หนุนสร้างละครปลุกคนไทยรักสถาบัน


   

    ดารานักแสดงละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส"  ยกคณะบุกทำเนียบฯ พบ "นายกฯ บิ๊กตู่" ประทับใจเนื้อหา หนุนสร้างละครปลุกคนไทยรักสถาบัน 
    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำนักแสดง คณะผู้จัดละคร “บุพเพสันนิวาส” เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานรณรงค์ส่งเสริมภาพยนตร์และละคร ที่เกี่ยวกับการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และภาพยนตร์ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลแต่งชุดไทยมาส่งเสียงเชียร์นักแสดงกึกก้องตั้งแต่ลงจากรถ โดยก่อนเดินขึ้นตึก พล.อ.ประยุทธ์ยังแซวข้าราชการว่า “ไม่ทำงานทำการหรือไง”
    ทั้งนี้ นักแสดงพระนางทั้ง 3 คู่ที่มาพบนายกฯประกอบด้วย "ขุนศรีวิสารวาจา "โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, "แม่หญิงการะเกด" เบลล่า-ราณี แคมเปน, "คอนสแตนติน ฟอลคอน หรือออกหลวงสุระสงคราม "หลุยส์ สก๊อตต์ ", ท้าวทองกีบม้า หรือแม่มะลิ "ซูซี่-สุษิรา แองจิลีน่า แน่นหนา, "ขุนเรืองราชภักดี" ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย และ "แม่หญิงจันทร์วาด" ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล
    โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ทักทายนักแสดงและคณะผู้จัดละคร และยอมรับว่าไม่ได้ดูละครเรื่องนี้ แต่ได้ทราบข้อมูลจากการบอกเล่า จึงรู้สึกประทับใจ เพราะเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย เป็นการสานต่อสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทำไว้ และนี่คือไทยนิยม คนไทยชอบดูละคร ดังนั้นผู้จัดจึงต้องทำให้ดี เพื่อให้เกิดความประทับใจ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังบอกด้วยว่า ส่วนตัวชอบดูโทรทัศน์ที่มีสาระของต่างประเทศ ทั้งรายการอาหาร ศิลปะ จึงอยากให้บทละครไทยสร้างสรรค์เช่นนี้บ้าง โดยควรมีการนำเสนอสิ่งที่ดีของไทยออกมา เพราะประเทศไทยเรามีหัตถศิลป์หลายอย่างที่น่าสนใจ มีการผลิตผลงานที่เป็นนวัตกรรมของตัวเอง จึงอยากให้นำสิ่งเหล่านี้มาสร้างเป็นบทละครด้วย   
    นายกฯ ยังขอให้นักแสดงดูแลสุขภาพ มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ พร้อมแนะนำว่าควรมีอาชีพหลักนอกจากนักแสดงด้วย เพราะการเป็นนักแสดงนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เนื่องจากมีนักแสดงใหม่ๆ ก้าวขึ้นมาเรื่อยๆ ในโอกาสนี้ นายกฯ ยังขอให้ผู้จัดละครได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงการผลิตละครย้อนยุค เพราะนายวิษณุมีความสามารถทางด้านนี้ เหมือนกับที่ได้เขียนหนังสือเรื่องข้ามสมุทร จึงขอให้ผู้จัดลองไปอ่านดู แม้อาจต้องใช้เวลาอ่านเป็นปีก็ตาม เพราะหนังสือเล่มใหญ่ แต่เป็นหนังสือขายดี
    นายกฯ ยังแนะนำให้ผู้จัดละครได้สอดแทรกการวางตัวของผู้หญิงไทยในบทละครด้วย โดยต้องสอนสังคมผู้หญิงมีความรักนวลสงวนตัว รักษาประเพณีที่ดีงามของไทย และยังฝากให้ผู้ผลิตได้สร้างละครที่เกี่ยวกับงานของรัฐบาล โดยให้ประสานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาร่วมกัน
    ขณะเดียวกัน นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ต้องนำประวัติศาสตร์และสถาบันพระมหากษัตริย์มาสอดแทรกในหนังสือเรียนด้วย เพราะที่ผ่านมานักเรียนเน้นแค่การสอบผ่าน แต่ไม่รู้ถึงทิศทางของตัวเองว่าควรดำเนินชีวิตไปอย่างไร ฉะนั้นทั้งครูและนักเรียนจะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตไปด้วยกัน ต้องขยันอ่านหนังสือ พร้อมอ่านบทความและวรรณคดี เพราะเป็นการรังสรรค์ตัวหนังสือให้มีชีวิตจิตใจ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งเมื่อนายกฯ พูดคุยถึงบทกลอนต่างๆ นายกฯ ได้ให้โป๊ปโชว์บทการต่อว่านางเอกที่เป็นวลีเด็ดในละครจนคนติดหู ขณะที่โป๊ปได้หันมาทางนายกฯ ท่องว่า “ออเจ้านี่กำเริบไม่รู้จักกาลเทศะ” ซึ่งยังท่องไม่ทันจบบทโป๊ปรีบยกมือไหว้ขอโทษนายกฯ เรียกเสียงฮาให้คนในห้อง ด้านนายกฯ บอกให้พูดอีกครั้ง แต่หันไปพูดกับเบลล่า พร้อมกับพูดแหย่ว่า “ไม่ได้บอกให้มาว่าฉัน ให้พูดกับเขาโน่น”
    นอกจากนี้ นายกฯ ยังให้ปั้นจั่นหันไปพูดกับปราง โดยปั้นจั่นกล่าวว่า ข้าไปส่งออเจ้าได้หรือไม่ นายกฯ จึงหันไปถามว่า พูดอะไรนะ โดยปั้นจั่นบอกว่าส่วนใหญ่บทจะเข้ามา แล้วพาผู้หญิงกลับเรือน ซึ่งนายกฯ ถึงกับแซวว่า “บทนี้น่าเล่น ไอ้นี่มันเล่นบทผู้ร้ายนี่หว่า บทผู้ร้ายน่าเล่นกว่าบทพระเอกอีก เพราะผู้ร้ายได้ใกล้ชิดกับนางเอก” จากนั้นนายกฯ ให้ปรางตอบกลับปั้นจั่น ซึ่งปรางตอบว่า “ไม่ได้เจ้าค่ะ” นายกฯ จึงบอกว่า “ที่ไม่ได้เพราะต้องสอนให้รักนวลสงวนตัว”
    พร้อมกันนี้ นายกฯ ได้ถามว่า เห็นออเจ้าคนไหนบอกอยากเลือกตั้งเร็วขึ้น  โดยโป๊ปได้ชี้ไปที่ปั้นจั่น ปั้นจั่นจึงตอบทันทีว่า “ผมรอได้ครับท่าน เข้าใจว่าต้องเป็นไปตามโรดแมป” ขณะที่โป๊ปยุนายกฯ ให้สั่งโบยปั้นจั่น ซึ่งนายกฯ หยอกกลับว่า “ให้เอามันไปตัดหัว” ทันใดนั้นปั้นจั่นรีบยกมือไหว้บอก “ผมขอเซลฟีนายกฯ” ทำให้นายกฯ ถึงกับยิ้มพร้อมบอก "อย่างนั้นให้อภัย เอาไปโบยสิบทีพอไม่ต้องตัดหัว"
    จากนั้นนักแสดงและผู้จัดได้มอบของที่ระลึกจากละครบุพเพสันนิวาสให้กับนายกฯ พร้อมมอบพวงมาลัย รวมถึงมอบอาหารที่อยู่ในละคร ทั้งมะม่วงน้ำปลาหวาน หมูโสร่ง ขณะที่ รมว.วัฒนธรรมได้มอบชุดรดน้ำสงกรานต์และหนังสือจินดามณีให้แก่นายกฯ จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า หนังสือจินดามณีอยากให้สอนวิธีการอ่านด้วย แจกแล้วต้องมีคำแนะนำว่ายากง่ายอย่างไร บางทีประชาชนเข้าไม่ถึง
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการพบปะอย่างเป็นทางการ พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญผู้กำกับและดารานักแสดงจากละคร “บุพเพสันนิวาส” ขึ้นไปเยี่ยมชมห้องประชุม ครม.ที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนและช่างภาพตามขึ้นไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แนะนำถึงการบริหารจัดการและการประชุม ครม.ในทุกๆ สัปดาห์ และได้ขอให้ดารานำทั้ง 6 คนได้แนะนำตัวเอง รวมทั้งแนะนำบทที่ได้รับในบทละครผ่านไมโครโฟนของนายกรัฐมนตรี สร้างความครึกครื้นให้กับที่ประชุมเป็นอย่างมาก โดยนายกฯ ได้ให้เวลากับศิลปินดาราครั้งนี้นานถึง 1.15 ชั่วโมง
    ทั้งนี้ โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เปิดเผยเพียงสั้นๆ หลังพบกับนายกฯ ว่า นายกฯ ได้ขอให้ตั้งใจทำงาน และฝากทางผู้จัดละครให้ทำละครออกมาดีๆ ส่งเสริมค่านิยมของไทยด้วย ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรดารัฐมนตรีต่างตื่นเต้นที่ได้เจอกับดารานักแสดงจากละครดังเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะแฟนคลับตัวยงอย่างนายวิษณุ กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า วันนี้จะต้องถ่ายรูปกับบรรดาตัวละครให้ได้ ไม่เช่นนั้นถ้ากลับบ้านไปจะเจอแม่บ้านต่อว่าเอาได้ เช่นเดียวกับ นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ,  พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรัฐมนตรีอีกหลายคน ก็ได้ขอเขาถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึกอย่างสนุกสนาน
    ในช่วงท้ายก่อนคณะดารานักแสดงเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่เดินกลับลงมาจากตึกบัญชาการ 1 บรรดาแฟนคลับซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่และข้าราชการประจำทำเนียบรัฐบาล ต่างส่งเสียงกรี๊ดและพยายามเข้าไปใกล้ชิดเพื่อขอถ่ายรูป โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลพยายามกันไม่ให้เข้าประชิดตัว เนื่องจากมีแฟนคลับจำนวนมาก ในส่วนของบรรดานักแสดงนำก็ได้โบกมือทักทายและส่งยิ้มให้กับบรรดาแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกัน ในอินสตาแกรม "buppesannivas 2018" ได้โพสต์คลิปช่วงหนึ่งในระหว่างที่นายกฯ นำดารานักแสดงละครบุพเพสันนิวาส เข้าเยี่ยมชมห้องประชุม ครม. และนายกฯ ให้แต่ละคนแนะนำตัวพร้อมให้พูดท่อนหนึ่งในบทละคร โดยเมื่อถึงคิวโป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ซึ่งเล่นบทเป็นขุนสุนทรเทวาได้แนะนำตัวพร้อมพูดว่า "อย่าทำงานขี้คร้านตัวเป็นขน ตั้งใจทำงานกันนะออเจ้า" ทำคนที่อยู่ในห้องต่างพากันหัวเราะ ขณะที่ปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย ที่เล่นเป็นขุนเรืองถึงกลับเอ่ยแซวโป๊ปว่า "พี่โป๊ป ทำไมพูดกับ ครม.อย่างนี้" ขณะที่นายกฯ ยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร
    ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีคณะนักแสดงละครบุพเพสันนิวาสเข้าพบนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่า เป็นสีสันอย่างยิ่ง เพราะถือว่ามีแฟนละครอยู่ทั่วราชอาณาจักร รวมถึงคณะรัฐมนตรีด้วย ซึ่งหากนักแสดงไม่ได้มีการตั้งใจมาเพื่อโปรโมตให้กับโครงการของรัฐบาล คงจะต้องจ่ายค่าตัวเกือบหลักล้าน 
    ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ ได้กล่าวในที่ประชุมว่าอยากให้มีการต่อยอดในเรื่องนี้อย่างไร นายดอนกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นละครที่ดี ทำให้เกิดความรักสามัคคี รักชาติ และทำให้เกิดความสร้างสรรค์ในสังคม เป็นสิ่งที่ควรส่งเสริม ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มต้นที่ดี 
    เมื่อถามว่า โอกาสหน้าจะให้คณะรัฐมนตรีไปเป็นนักแสดงรับเชิญหรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ต้องให้นายกฯเป็นคนประพันธ์เอง ท่านประพันธ์เก่ง มีไอเดียเยอะ อย่างที่เรารับทราบในเรื่องการแต่งเพลง แต่ถ้าเป็นเรื่องของบทละคร ตนคิดว่ามีหลายท่านที่มีประสบการณ์ในการถ่ายทอดให้เป็นบทละครอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งในประเด็นดังกล่าวคงเป็นเครื่องกระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่ๆ ในหลายๆ เรื่อง ซึ่งตนได้ยินเพื่อน ครม.พูดถึงประสบการณ์การทำงานกว่า 30-40 ปี ซึ่งมีเนื้อหาที่สร้างสรรค์ แต่จะนำไปเขียนหรือไม่ก็แล้วแต่ 
    ถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะมีส่วนช่วยในการโปรโมตอย่างไร นายดอนกล่าวว่า สมัยก่อนยังไม่มีกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กต.ก็เป็นผู้โปรโมตวัฒนธรรมในต่างประเทศ เมื่อมี วธ.ที่มีรัฐมนตรีที่มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ เราก็จะสามารถทำอะไรได้อีกเยอะ ซึ่งความร่ำรวยวัฒนธรรมของไทยเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งทราบมาว่าหลายประเทศก็ตาร้อนใส่เราในเรื่องวัฒนธรรม เพราะเขาไม่มี และในขณะนี้เราเดินเครื่องร้อน เนื่องจากวัฒนธรรมเป็นอำนาจละมุน เราไม่มีเเสนยานุภาพ อำนาจ อาวุธยุทโธปกรณ์ไปสู้กับใคร แต่เรามีวัฒนธรรม อาหาร ผลไม้ การละเล่น รวมไปถึงของใหม่คือการเเพทย์ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจพอเพียง ที่หลายประเทศขอให้ช่วยส่งเสริม สอดรับกับการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN) จึงกลายเป็นอีกอำนาจหนึ่งที่ได้รับการยอมรับ ทำให้ประเทศไทยแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อน ที่ไม่ได้มองในจุดนี้ ฉะนั้นประเทศไทยจะไม่ใช่ประเทศที่จะขอความช่วยเหลืออีกแล้ว แต่เราจะเป็นประเทศที่จะให้ และเรากำลังจะได้รับความร่วมมือไตรภาคีกับอังกฤษและญี่ปุ่น เพื่อช่วยเหลือเพื่อนบ้านของเรา. 


"อนาคตใหม่"...........สมราคาตัวแทน "วัยรุ่นเลือดร้อน" ดีจริงๆ!เปิดเวทีปุ๊บ (๒๔ มี.ค.๖๒)ด้วยจำนวน ๓๐ ส.ส.เขตในมือ ถ้ารวมปาร์ตี้ลิสต์ด้วย ไม่หนี ๘๐

สัญญาณ 'เปลี่ยนยุค' ประเทศ
ขอให้โชคดี 'ประเทศไทย'
สุดท้าย.."ใครจะเป็นนายกฯ"
มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'