“หน้ากากจากหัวใจชุมชน” สู้โควิดผลิตจากผ้าศิลปาชีพ


เพิ่มเพื่อน    

    ในช่วงที่หลายชีวิตต้องประสบปัญหาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 สูญเสียงานและรายได้ส่งผลต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเหมือนเคราะห์ซ้ำจากภาวะภัยแล้ง ทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้ นายพรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT มีภารกิจในการสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชนินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมสนับสนุนงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมในท้องถิ่นต่างๆ จึงได้ลงพื้นที่ไปส่งเสริมการผลิตหน้ากากผ้าภายใต้ชื่อโครงการ “หน้ากากจากหัวใจชุมชน” แก่ชาวบ้านและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล 
    หน้ากากดังกล่าวใช้ผ้าฝ้ายจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาเป็นวัตถุดิบ และนำมาออกแบบตัดเย็บโดยฝีมือชาวบ้านในชุมชนหัตถกรรมที่มีครูช่างศิลปหัตถกรรมเป็นศูนย์กลาง โดยประเดิมที่แรกที่ชุมชนหัตถกรรมย้อมผ้าสีธรรมชาติหนองบัวแดง ซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของชาวบ้าน 11 หมู่บ้าน ใน 2 อำเภอของจังหวัดชัยภูมิ คือ อำเภอหนองบัวแดง และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ ซึ่งภายในชุมชนมีทั้งแรงงานหนุ่มสาวซึ่งเดินทางกลับภูมิลำเนาจากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน รวมทั้งผู้พิการ ซึ่งทุกกลุ่มสามารถเข้ามาร่วมโครงการได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการประกาศพระราชกำหนดฉุกเฉินทำให้ประชาชนต้องอยู่ในที่พักอาศัย เป็นโอกาสที่เอื้อให้ใช้เวลาว่างมาทำงานศิลปหัตถกรรมที่บ้านเพื่อเพิ่มพูนรายได้


    ครูอนัญญา เค้าโนนกอก ครูช่างศิลปหัตถกรรมปี 2554 ผู้นำชุมชนหัตถกรรมหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เล่าว่า ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ไม่มีน้ำมาเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ไม่มีงานไม่มีเงิน เมื่อ SACICT ส่งเสริมให้ทำหน้ากากทางเลือกหาตลาดให้ จึงเป็นโอกาสดีที่คนในหมู่บ้านได้มีงานทำ มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวในยามที่เกิดวิกฤติทั้งจากโควิดและภัยแล้ง สำหรับจุดเด่นของหน้ากากผ้าของชุมชน คือนำผ้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งสวยงามโดดเด่นด้วยสีสันอันเป็นเอกลักษณ์มาออกแบบตัดเย็บร่วมกับผ้าฝ้ายออร์แกนิกจากฝ้ายที่ปลูกแบบไร้สารเคมีของชุมชนเอง ผ่านกระบวนการเข็นฝ้ายด้วยมือและย้อมสีธรรมชาติจาก ประดู่ ครั่ง คำแสด คราม ขมิ้น และมะเกลือ เป็นหน้ากากแบบคละลายหลากสีสัน ผ่านการซักทำความสะอาดอย่างดีเพื่อตัดเย็บเป็นหน้ากาก 2 ชั้น มีช่องสำหรับใส่ Filter เพิ่มได้ เนื่องจากเป็นเส้นใยธรรมชาติ จึงสวมใส่สบายให้สัมผัสที่ดีและมั่นใจได้ว่าไม่ระคายเคืองผิวหนัง ที่สำคัญเป็นหน้ากากที่ทำด้วยหัวใจของชาวบ้านทุกคน
    ผอ. SACICT กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีชาวบ้านร่วมโครงการจำนวนกว่า 200 ราย ในกว่า 85 หลังคาเรือน ดำเนินการผลิตในลักษณะต่างคนต่างทำที่บ้านของตนเองโดยไม่มีการรวมกลุ่ม มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 30,000 ชิ้นต่อเดือน โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยครัวเรือนละ 8,000-12,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้หน้ากากผ้านำไปซักและนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ยังช่วยลดปริมาณขยะจากหน้ากากอนามัยใช้แล้วทิ้งอันจะเป็นการช่วยสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ทั้งนี้ SACICT ได้เร่งขยายโครงการไปยังชุมชนหัตถกรรมรวม 38 ชุมชนทั่วประเทศโดยตั้งเป้าหมายผลิตให้ได้ 500,000 ชิ้น 
    SACICT ขอเชิญชวนคนไทยและสังคมไทยสนับสนุนหน้ากากจากหัวใจชุมชนได้ที่ ชุมชนหัตถกรรมหนองบัวแดง 09-2325-4655 หรือสั่งซื้อได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านแอปพลิเคชัน SACICT Shop ทั้งระบบ IOS และ Android สอบถามเพิ่มเติมโทร. 1289” ผอ SACICT กล่าวทิ้งท้าย.


เห็นมั้ย...?ใครคิดร้าย-หมายชั่วกับบ้านเมืองไทย ลงท้าย จะค่อยๆ ฉิบหาย-วายวอดไปเอง อย่างที่กำลังเกิดกับแก๊งก้าวถลำ"คนดี-ผีคุ้ม" โบราณกล่าวไม่ผิดหรอก!

"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"
ไม่มีประยุทธ์ "พปชร.ขายอะไร?"
"การบินถึงการพรรคพปชร."
การบินไทย"ตายแล้วฟื้น"
เนี่ยนะ"สหภาพฯ การบินไทย"
"การเมืองถึงระดับโรงเรียน"