สสส.ร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย เครือข่ายคนไทยไร้พุง เปิดตัว Line official สูงวัยสู้ COVID-19 พร้อมโครงการ #ไทยฟิตติดบ้าน ต้านโควิด


เพิ่มเพื่อน    

สสส.-สมาคมโรคเบาหวาน-เครือข่ายคนไทยไร้พุงเปิดช่องทางออนไลน์ ชวนคนไทยเพิ่มภูมิคุ้มกันสู้โควิด-19 ส่งคณะ "แพทย์-ผู้เชี่ยวชาญ" สื่อสารใกล้ชิดผ่านไลน์ @raipoong ถาม-ตอบ สุขภาพผู้สูงอายุ พร้อมชาลเลนจ์ #ไทยฟิตติดบ้าน ต้านโควิด แนะวิธีกินดี-มีกิจกรรมทางกาย-คลายเครียด-นอนเพียงพอ ผ่านคลิปบนเฟซบุ๊ก

 

             

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 ราย ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตเป็นผู้สูงอายุ และบางรายมีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มเสี่ยงเนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ การสร้างภูมิคุ้มกันให้มีสุขภาพแข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงที่กักตัวอยู่บ้าน สสส.จึงส่งเสริมให้คนไทยมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ มีโภชนาการเหมาะสม ทำจิตใจให้แจ่มใส มีวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส.ร่วมกับสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และเครือข่ายคนไทยไร้พุง เปิดตัว Line official สูงวัย สู้ COVID-19 ที่มีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เรื่องสุขภาพแก่กลุ่มผู้สูงอายุผ่านไลน์ @raipoong พร้อมทั้งสนับสนุนโครงการไทยฟิตติดบ้าน ต้านโควิด สร้างกระแสสังคมให้ทุกคนที่อยู่บ้านมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอ เพราะการจะผ่านวิกฤติในครั้งนี้ไปได้ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายและประชาชนชาวไทยทุกคน

               

.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการเครือข่ายคนไทยไร้พุง สสส. กล่าวว่า จากผลวิจัยอัตราการติดเชื้อและความรุนแรงของโรคโควิด-19 องค์การอนามัยโลก ประเทศจีน และอิตาลี พบว่า ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่สุด ผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไปมีอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 8.0-9.6 และอายุ 80 ปีขึ้นไปมีอัตราการเสียชีวิต ร้อยละ 14.8-19.0 ดังนั้นจึงต้องดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ Line official สูงวัย สู้ COVID-19 เป็นช่องทางการสื่อสารกับผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ เรื่องสุขภาพ อาหาร การมีกิจกรรมทางกาย เทคนิคการการสร้างภูมิคุ้มกัน และเสริมความแข็งแรงของร่างกาย โดยเปิดให้คำปรึกษาในรูปแบบถาม-ตอบโดยตรงกับแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา และนักกำหนดอาการ ผ่านทางไลน์ @raipoong พร้อมทั้งสื่อสารในรูปแบบอินโฟกราฟฟิก บทความ รูปภาพ เสียง คลิปวิดีโอ ตั้งแต่วันนี้-31 พฤษภาคม 2563

               

นพ.เพชร รอดอารีย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ สสส. และเลขาธิการสมาคมเบาหวานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการไทยฟิตติดบ้าน ต้านโควิด มีแนวทางให้ร่วมกิจกรรม 5 ประเด็น 1.Healthier Food การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น เมนูผักนำ ดื่มน้ำเปล่า 2.More fit เพิ่มกิจกรรมทางกาย เช่น ทำความสะอาดบ้าน หรือออกกำลังกายกับอุปกรณ์ที่หาได้ในบ้าน 3.Better sleep นอนเพียงพออย่างน้อย 7 ชั่วโมง 4.Less stress กิจกรรมผ่อนคลายความเครียด เช่น เล่นกับลูกหลาน นั่งสมาธิ และ 5.Better environment ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา เพื่อรณรงค์ให้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพถูกหลักโภชนาการ มีกิจกรรมทางกายในบ้าน 14 วัน รวมถึงสุขอนามัยในบ้าน โดยเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 เมษายน ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก เครือข่ายคนไทยไร้พุง มีบุคคลที่มีชื่อเสียง อาทิ ซินดี้ สิรินยา, เมทินี กิ่งโพยม นางแบบ, ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ดารานักแสดง, ดีเอโก หลุยซานโต นักฟุตบอลมาเลเซีย, กฤษดา วงษ์แก้ว กัปตันฟุตซอลทีมชาติไทย และประชาชนร่วมสนุกโดยติด #ไทยฟิตติดบ้าน รวมกว่า 200 คน ทั้งนี้ ผู้โชคดีจะได้รับรางวัลเพื่อสุขภาพ อาทิ ยางยืด ถุงผ้า กระเป๋าออกกำลังกาย ตลอดเดือนเมษายน 2563

               

ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดได้จากเฟซบุ๊ก เครือข่ายคนไทยไร้พุง และติดตามข้อมูลสุขภาพเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ facebook.com/thaimoph/ ทวิตเตอร์ และแอปพลิเคชัน Tik Tok “ไทยรู้สู้โควิด” และติดตามตัวอย่างคลิปไทยฟิตติดบ้าน http://www.facebook.com/raipoongfanpage/videos/1742071919144426/

 

หมอประกิตชวนนักสูบนักดื่มหักดิบเพื่อระบบสาธารณสุข

 

 

หมอประกิตห่วงโควิด-19 ระบาดหนักในกลุ่มเสี่ยงสูบบุหรี่-ดื่มเหล้า อันตรายติดเชื้ออาจทรุดหนัก-ตายได้ หวั่นการระบาดรุนแรง ห้องไอซียู เครื่องช่วยหายใจ มีไม่เพียงพอกับคนป่วย เชียร์เลิกดื่ม-สูบทันที ช่วยระบบสาธารณสุขได้
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 หรือโควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังมีคนบางกลุ่มพยายามส่งต่อข้อมูลว่า การติดโควิด-19 ไม่มีอะไรน่ากลัว หายแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การระบาดนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ซึ่งในความเป็นจริง ผู้ป่วยที่ติดโควิด-19 ส่วนใหญ่อาการจะไม่หนัก เช่น ข้อมูลจากจีน ซึ่งเป็นประเทศแรกที่พบการระบาดนั้น พบว่าผู้ป่วยประมาณ 15% ต้องอยู่โรงพยาบาล และประมาณ 5% ต้องรักษาตัวอยู่ไอซียู แต่ปัญหาใหญ่ของโควิด-19 ไม่ได้อยู่ที่กลุ่มผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก หรือแสดงอาการไม่มาก แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ หากเกิดการระบาดมากจะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงต่อการมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นตามไปด้วย

 

ศ.นพ.ประกิตกล่าวต่อว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เชื้อไวรัสชนิดนี้รุนแรงมากขึ้นคือ การสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีรายงานจากวารสารการแพทย์จีน ระบุว่า ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการทรุดหนัก รวมถึงเสียชีวิต เป็นผู้สูบบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 14 เท่า การสูบบุหรี่จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้นการลดปัจจัยเสี่ยงโดยการไม่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ ซึ่งที่ไทยมีการพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจากการเที่ยวผับ บาร์ จากพฤติกรรมการสูบบุหรี่มวนเดียวกันและดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สร้างความตื่นตัวให้กับสังคมไทยอย่างมาก มีความพยายามรณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่พยายามเลิกบุหรี่ให้ได้
 

“ระบบการให้บริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยยังไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากๆ ในเวลาเดียวกันได้ เนื่องจากเตียงในห้องไอซียูมีไม่พอ เครื่องช่วยหายใจไม่พอ เหล่านี้อาจส่งผลต่อคนไข้อาการหนักอื่นๆ ที่ต้องเข้าอยู่ในห้องไอซียู เช่น หัวใจวายเฉียบพลัน ที่ต้องการการรักษาในห้องไอซียู ก็จะไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการเหล่านี้ และจะเสียชีวิตในชีวิตสุด หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่จะให้การรักษาผู้ป่วยหนักก็จะมีไม่เพียงพอ” ศ.นพ.ประกิตกล่าว
 

ศ.นพ.ประกิตกล่าวอีกว่า ประเทศอิตาลี หมอต้อง “ถูกบังคับ” ให้ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะต้องทำ คือต้องเลือกว่าจะใช้เครื่องช่วยหายใจกับคนไข้คนไหนที่จะมีโอกาสรอดมากกว่า คนที่เหลือก็ต้องปล่อยให้หอบ รักษาโดยไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเสียชีวิต ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้จึงเป็นปัญหาที่คนไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจและเห็นแก่ส่วนรวม คนที่ยังไม่เป็นก็ระวังตัวอย่าให้ติดเชื้อ ต้องป้องกันตัวเองตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ คนที่ป่วยก็ต้องไม่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก ทุกคนต้องช่วยกันไม่ให้มีคนป่วยเพิ่มขึ้นให้ได้.


มีข่าวสารจากเยอรมัน สำนักข่าวต่างประเทศยักษ์ใหญ่หลายเจ้ารายงานตรงกัน  รัฐบาลเยอรมันชี้แจงต่อกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรเยอรมันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา .......ยืนยันไม่พบการกระทำใดๆ ในลักษณะที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ 

'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก