กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

        คดีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญ มังคละวัชร์ รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ภายในห้องพักแฟลตตำรวจป่าไม้ ซอยงามวงศ์วาน 54 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ยังคงมีเงื่อนงำ ยังคงเป็นปริศนา สาเหตุการเสียชีวิตครั้งนี้เกิดจาก "ฆ่าตัวตาย" หรือ "ฆาตกรรม" กันแน่? ยิ่งตอนนี้แว่วๆ ว่ามีแรงกระเพื่อมในเงามืดพยายาม ชี้นำคดี จนคนทำงานสับสน ไม่เป็นอิสระ ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ต้องฝาก บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายจาก ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพใหญ่สีกากี ให้ลงมาคุมคดีนี้ช่วยประคองลูกน้อง อย่าให้โดนแรงบีบ โดนแรงเหวี่ยง เพราะทุกคดีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นคดีของใคร ร่ำรวยหรือยากจน คนดีหรือคนเลว ตำรวจหรือชาวบ้าน ทุกคนมีสิทธิ์ได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน คดีจะออกมาในรูปแบบไหน อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับพยาน หลักฐาน ใช่คือใช่ ไม่ใช่คือไม่ใช่ อย่าใช้ความเป็นพรรคเป็นพวกชี้ขาด ตัดสินเอาเอง ไม่เช่นนั้นเกียรติยศ-ศักดิ์ศรี "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ที่สั่งสมมานาน 100 กว่าปี จะอยู่กันอย่างไร ๐

        ตำรวจทำดีต้องชื่นชม พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ประชุมมอบนโยบายการทำงานและมอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับ ร.ต.ท.จินดา พันธ์วัง รอง สว.ป.สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กับ ด.ต.พิเชษฐ์ สุขสุกรี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.บางปะกง เนื่องจากตำรวจทั้ง 2 นายปฏิบัติหน้าที่ยอดเยี่ยม มีปฏิภาณไหวพริบในการป้องปรามเหตุและจับกุม ส.ต.อ. ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) พร้อมอาวุธปืนเตรียมก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางวัว ริมถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.42 ช่องคู่ขนาน ขาเข้าชลบุรี  หมู่ 1 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็นการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะสามารถป้องกันเหตุก่อนที่จะเกิดเหตุ ซึ่งยากกว่าเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วไปตามจับกุม เพราะเมื่อเหตุเกิดแล้วคนร้ายจะทิ้งเบาะแส ทิ้งร่องรอยไว้ให้แกะ ให้ติดตามไปจับกุม แต่การระงับเหตุก่อนที่จะเกิดต้องใช้ไหวพริบ ใช้จิตวิญญาณความเป็นตำรวจอย่างมาก สมควรแล้วที่ผู้บังคับบัญชาจะชื่นชม...ปรบมือดังๆ ๐

        แต่นี่ซิสมควร "ให้ออกจากราชการ" สำหรับ ส.ต.อ. ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ที่เตรียมก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งในส่วนของการดำเนินคดีอาญาพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยมิได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุอันควรและความจำเป็นเร่งด่วน รวมทั้งหากพบว่ามีการกระทำความผิดในฐานอื่นเพิ่มเติมก็จะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกจากนี้ในส่วนของทางวินัย บก.อก. บช.ส. มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว และจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพราะ "ผบ.แป๊ะ" เน้นย้ำให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการด้วยความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย หากพบกระทำความผิดจริง ให้ดำเนินดคีอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ๐

        อีกมุมของคดีนี้ที่ไม่ควรมองข้าม คือภาพ ส.ต.อ.ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ผู้ต้องหา ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บางปะกง จับกุมตัวได้ สภาพหลังจากถอดหมวกไอ้โม่งออกมา ปรากฏว่าไว้ "ผมยาว" จนมองไม่ออกว่านี่คือตำรวจ เพราะตามระเบียบที่ "ผบ.แป๊ะ" กำชับให้ตำรวจต้องตัดผมสั้นขาว 3 ด้าน แม้ "ส.ต.อ." ที่ถูกจับจะเป็นตำรวจสันติบาล เป็นหน่วยงานการข่าว แต่ไปดูตำแหน่งที่ ส.ต.อ.รายนี้อยู่ สังกัดกองบังคับการอำนวยการ (อก.) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ไม่ใช่อยู่ บก.หน่วยการข่าวที่อาจต้องปลอมตัว อาจต้องแฝงตัวในการทำงาน ก็น่าจะต้องตัดผมสั้นตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติเหมือนกับตำรวจหน่วยอื่นๆ หรือว่าหน่วยนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องตัดผมสั้นตามระเบียบ ผบ.แป๊ะ คงต้องฝาก พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส. และ พล.ต.ต.พีรวัส อินทร์กง ผบก.อก.บช.ส. ช่วยชี้แจงแถลงไขให้หายข้องใจที ๐

     แม้ใกล้ได้ข้อยุติเรื่องการ ”เฉือน” งบประมาณกองทัพเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19 แต่ตัวเลขของ 2 เหล่าทัพก็ออกมาแล้ว โดยเฉพาะของกองทัพอากาศ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ออกมาระบุว่า ในส่วนของกองทัพอากาศ ตัดงบส่วนที่ตั้งไว้ปี 2563 จำนวน 23 เปอร์เซ็นต์ ในโครงการจัดหาเครื่องบินฝึก แล้วขยับไปริเริ่มโครงการในปีถัดไป ส่วนกองทัพเรือจำนวน 33% ในโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ซึ่งเดิมตั้งไว้เป็นงบผูกพันปีแรกวงเงินกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะที่กองทัพบกไม่น่าจะต่ำกว่า 20% เช่นกัน โดยขณะนี้เหล่าทัพได้ส่งตัวเลขให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียบร้อยแล้ว รอการประชุมก่อนให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติอีกครั้งก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ

     เงียบไปพักใหญ่สำหรับ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สัปดาห์ที่ผ่านมาได้นั่งประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกช่วงเช้า โดยสั่งการให้ผู้บังคับหน่วยช่วยหาแนวทางเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาการเลื่อนการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการปี 2563 จากผลกระทบของเชื้อโควิด-19 หลังจากมาตรการให้ทหารกองประจำการสมัครใจเลื่อนปลดประจำการต่อไปอีก 1 ปี มียอดแค่ 13% (ประมาณ 5,460 นาย) จากยอดปลดประจำการเดือน เม.ย.นี้ ประมาณ 42,000 นาย ซึ่งถือว่าน้อยกว่าประมาณการเป้าหมายที่กองทัพบกตั้งไว้ ทั้งที่มีการเพิ่มแรงจูงใจมอบคะแนนเพิ่มร้อยละ 5 หากไปสอบเข้าโรงเรียนทหารในอนาคต โดยยังเหลือระยะอีกประมาณ 15 วัน จึงให้ไปดูแนวทางให้มีผู้สมัครใจเลื่อนปลดเพิ่มมากขึ้น เพราะ ทหารเกณฑ์ผลัดใหม่ กว่าจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ก็น่าจะช่วงเดือนต้นกันยายน แต่หากเมื่อเทียบกับสถิติเลื่อนปลดเมื่อปีที่แล้วถือว่ามากกว่าเดิมที่ทุกปีจะมียอดแค่พันกว่าคนเท่านั้น

     โลว์โปรไฟล์เหล่าบรรดา แคนดิเดต ผบ.เหล่าทัพคนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) รวมไปถึง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ เสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ท่ามกลางข่าวลือที่สะพัดว่า บิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพลจะข้ามกลับมาขัดตาทัพนั่งเป็น ผบ.ทบ. 1 ปีก่อนไปเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในปีหน้า แต่หากเป็นเช่นนั้น 5 เสือ ทบ.ก็จะแน่นเอี๊ยด เพราะจะมีแค่ พล.อ.สุนัย ประภูชเนย์ ผช.ผบ.ทบ. ที่เกษียณอายุราชการ ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก ยังเหลืออายุราชการอยู่ จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดสำหรับข่าวการกลับมา ทบ.ของ “บิ๊กแก้ว” ครั้งนี้ว่าต้องการเขย่าขวัญสั่นประสาทใครเป็นการเฉพาะหรือไม่.    


ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นะ ใส่หรือไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย....มันเรื่องของผู้ใหญ่เฮงซวยปั่นหัวเด็กต่างหาก มีคนบอกว่าอย่าไปห้ามเลย เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'