จัญไร!ปั่นรบ.ขอทาน ฝ่ายแค้นจับแพะชนแกะถล่ม'ลุงตู่'ไถเงิน20มหาเศรษฐี


เพิ่มเพื่อน    


    หนักกว่าติดโควิด-19 ฝ่ายค้านจิตป่วย ตั้งวงปั่นแฮชแท็ก #รัฐบาลขอทาน ถังแตก ไถเงินมหาเศรษฐี พรรคระบอบทักษิณ หน้าบาง ด่า "บิ๊กตู่" กำลังขอความร่วมมือกับคู่สัญญาของรัฐ เจ้าของสัมปทาน แต่ไม่สนใจฟังประชาชนที่เดือดร้อน "วิษณุ" ยันรัฐบาลไม่ได้ทำหนังสือไปขอเงิน โฆษกรัฐบาลแจงเป็นการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เข้ามามีส่วนรวมในการแก้ปัญหา
    หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง 20 มหาเศรษฐี ที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายนนั้น  
    กลุ่มต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งนักการเมืองจากพรรคฝ่ายค้าน ปั่นกระแสโจมตีผ่านโลกโซเชียล ติดแฮชแท็ก  #รัฐบาลขอทาน ในทวิตเตอร์ จนมีผู้ทวีตไปร่วม 1 ล้านครั้งในช่วง 2 วันที่ผ่านมา   และมีการปั่นกันเรื่อยๆ เพื่อโจมตีว่ารัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาการระบาดไวรัสโควิด-19 บางคนเลยเถิดไปว่ารัฐบาลเตรียมไถเงิน 20 มหาเศรษฐีเพราะรัฐบาลถังแตก 
    ตลอดวันเสาร์ที่ผ่านมา นักการเมืองในพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และอดีตพรรคการเมืองในระบอบทักษิณ พากันโจมตีรัฐบาลในกรณีดังกล่าวอย่างบ้าคลั่ง และขาดข้อเท็จจริง
    อาทิ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ @Pichailive และเฟซบุ๊กส่วนตัว ความว่า “อายบ้างไหม? พลเอกประยุทธ์ ทำจดหมายเปิดผนึกถึง 20 มหาเศรษฐีไทย แปลง่ายๆ คือไปขอให้มาช่วย ไม่ละอายใจบ้างหรือ ทั้งที่บริหารด้วยงบมหาศาล แต่ล้มเหลว และกลับไปไถเศรษฐีออกสื่อ ทำไมไม่กระซิบให้พวกเขาคิดช่วยเอง ห่วงว่าที่ตั้งใจเป็นข่าวก็เพื่อจะเอื้อกันทีหลังโดยอ้างว่าขอเขาช่วย #รัฐบาลขอทาน”
    ภายหลังจากที่ข้อความดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้งานโลกออนไลน์กดแชร์ (รีทวีต) ต่อไปอย่างต่อเนื่อง
    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า "วันก่อนบริจาคชุดตรวจโควิด ให้ทุกชาติอาเซียน โชว์ป๋า วันนี้ ถือกะลา เขียนจดหมายหาเศรษฐี ให้ช่วย #รัฐบาลขอทาน"
    "เศรษฐีคนใดจะให้คำแนะนำหรือบริจาคควรเป็นไปตามความสมัครใจ ไม่ควรบังคับหรือกดดันผ่านสื่อจากรัฐบาล ที่มีผลต่อธุรกิจของเขา เพราะผลประโยชน์ต่างตอบแทนและการทุจริตคอร์รัปชันจะตามมา #โควิด19 #ทำไมไม่ได้5พัน #รัฐบาลขอทาน"
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความว่า ออกจดหมายถึงมหาเศรษฐี ไม่รู้คิดไปได้ไง นายกฯ จะออกจดหมายถึงมหาเศรษฐี 20 คนแรกขอความร่วมมือในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน นายกฯ อาจจะคิดว่านี่คือทีเด็ด แต่กลับมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ไปหมด
อาจจะหนักกว่า“ไถ”
    ถ้าบอกว่าจะขอคำแนะนำ ก็คงต้องถามว่าทำไมคิดจะถามแต่มหาเศรษฐีเท่านั้น ทำไมไม่รับฟังรายเล็กรายน้อยและประชาชนที่เดือดร้อนทั้งบ้านทั้งเมือง และทำไมไม่รับฟังผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญอีกมากมาย
    การพุ่งเป้าไปที่มหาเศรษฐี 20 คนแรก จึงคิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากจะเป็นอย่างที่มีการวิจารณ์กันคือจะ “ไถ” เงินเขา ฟังคำพูดของนายกฯชัดๆ อาจจะหนักกว่า “ไถ” ด้วยซ้ำ เพราะมีทั้งตำหนิและตั้งคำถามเชิงขู่อยู่ด้วย
    "ขอให้ท่านเหล่านั้นได้บอกผมว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับเราอย่างไร และท่านจะลงมือช่วยเหลือประเทศไทยของเราให้มากขึ้นได้อย่างไรบ้าง" นายกฯ กล่าว
    ถ้ามองว่านี่เป็นการเรี่ยไรหรือขอรับบริจาค หลักการง่ายๆ ก็คือถ้าใครจะบริจาคควรปล่อยให้เป็นความสมัครใจ ไม่ควรเรี่ยไรหรือขอแกมบังคับโดยผู้มีอำนาจที่สามารถให้คุณให้โทษกับธุรกิจของเขา เพราะการกระทำต่างตอบแทนและคอร์รัปชันจะตามมา
    มหาเศรษฐีที่นายกฯ กำลังจะขอความร่วมมือนี้ มีทั้งคู่สัญญาของรัฐ เจ้าของสัมปทาน และผู้ที่ต้องทำงานกับรัฐที่จะต้องมีการเจรจาทางธุรกิจกัน ในวิกฤตินี้ บางรายอาจกำลังมีศักยภาพ แต่หลายรายกำลังจะขาดทุนยับเยิน และอาจต้องการการเยียวยาจากรัฐบาล รัฐบาลจะสนับสนุนหรือเยียวยาพวกเขาอย่างไร ไม่ควรพิจารณาจากใครบริจาคมากหรือน้อย การที่นายกฯ เรี่ยไรหรือขอความร่วมมือจะทำให้เกิดปัญหาการลำเอียงเลือกปฏิบัติขึ้นได้
    ความริเริ่มที่หลงทิศผิดทางนี้ น่าจะเกิดจากการไม่รู้บทบาทหน้าที่และความรู้สึกอับจนปัญญาของนายกฯ เองถ้าจะพูดเรื่องเงิน รัฐบาลควรรับฟังทุกฝ่ายแล้วใช้เวลาทบทวนแผนการใช้งบประมาณกว่า 1 ล้านล้านบาทที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าไม่ตรงจุดให้เป็นประโยชน์กว่าที่เป็นอยู่ และควรวางแผนสร้างรายได้ของคนทั้งประเทศมารองรับการเป็นหนี้มหาศาลในครั้งนี้ ไม่ใช่มาออกอาการหมดท่าหวังเงินบริจาคจากมหาเศรษฐีแบบนี้
    ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วิกฤติสร้างได้ทั้งฮีโร่คือวีรบุรุษและซีโร่หรือผู้นำกลวง วิกฤติโควิด-19 คงทำให้คนไทยตาสว่างแล้วว่าหัวหน้ารัฐบาลเป็นวีรบุรุษหรือผู้นำกลวง
    ด้านความรับผิดชอบต่อประชาชนดูจากการจ่ายเงินเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งตามหลักต้องจ่ายให้กับทุกคน เพราะประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศและเป็นผู้จ่ายภาษีให้รัฐ เมื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากทั้งคำสั่งของรัฐเองและจากโรคภัย รัฐจึงมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลประชาชนให้รอดพ้นจากการอดตาย ประชาชนจะได้กลับมาทำงานและเสียภาษีเพื่อให้รัฐได้เอาเงินนั้นมาใช้จ่ายและชำระหนี้ การจ่ายเงินเยียวยาจึงไม่ได้เป็นบุญคุณ แต่เป็นหน้าที่
ทำประชาชนเป็นขอทาน
    ด้านการบริหาร ดูได้จากภาพของเศรษฐกิจไทยก่อนการยึดอำนาจที่มีคนเข้าคิวบริจาคเงินให้ม็อบ กับภาพของเศรษฐกิจหลังจากการยึดอำนาจที่คนไทยต้องไปเข้าคิวรอรับแจกทานอาหาร คงบอกถึงฝีมือการบริหารประเทศของท่านนายกฯ ที่หาญกล้าวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีให้คนไทยเดินตาม แต่ไม่มีปัญญาจัดการให้ประชาชนมีเครื่องมือป้องกันสุขภาพตัวเองในราคาที่เป็นธรรม ไม่มีปัญญาจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเสี่ยงภัยจนต้องขอรับบริจาค และไม่มีปัญญาดูแลคนไทยจนต้องไปเข้าแถวเสี่ยงการติดเชื้อรอรับแจกอาหารเหมือนขอทาน
    ต้นเหตุของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งใหญ่จนนำไปสู่การล็อกดาวน์ประเทศสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยทุกคนคือสนามมวยลุมพินี ซึ่งเป็นของกองทัพบกที่ฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐบาลจัดชกมวย ในขณะที่ประชาชนที่ฝ่าฝืนคำสั่งถูกดำเนินคดีและถูกศาลพิพากษาจำคุก ประชาชนจึงฝากถามพลเอกประยุทธ์ว่าได้ดำเนินคดีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและ ผบ.ทบ.ไปถึงไหนแล้ว สิ่งนี้คือความเท่าเทียมของบุคคลที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันที่ประชาชนรอคำตอบจากรัฐบาล
    ทำประชาชนเป็นขอทานแล้ว ยังจะทำหนังสือไปขอให้เศรษฐีช่วยเหลือประเทศทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลก็คือการทำรัฐบาลเป็นขอทาน จะเลอะไปถึงไหนครับท่านผู้นำ #รัฐบาลขอทาน
    นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.เขตบางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นอย่างดุเดือดว่า "โห โห โห นายกฯ จะทำหนังสือถึง 20 มหาเศรษฐีของไทยให้ร่วมมือสู้โควิด เจ๋งอ่ะ 55555 แล้วงบกลางห้าแสนกว่าล้านหายไปไหนครับ!!!!! ปล.อย่าลืมทำหนังสือถึงท่านทักษิณด้วยนะครับ
    โดยนายวัน ได้โพสต์ข้อความติดแฮชแท็ก" #รัฐบาลขอทาน" อีกด้วย
    ส่วนนางอมรัตน์​ โชคปมิตต์กุล​    ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล  ระบุว่า พรรคก้าวไกลยื่นเสนอให้สภารีบเปิดประชุมวิสามัญให้ผู้แทนราษฎรมาช่วยกันคิดแก้ปัญหาของชาติ ไม่ใช่ไปถามเจ้าสัว #สภามีไว้ทำไม #นายกฮซ
    อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวไม่มีการพูดถึงการขอเงินแต่อย่างใด โดยนายกฯ ระบุว่า "สิ่งที่ผมจะทำในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ประการแรกคือ จะออกจดหมายเปิดผนึกถึงมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย 20 ท่าน ขอให้ท่านเหล่านั้นได้บอกผมว่า ในฐานะที่ท่านเป็นผู้อาวุโสของสังคม ท่านจะร่วมมือกันกับเราอย่างไร ท่านจะช่วยเหลือประเทศไทยของเราให้มากขึ้นได้อย่างไรบ้าง มหาเศรษฐีของประเทศไทยทั้งหลายล้วนมีอิทธิพลอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ผมขอให้ท่านได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมช่วยเหลือประเทศด้วยกันกับเรา ผมเข้าใจและซาบซึ้งที่หลายท่านได้ลงมือทำไปแล้วหลายเรื่อง แต่ผมต้องการให้ทุกท่านทำเพิ่มเติมมากกว่าที่ทำไป และผมรู้ว่าทุกท่านเต็มใจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศต้องการความช่วยเหลืออย่างมากที่สุด เพราะผมรู้ว่าความเดือดร้อนของคนไทยคือความเจ็บปวดของท่านด้วย"
"วิษณุ"ยันเปล่าขอเงิน
    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ทำหนังสือไปขอเงิน ขอให้ดูข้อความในจดหมายว่าเราเขียนไปขออะไร แต่ยืนยันไม่ได้ไปขอเงิน อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้าทุกอย่างจะชัดเจน เพราะนายกฯ จะเป็นผู้ดูในรายละเอียดเองทั้งหมด
    เขายังกล่าวถึงรายชื่อ 20 มหาเศรษฐี ว่าไม่ได้ดูในส่วนนี้ แต่ตนดูในส่วนของเนื้อหาและข้อความที่จะเขียนในจดหมายเท่านั้น
    ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ มีความตั้งใจที่อยากเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคนโดยตรง ซึ่งไม่ได้วัดกันที่ตัวเงินเป็นหลัก แต่ต้องการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เข้ามามีส่วนรวมในการแก้ปัญหาดังกล่าว
    เมื่อถามถึง 20 รายชื่อเศรษฐีในประเทศไทยจะเป็นใครบ้างนั้น นางนฤมลกล่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลที่จะเปิดเผย แต่ยืนยันว่าสิ่งที่นายกฯ ต้องการในขณะนี้คือแนวทางในการช่วยกันแก้ปัญหาวิกฤติโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ภายในสัปดาห์หน้านายกฯ เตรียมลงไปรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรง แต่ยังไม่ได้กำหนดรูปแบบชัดเจนว่าจะเป็นการประชุมหรือลงไปในพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นแต่อย่างใด
    นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการไปขอเงิน แต่เป็นการขอความร่วมมือ แสวงหาความคิดเห็น เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งทุกคนทราบดีว่าเป็นสถานการณ์วิกฤติของประเทศ ดังนั้น การแสวงหาความร่วมมือมากเท่าไหร่ ยิ่งจะเป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาครั้งนี้ และต้องเข้าใจว่านักธุรกิจเหล่านี้ ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจย่อมมีประสบการณ์ ความสามารถ ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ให้กับรัฐบาลและประเทศชาติ บ้านเมืองได้ ซึ่งตนคิดว่า นายกรัฐมนตรีมีเจตนาดีในการดำเนินการเรื่องนี้และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่าจะไปพบนักธุรกิจเพื่อขอเงิน
    น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางแค วิจารณ์รัฐบาลไม่มีปัญญาดูแลคนไทย จนต้องไปเข้าแถวเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รอรับแจกอาหารเหมือนขอทานว่า ในยามวิกฤติเช่นนี้ ควรเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน การที่พี่น้องประชาชนออกมาช่วยเหลือแบ่งปัน โดยไม่แบ่งสี แบ่งฝ่าย เป็นเรื่องที่ดี ขณะที่ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐและอดีตผู้สมัครของพรรคเองก็ได้ระดมสรรพกำลังกันลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชน เพื่อแบ่งเบาภาระความเดือดร้อน  
ซัด"วัฒนา"ซ้ำเติมประชาชน
    เพราะสำนึกในความรับผิดชอบในฐานะผู้ที่อาสามาเป็นตัวแทนประชาชน ไม่ว่าจะได้รับเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม มีสิ่งใดที่สามารถทำได้เพื่อพี่น้องประชาชน เราไม่นิ่งเฉย เราให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนเหมือนเป็นคนในครอบครัว และก็ไม่ควรจะมีผู้ใดดูหมิ่นประชาชนผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ไปรับบริจาคอาหารและสิ่งของต่างๆ  เหล่านั้น หรือทำให้ประชาชนผู้ประสบปัญหาเหล่านั้นรู้สึกด้อยคุณค่า รู้สึกว่าเขาเป็นภาระ ทั้งที่แท้จริงมันเป็นแค่ช่วงภาวะวิกฤติ ไม่มีประชาชนคนไหนจะอยากเป็นแบบที่นายวัฒนากล่าวอ้าง ซึ่งการโพสต์ของนายวัฒนา กลับจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนด้วยซ้ำ
    น.ส.ทิพานันกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ลงพื้นที่ดูแลพี่น้องเขตจอมทอง-ธนบุรีอยู่ตลอด ล่าสุดก็แจกแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อ ผ่านระบบออนไลน์บนเว็บ h ttps://onntipanan.com/Free_Alcohol จึงทำให้พี่น้องประชาชนลงทะเบียนรับในเขตตนเป็นจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันกลับพบว่ามีพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่บางแค ซึ่งเป็นเขตเชื่อมต่อของพื้นที่จอมทอง-ธนบุรีเองก็ได้รับความเดือดร้อนและร้องเรียนเข้ามาผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของตนเป็นจำนวนมากที่หน้าเพจ อ้น ทิพานัน พร้อมกับฝากถามด้วยว่า #นายวัฒนาหายไปไหน  อยากให้ลงพื้นที่ดูแลบ้าง
    “คนเราจะเห็นใจกันก็ในยามวิกฤติว่าใครอยู่เคียงข้างเรา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องมีใครชี้นำ ประชาชนเขารับรู้ได้เอง จากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสวิด-19 นี้ เราจะเห็นคนอยู่ 2 ประเภท ประเภทหนึ่งคือ ดีแต่พูด ดีแต่วิจารณ์ แต่ไม่ลงมือทำ กับอีกประเภทหนึ่ง คือพวกลงมือทำ อาจจะพูดไม่เก่ง ซึ่งก็จะถูกคนประเภทแรกไม่ชอบ และคอยดิสเครดิตผลงาน” น.ส.ทิพานันกล่าว
    รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐยังกล่าวอีกว่า อยากขอความร่วมมือผู้ใจบุญที่มีจิตเมตตาในการบริจาคอาหารและสิ่งของ ประสานงานผู้รับผิดชอบในพื้นที่และชุมชนเพื่อช่วยกันจัดระเบียบ ตามหลักเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐได้กำชับ ส.ส.และอดีตผู้สมัครของพรรคให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดในการลงพื้นที่
เชื่อ"ลุงตู่"ต้องการระดมมันสมอง
    นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.การคลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า "เห็นด้วยที่ท่านนายกฯ จะกระตุ้นมหาเศรษฐี ไม่ว่ารัฐบาลจะจัดการอย่างไร มันจะมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งตกหลักเกณฑ์ หรือมีปัญหาพิเศษ ซึ่งสังคมควรหาทางช่วยให้ประทังชีวิต ผมจึงได้สื่อสารไปที่พลตำรวจเอกอัศวิน ผู้ว่าฯ กทม. หารือไอเดียว่า ท่านน่าจะเอาเงินสะสมของ กทม. ออกมาให้เขตจัดศูนย์อาหาร สำหรับครอบครัวที่เดือดร้อนสุดๆ และถ้ากังวลว่า คนจะมาชุมนุม หรือเกรงจะเกิดปัญหาท้องเสีย ก็ลองใช้วิธีแจกเป็นคูปอง ให้ไปเบิกอาหารจากซูเปอร์สโตร์ โดยขอให้เจ้าสัวช่วยสนับสนุนบางส่วน แต่เดาว่าท่านผู้ว่าฯ อาจจะไม่ได้ความร่วมมือจากเจ้าสัวซูเปอร์สโตร์ เพราะยังไม่เห็นว่าสามารถเริ่มโครงการทำนองนี้ ผมหวังว่าจดหมายจากท่านนายกฯ จะช่วยกระตุ้นมหาเศรษฐีเพื่อการนี้ได้"
    ขณะเดียวกัน ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า "เศรษฐกิจน้ำใจ : อีกรูปแบบหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียงที่ผู้ให้รู้จักพอ โดยส่วนตัวผมเข้าใจว่าลุงตู่มองข้ามวิกฤติโควิดไปแล้ว ตัวผมเองก็มองข้ามวิกฤติโควิดไปแล้ว โดยแลไปข้างหน้า หลังโควิดคงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างรุนแรง หรือภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดทั่วโลกอย่างแน่นอนและหลายปีด้วย อันนี้ผมฟันธงล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้ได้เลย ทุกคนจะได้เตรียมตัวเตรียมใจพร้อมกันทั้งประเทศ รับมือได้ถูก เพราะไม่มีความหวังลมๆ แล้งๆ เกี่ยวกับอนาคตอันใกล้
         "ผมเข้าใจว่าพอถึงตรงนี้ลุงตู่คงมองออกแล้วว่า ลำพังแค่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลคงเอาไม่อยู่แน่นอน ดูวิธีคิดวิธีการที่ผ่านมาของกระทรวงการคลังในการรับมือก็เห็นได้ชัดแจ้งแล้ว ดังนั้นลุงตู่จึงคิดที่จะระดมกำลังทั้งประเทศเข้าสู้ เรื่องส่งจดหมายเปิดผนึกถึง 20 มหาเศรษฐีที่อยู่ในเมืองไทย จึงเป็นเพียงห่วงโซ่ข้อต่อหนึ่งที่สำคัญยิ่งในแผนสู้รบแบบบูรณาการของลุงตู่เท่านั้น หลังจากนี้คงมีการคุยตกลง ยอมรับ ร่วมมือกัน เพื่อเป็นการแสดงถึงความจริงใจในการให้มาช่วยประเทศ แน่นอนว่าในอนาคตกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ย่อมมีอิทธิพลในการบริหารประเทศในวันข้างหน้ายิ่งกว่าตอนนี้ วิกฤติจะที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่เรื่องเงินเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ลุงตู่คิดคือต้องการระดมสมองในภาคธุรกิจจริงๆ ให้สามารถนำพาขับเคลื่อนฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้"
        อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ครั้งแรกที่ #รัฐบาลขอทาน ก่อนหน้านี้วันที่ 6 มี.ค.2563 ชาวทวิตเตอร์ได้ติดแฮชแท็กดังกล่าวมาแล้ว กรณีหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งออกมาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมแก้ปัญหาโควิด-19 ด้วยการเปิดบัญชีกองทุนสนับสนุนการดำเนินการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"