เมื่อคนไทยทำได้ดีกว่าชาวญี่ปุ่น


เพิ่มเพื่อน    


    วันนี้อาจพูดได้ว่า "โควิด-๑๙" ในประเทศอยู่ในช่วงขาลงจริงๆ
    แต่คำเตือนเรื่องการ์ดอย่าตก ยังละเลยไม่ได้ เพราะไวรัสตัวนี้คือนักฉวยโอกาส 
    เผลอเมื่อไหร่....เจอแน่
    ฉะนั้นยังต้องยกการ์ดให้สูงไว้ รอจนกว่าสามารถต่อยปลายคางโควิด-๑๙ ลงไปนอนกางกับพื้น ให้กรรมการนับสิบ สั่งยุติการชกเสียก่อน แล้วค่อยเอาการ์ดลง
    ความสำเร็จในเบื้องต้นนี้มาจากไหน?
    ในขณะที่คนบางกลุ่ม ปากบอกว่ารักประชาธิปไตย รักสิทธิเสรีภาพ ขยะแขยงรัฐธรรมนูญมากกว่าใคร เอาแต่นั่งจิ้มคีย์บอร์ดจิกด่า ว่ารัฐบาลเผด็จการ ไม่มีทางสู้โควิดได้ดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 
    แสดงท่าทีเหมือนเด็กมีปมด้อย 
    ปากด่าไป มือก็จิ้มไป ว่าไร้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น!
    อีกฟากหนึ่งของคนที่ก้มหน้าก้มตาทำงาน เขาไม่ได้มานั่งบ่น หรือว่าให้ร้ายใคร
    บอกเลยว่าช่วงนี้นอกจากเป็นแฟนคลับคุณหมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน แล้ว ในวิกฤตินี้ยังเพลิดเพลินกับการกระจายอำนาจของกระทรวงมหาดไทย โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (ศบค.) 
    พูดตามตรงไม่เคยเห็นยุคไหนที่มีความรู้สึกว่า แต่ละจังหวัดทำงานของตนเองอย่างแข็งขัน และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเองเช่นนี้มาก่อน
    ในยุคประชาธิปไตยเบ่งบานเบอะเลอะเทอะ ก็ไม่เห็นบรรยากาศผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งแก้ปัญหาในจังหวัดของตนเอง เหมือนแม่ทัพขี่ม้านำหน้าออกศึก
    แต่ละจังหวัดตัดสินใจเฉียบขาดฉับพลัน หนักบ้าง เบาบ้าง ตามสถานการณ์ของแต่ละจังหวัดที่ไม่เหมือนกัน 
    แรกๆ ก็ถูกชาวบ้านบางกลุ่มด่าอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายถึงบางอ้อ เหตุต้องไล่ปิดโน่นนี่นั่น เพราะต้องสกัดการระบาด
    หลังๆ มานี้เกิดชุมชนเข้มแข็ง เช่น ที่ขอนแก่น มี ๓๐ หมู่บ้านขอล็อกดาวน์ตัวเอง 
    ยังมีแบบนี้อีกหลายจังหวัด...นับไม่ถ้วน      
    นี่คือคนไทยยุคโควิด-๑๙    
    เป็นความจริงที่ว่า...คนไทยชื่นชมชาวญี่ปุ่นว่ามีระเบียบวินัย ฉะนั้นการจัดการกับโควิด-๑๙ ของญี่ปุ่น น่าจะมีประสิทธิภาพกว่าไทยแน่ๆ
    แต่....วันนี้หลายๆ อย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
    สำนักข่าวนิเคอิรายงานข่าวและภาพเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ถึงมาตรการ 'โซเชียล ดิสแทนซิง' ในไทย 
    นิเคอิบอกว่า ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าคนไทยเป็นชนชาติที่ไม่เคร่งระเบียบวินัย มีความสนุกสนานร่าเริง และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
    แต่วันนี้ คนไทยเว้นระยะห่างทางสังคม มีระยะห่างทางกายภาพ 
    สื่อยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอ้างรายงานของกระทรวงสาธารณสุขไทยว่า คนไทย ๘๐% ให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตาม 'โซเชียล ดิสแทนซิง' อย่างเคร่งครัด
    ทำให้กราฟการติดเชื้อในไทยดิ่งลง
    พร้อมทั้งสรุปว่า ญี่ปุ่นต้องเอาอย่างไทย ด้วยการกำหนดเป้าหมาย ลดการติดต่อทางสังคมของประชาชนลงให้ได้ ๘๐% 
    ตัวเลขผู้ติดเชื่อเดิมทีไทยทำท่าจะแซงญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังจะแตะหลัก ๗ พัน 
    ส่วนไทย ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชน และภาครัฐ ช่วยกันฉุด ช่วยกันดึง จนทิ่มหัวลง วานนี้ (๑๒ เมษายน) ติดเชื้อ ๓๓ คน
    สิงคโปร์ย่องมาเงียบๆ จี้ตูดไทยแล้ว และมีแนวโน้มจะแซงในอีกไม่กี่วัน
    หากคนไทยไม่ประเมินศักยภาพตนเองต่ำเกินไป ในโลกนี้เราสู้ได้หมดทุกชาติ ทุกเรื่อง
    ฉะนั้นช่วงนี้การ์ดอย่าเพิ่งตก เพราะเรากำลังเป็นต้นแบบให้หลายประเทศทั่วโลกที่ล้วนมีปัญหาหนักขึ้น ได้หันมามอง
    ....และทำตาม.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"