กสทช.สนับสนุน อว.ทุ่ม 240ล้าน นศ.1.6 ล้านคน เรียนออนไลน์ 


เพิ่มเพื่อน    

 


14เม.ย.63- นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 156 แห่ง ต้องหยุดการเรียนการสอนที่สถาบันอุดมศึกษา โดยมีนักศึกษาประมาณ 1.6 ล้านคนต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 เมษยน ที่ผ่านมา ขณะนี้ อว. ได้หารือร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา และ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมทั้งกลุ่มผู้ให้บริการการสื่อสารผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของประเทศไทย ทั้ง True, AIS และ DTAC ในการร่วมกันสนับสนุนการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับนักศึกษาทั่วประเทศ โดยนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษานี้ หรือตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 จะสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้ฟรีผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อเรียนในระบบออนไลน์ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ด้วยความเร็ว 4 Mbps ไม่มีลิมิตการใช้งาน เพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงบทเรียน ทำงานและสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนักศึกษาในสถาบันการศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของนักศึกษาในการใช้งานโทรศัพท์มือถือให้สามารถเข้าถึงบทเรียนและติดต่อสื่อสารกับอาจารย์ผู้สอนได้

“เป็นที่ทราบกันดีว่านักศึกษาบางส่วนอาจไม่จำเป็น เพราะมีระบบอินเตอร์เน็ตพื้นฐานในที่พักอาศัย (wifi) แต่ยังมีนักศึกษาจำนวนมากที่ขาดความสามารถในการจ่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผู้ปกครองและนักศึกษาอาจขาดรายได้จากการค้าขายและรับจ้างทำงาน ขณะที่ยังมีภาระด้านอื่น ๆ ในการดำรงชีพ รวมถึงการจัดหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการศึกษามีราคาสูง”รมว.อว. กล่าว

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับงบประมาณในการสนับสนุนการเรียนออนไลน์สำหรับนักศึกษา อว. ได้เสนอของบประมาณตามจ่ายจริง วงเงินงบประมาณรวมไม่เกิน 240 ล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวนั้นจะเป็นค่าบริการ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ทั้ง True, AIS และ DTAC ความเร็ว 4 Mbps ไม่มีลิมิตเป็นระยะเวลา 3 เดือน ทั้งนี้หากมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินมากกว่าจำนวนดังกล่าว สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กับนักศึกษาทั้งหมด โดยวงเงินงบประมาณ 240 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย จะพิจารณาจัดสรรตามศักยภาพทางการเงินของแต่ละสถาบันอุดมศึกษา โดยให้ความช่วยเหลือสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพทางการเงินน้อยที่สุดก่อน เพื่อให้ได้รับงบประมาณอย่างเพียงพอ ทั้งนี้หลังจากระยะเวลา 3 เดือนแรก สถาบันอุดมศึกษาคาดว่าจะสามารถบริหารจัดการเรื่องดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพเรียบร้อย โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล