'ปธ.ยุทธศาสตร์เพื่อไทย'อ้างขอเปิดสภาฯห่วงเงินกู้1.9ล้านล้าน


เพิ่มเพื่อน    

26 เม.ย.63-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และคณะทำงาน มอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ที่หมู่บ้านปิ่นเจริญ 4 เขตดอนเมือง กทม. โดยมีการสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ การดำรงชีพ ปัญหาตกงาน และเรื่องเงินเยียวยาสถานการณ์โควิด -​ 19 พร้อมไลฟ์สดทางเพจ Facebook ส่วนตัว ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ได้พาบุตรชายกับบุตรสาว มาแนะนำการทำเพจและขายสินค้าทางออนไลน์แก่ชาวชุมชนด้วย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ผู้มีอำนาจควรคิดถึงการเปิดเมืองอย่างปลอดภัยมากกว่าต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แม้ว่าโควิด -​19 จะยังอยู่กับสังคมไทยและสังคมโลก แต่บริบทความมั่นคงของชาติเปลี่ยนไป ที่ปัจจุบันต้องต่อสู้กับเชื้อโรค ผู้ทำหน้าที่สู้รบคือบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช่การทหารที่ต้องรบราฆ่าฟันกับศัตรู การจะต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ต้องฟังแพทย์ไม่ใช่หน่วยงานความมั่นคง และมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมโรคกับการให้ธุรกิจดำเนินการได้ 

ขอเสนอ 5 ข้อสำหรับการเปิดเมือง คือ 1.“Reopening แบบมีข้อบังคับด้านสาธารณสุข” อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยและไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นกลุ่มแรก เมื่อเปิดเมืองต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อในที่สาธารณะและขนส่งสาธารณะสม่ำเสมอ 2. สนับสนุนทุกจังหวัดที่จะเปิดเมืองให้มีความสามารถในการตรวจหาเชื้อและนำตัวผู้ติดเชื้อมาเข้าระบบแยกตัวรวมทั้ง X-Ray พื้นที่สม่ำเสมอ ไม่ให้มีการกลับมาระบาดใหม่        3.ยังต้องเข้มงวดในการป้องกันผู้ติดเชื้อใหม่ไม่ให้เดินทางเข้าประเทศด้วยมาตรการ State Quarantine 14 วัน อย่างต่อเนื่อง 4. สนับสนุนงบประมาณให้โรงพยาบาลมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเพียงพอ  เพื่อเตรียมพร้อมรับมือ หากมีการระบาดในรอบใหม่ 5. สำหรับประชาชนต้องปรับตัวให้เข้ากับ New Normal โดยให้ความร่วมมือในการสวมหน้ากาก, Social Distancing และรักษาสุขภาพอนามัย ขณะที่รัฐบาลต้องสนับสนุนให้ Work From Home หรือการเรียน On-Line อีกสักระยะ

"ข้อเรียกร้องของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการให้เปิดประชุมสภาฯสมัยวิสามัญ ซึ่งห้องประชุมใหญ่สร้างเสร็จแล้ว สามารถใช้มาตรการ Social distancing ได้ เพื่อจะได้นำปัญหาการเยียวยาและความเดือนร้อนของประชาชนเข้าพิจารณาร่วมกันทุกฝ่าย พรรคเพื่อไทย กังวลใจกับเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ที่ควรนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับการตัดงบประมาณปี 63-64 ที่ไม่จำเป็นออกมาใช้ จะได้ลดจำนวนเงินที่จะกู้ได้ เพราะจัดงบฯในช่วงที่ไม่มีวิกฤต แต่เมื่อมีวิกฤติที่เปรียบเหมือนไฟไหม้บ้าน หัวหน้าครอบครัวมีเงินจำนวนหนึ่งสามารถที่จะซื้อรถใหม่ แต่ไฟไหม้บ้านพอดีจึงต้องจัดลำดับความสำคัญการใช้เงิน"