบกันไป-จีบกันมา หรือเซลฟีกันไป-เซลฟีกันมา ต่างเผ่นหนีกันระเนนระนาด เนื่องจากกลัวติดเชื้อโคโรนา ไวรัส Covid-19 ที่ทำเอาบรรดาชาวอิตาเลียนทั้งหลาย โล่งเลี่ยน เตียนโล่ง กันไปมิใช่น้อย...

                                                                 ----------------------------------------

      แม้แต่บ้านเราก็เถอะ...ว่ากันว่า มีผู้พบเห็น นากทะเล โผล่ขึ้นมาดำผุด ดำว่าย แถวๆ ชายหาดภูเก็ต หลังจากบรรดาพวกฝรั่งที่ชอบนอนแก้ผ้าอยู่ริมหาดทราย หรือพวกที่ชอบกินเหล้า กินยา แบบฟูลมูนปาร์ตี้ทั้งหลาย หายหน้า-หายตาไปจากชายทะเลภูเก็ตกันไปเป็นแผงๆ ภาพถ่ายวิว ทิวทัศน์ แถวๆ หาดป่าตอง กะรน ราไวย์ ฯลฯ ในช่วงนี้ เรียกว่า...สามารถนำเอามาทำเป็นโปสต์การ์ดได้เป็นอย่างดี  ด้วยเหตุเพราะเป็นอะไรที่สวย สะอาด และบริสุทธิ์ สดใส เอามากๆ...

                                                                --------------------------------------------

      นอกเหนือไปจากความอำมหิต โหดร้าย ชนิดไม่คิดเว้นหน้าใครต่อใครเอาเลยแม้แต่น้อย...สิ่งที่คงต้องถือเป็นคุณูปการของเชื้อโคโรนา ไวรัส Covid-19 ท่าน ก็ใช่ว่าจะไม่มีเอาซะเลย แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา ด้านแผ่นดินไหว ชาวเบลเยียม ยังต้องออกมาให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNN ไปเมื่อไม่นานมานี้ ว่าด้วยเหตุเพราะใครต่อใครต่าง กักตัวเองเอาไว้ในบ้าน เนื่องจากกลัว Covid-19 ท่านโดดเกาะหัว กินปอด กินม้าม กินตับ กินไต จนไม่คิดจะแรดไป-แรดมา เหมือนเช่นเคย ถึงกับส่งผลให้การสั่นสะเทือนของคลื่นที่เคยรบกวนเปลือกโลก ลดลงไปประมาณ 30-50 เปอร์เซ็นต์ เอาเลยถึงขั้นนั้น...

                                                                ------------------------------------------------

      คือสรุปง่ายๆ ว่า...ด้วยเหตุเพราะกิจกรรมและกิจการ ของบรรดามวลมนุษย์ในโลกนี้ ที่ปาเข้าไปถึงประมาณ 7.53 พันล้านคน มันพอมีโอกาสได้เพลาๆ ลงไปซะมั่ง โลกใบนี้ก็ชักเป็นอะไรที่สดใสขึ้นมาเป็นกอง ธรรมชาติ อันเป็นสิ่งที่คอยโอบอ้อม อุ้มชู บรรดามวลมนุษย์ทั้งหลายมาโดยตลอด พอมีโอกาสได้พักหายใจ หายคอ ได้พักรักษาตัว รักษาบาดแผล ที่เกิดจากฝีมือของบรรดามวลมนุษย์ได้บ้าง  ยิ่งมนุษย์ทั้งหลายในโลกนี้ ต่างติดอก ติดใจ พออก พอใจ ต่อการดำรงสถานะเป็น ผู้บริโภค ที่สุดแสนกระเหี้ยนกระหือรือไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าด้วย แรงกระตุ้น จากผู้ผลิตสินค้า หรือผู้ขายสินค้าต่างๆ ทั้งหลาย ไปจนถึงบรรดา รัฐบาล ในแต่ละประเทศ แทบทุกรัฐบาล ที่ต่างก็พร้อมกระตุ้นและอัดฉีด ให้ใครต่อใครออกมากิน มาเที่ยว หรือมาชิม-ช้อป-ใช้ ให้มากๆ เข้าไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเลขจีดีพีต้องเกิดอาการหัวตก เหี่ยวปลาย อันอาจกลายเป็นตัวสะท้อนถึงความ ห่วยแตก ของรัฐบาลเอาง่ายๆ...

                                                                   -----------------------------------------------

      ดังนั้น...บรรดาพลโลกที่ได้กลายเป็น ผู้บริโภค อันสุดแสนกระเหี้ยนกระหือรือทั้งหลาย ย่อมต้องมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจาก ฝูงตั๊กแตน อย่างที่อดีตรัฐบุรุษชาวอินตะระเดีย ท่าน มหาตมะ คานธี ท่านว่าไว้ตั้งแต่ไม่รู้กี่ทศวรรษต่อกี่ทศวรรษที่ผ่านมานั่นแล หรือตั้งแต่ประชากรชาวอินเดียยังมีอยู่แค่ประมาณ 600 ล้าน และยังหวังที่จะค้นหา คำตอบที่หมู่บ้าน กันเป็นจำนวนไม่น้อย แต่มา ณ บัดนี้ ที่ชาวอินตะระเดียปาเข้าไปเกินกว่า 1,000 ล้าน และต่างหลั่งไหลมุ่งเข้ามาหา เมือง เพื่อหาเงิน หาทอง เอาไว้สำหรับการบริโภคกันเป็นสายๆ ไม่ต่างไปจากผู้บริโภคชาวจีน ที่ปาเข้าไปอีกเป็นพันๆ ล้าน และไม่ได้คิดจะจำกัดความปรารถนา ความต้องการ ของตัวเอง เอาไว้แค่จักรเย็บผ้าหรือจักรยาน ฯลฯ เหมือนก่อนๆ อีกต่อไปแล้ว แต่ไปถึงขั้นปรารถนาและต้องการรถยนต์ เรือยอชต์ อพาร์ตเมนต์อันสุดแสนหะรูหะรา ฯลฯ แค่เฉพาะฝูงตั๊กแตน 2 ฝูงที่ว่า โลกก็แทบไม่เหลือเศษ เหลือซาก แทบไม่เหลืออะไรเอาไว้ ทำยา ได้เลย...

                                                                   ------------------------------------------------

      ด้วยเหตุนี้...แม้ Covid-19 ท่านออกจะโหดเหี้ยม อำมหิต ต่อมนุษย์ทั้งหลายอยู่พอสมควร แต่ท่านก็ได้ก่อให้คุณูปการจำนวนมิใช่น้อยต่อโลกและธรรมชาติ อย่างมิอาจปฏิเสธได้ และบรรดาสิ่งเหล่านี้นี่เอง...ที่อาจนำมาประยุกต์ใช้เป็น บทเรียน สำหรับบรรดามวลมนุษย์ที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ และจำต้องอยู่ร่วมกับธรรมชาติไปตลอดชั่วนิจนิรันดร์กาล ว่าน่าจะอยู่กันแบบไหน อย่างไร  ถึงจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถดำเนินไปได้โดยสันติ หรือเป็นไป ตามครรลอง-คลองธรรม ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และถ้าหาก บทเรียน เหล่านี้ ยังไม่มีใครคิดจะเรียนรู้ ไม่คิดจะ เข้าถึง และ เข้าใจ ให้ลึกซึ้ง ถึงแก่น ยังควักอะไรต่อมิอะไรออกมา อัด ออกมา ฉีด กันเป็นลิ่มๆ งานนี้ หรืองาน Covid-19 คราวนี้...เลยอาจต้องเรียกว่าเพียงแค่ ออเดิร์ฟ เท่านั้น เพราะ เมนคอร์ส ที่ ธรรมชาติ ท่านจะจัดให้ตามมาติดๆ ไม่ว่าด้วยสภาวะโลกร้อนที่สามารถดลบันดาลอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะมากมาย โอกาสที่จะโกลาหล จะฉิบหาย วายวอด ยิ่งกว่านี้อีกไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ก็น่าจะพอเห็นๆ กันอยู่...

                                                                     ------------------------------------------------

      ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก พุทธทาสภิกขุ...“ทำลายธรรมชาติกันวันละเป็นล้านๆ ตัน แต่กลับได้ผลเป็นการส่งเสริมความเห็นแก่ตัว และได้รับผลตอบแทนจากธรรมชาติอย่างสมน้ำหนัก เมื่อยุคพระอาทิตย์ 7 ดวงกำลังจะมาถึง คือความร้อนทั้งทางวัตถุและจิตใจ จะเพิ่มขึ้นอีก 7 เท่า ดังนั้น...จงเตรียมตัวป้องกัน อย่าทำอะไรที่เป็นการทำลายธรรมชาติแห่งความถูกต้อง...

                                                                    --------------------------------------------------


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก