สุดๆ'คุณไม่ปลื้ม'ยุเปิดโรงเรียน!เอาไว้เด็กติดโควิดค่อยปิดไม่งั้นไม่เเฟร์ ขนาดช่วงสงครามยังต้องเรียนหนังสือ


เพิ่มเพื่อน    

28 เม.ย.63-หม่อมหลวงณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ "คุณปลื้ม" พิธีกร และผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กทวิตเตอร์ nattakorn devakula ว่าถ้ายังมีคนบอกว่า E-Learning ทางไกลเเบบ Remote/Distant ดีสำหรับเด็กเเละจำเป็นผมขอเชิญไปปรับทัศนคติ เด็กวัยเจริญพันธุ์ไม่ควรจะต้องมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การที่อยู่ในวัยเรียนรู้เขาควรได้รับโอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมโลกกับครูบาอาจารย์ ในสภาวะที่ไม่มีโรคระบาดที่เป็นภัยคุกคามต่อเด็ก 

โรงเรียนจะต้องทำหน้าที่สอนเด็ก ไม่ใช่พ่อเเม่ต้องหยุดงานนั่งประกบลูกหลานอยู่ที่บ้าน วิงวอนอีกครั้ง (เพราะยังมีคนคิดอย่างนี้อยู่ในกระทรวงเเละรัฐบาล) ที่ยังคิดพยายามยัดเยียดการบังคับเรียนที่บ้านให้กับเด็กไทยทั้งประเทศว่าอย่าเเม้เเต่คิด โรคระบาดคุมอยู่เเละไม่ได้ระบาดในเด็กเลย รัฐต้องช่วยพยายามลดความกลัวของผู้ปกครองที่ยังได้ข้อมูลไม่ทั่วถึงว่าการพาลูกไปโรงเรียนนั้นเวลานี้ปลอดภัยเเล้ว

ส่วนการเปิดเทอมเปิดได้ตรงเวลา เรียนที่โรงเรียนตั้งเเต่ 1 ก.ค.ได้อย่างเเน่นอน เเละเอาที่จริงเเล้วเปิด 1 มิถุนายนก็ได้ถ้าใช้มันสมองคิดไม่ใช่ปอด เด็กต้องได้พบเพื่อน ทำกิจกรรม เรียนกับครูตัวต่อตัวเเละในกลุ่มไม่ใช่ผ่านอินเตอร์เน็ตเเละเด็กจำเป็นต้องได้วิ่งเล่นเเละออกกำลังกาย

ส่วนถ้ามีจนท.รัฐหรือผู้บริหารในรัฐบาลยังไม่ตื่นเเละทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ไม่สำเร็จผมเเนะนำว่าควรไปปรับทัศนคติ บางทีฟังตัวเลขที่ศบค.เเถลงบ้างก็ดีเเล้วหันไปมองตัวเลขในยุโรปจะได้เข้าใจอาการของโรคนี้ในประเทศไทยของเรา

นี่ไม่ใช่วิกฤติฉุกเฉินเลยอีกต่อไป มีโรคระบาดอีกเยอะเเละปัจจัยเสี่ยงในการใช้ชีวิตประจำวันอีกเยอะสำหรับลูกหลานของเรา COVID19 นั้นไม่ใช่เลย พอได้เเล้ว เเละรบกวนศธ./ผู้ว่าฯสั่งเปิดร.ร.เรียนพิเศษต่างต่างที่ขึ้นกับกระทรวงตั้งเเต่ 1 พ.ค.หรือ 1 มิ.ย.ได้เเล้วเกินไปกว่านั้นถือว่าช้าไป

เเละลิดรอนสิทธิในการประกอบอาชีพของเขา เด็กจำนวนมากต้องเตรียมตัวก่อนเปิดเทอม เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้บางไหม? มัวเเต่เอาใจคนกลุ่มที่กลัวอยู่กลุ่มเดียว! ถึงเวลาคืนชีวิตให้กับลูกหลานของเรา! ไม่ใช่บังคับให้อยู่เเต่ในบ้าน (ทั้งทั้งที่ไปเอาสิทธิมาจากไหนไม่ทราบ) จนคนเขาเริ่มที่จะเฉื่อยชา

สมองมีไว้เรียนรู้ ร่างกายมีไว้ออกกำลัง ผู้ใหญ่ต้องออกมาทำมาหากิน เด็กต้องไปเรียน นายกฯ รับฟังนิดนึงเเละอย่าดื้อ ชีวิตมนุษย์นั้นสำคัญ ส่วนคนไหนยังกังวลเเละอยากอยู่ในบ้านต่อไปนั้นเป็นสิทธิไม่มีใครไปว่าหรอก เเต่อย่าบังคับผู้อื่นให้ต้องทำเเบบคุณ

เขาไม่ยึดความจริง ตัวเลขผู้ป่วยที่ลดลง หลักการด้านระบาดวิทยาหรือวิทยาศาสตร์เลยด้วยซ้ำ ศธ.เเละศบค.ใช้นโยบาย 'ปอด' เเละ 'กลัวนายด่า' นำหน้า เเทนที่จะใช้สมองลงในรายละเอียด น่าจับมานั่งเรียนหรือสอน E-Learning เองสัก 5 ชั่วโมงติดต่อกันสัก 5 วันจะได้เข็ด

ผมพูดตั้งเเต่เเรกเเละย้ำอีกครั้ง: เปิดได้หมดทุกโรงเรียน ทุกระดับ ทั้งไทยเเละอินเตอร์ ทั้งเรียนพิเศษเเละเรียนปกติ ทั้งประถมเเละมหาวิทยาลัยเพราะโรคนี้ไม่ระบาดในเด็กเเละไม่อันตรายต่อเด็กหรือผู้มีร่างกายเเข็งเเรง รวมทั้งที่ว่าไม่ได้ระบาดในประเทศไทยเเล้ว ตื่นเถอะครับทั้งกทม.ศบค.

เเละกระทรวงศึกษาธิการ นายกฯด้วย โรงเรียนเปิดได้ ถ้าไม่เอาพ.ค.ก็มิถุนายนหรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินกรกฎาคม ไม่เอา E-Learning ด้วยในเด็กวัยเจริญพันธุ์ เรียนจริงกับครูจริงที่โรงเรียนทั้งประเทศ อย่าพรากการศึกษาไปจากเด็กไทยของเรา

อย่าไปยอมรัฐ มันเกินไปรอบนี้ เราไม่ต้องการเงิน เราต้องการให้ลูกได้ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนเเบบที่เป็นสิทธิของเขา โรคไม่ได้ระบาดเเล้ว ทุกคนออกมาทำงานได้ เด็กๆก็มีสิทธิออกจากบ้านไปเรียนหนังสือ โรคนี้ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเด็กเลย ยังไงต้องไม่ยอมมันรอบนี้

เปิดได้เเล้ว เปิดได้เลย มีโรคระบาดที่ระบาดจริงจริงในเด็กค่อยปิดโรงเรียน ไม่งั้นไม่เเฟร์ต่อเด็กครับ คนเราต้องเรียนหนังสือ นี่ไม่ใช่สภาวะยกเว้น ขนาดช่วงสงครามยังต้องเรียนหนังสือเลย.


 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.