'ล้ง 1919'ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์


เพิ่มเพื่อน    


ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับ “เทศกาลสงกรานต์” หรือ ประเพณี “ปีใหม่ของคนไทย” ที่เวียนมาบรรจบในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ในปีนี้ โครงการ “ล้ง 1919” ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทย และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสืบสานประเพณีในแบบฉบับไทย จัดสงกรานต์ครั้งแรกของล้งขึ้น ภายใต้งาน “SONGKRAN @ LHONG 1919” (สงกรานต์ แอท ล้ง 1919) พร้อมชวนศิลปินรุ่นใหม่ อย่าง แทน โฆษิตพิพัฒน์ ร่วมออกแบบเจดีย์ทรายที่มากล้ำด้วยความหมาย โดยจะเริ่มกิจกรรมพร้อมเปิดให้คนทั่วไปได้มาร่วมชม และสืบสานประเพณี ตั้งแต่วันที่ 11–15 เมษายน 2561 ณ โครงการล้ง 1919

(รุจิราภรณ์ หวั่งหลี)


คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหารโครงการล้ง 1919 กล่าวว่า “ชิโน พอร์ท ในฐานะผู้พัฒนาโครงการล้ง 1919 ถือเป็นเกียรติมากที่ได้เข้าร่วมในโครงการ Water Festival  2018 เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย โดยเราได้รับเลือกให้เป็นท่าไฮไลต์น้องใหม่ของงาน ดังนั้น เมื่อเป็นเทศกาลสงกรานต์ครั้งแรกของล้ง 1919 จึงต้องเตรียมความพิเศษไว้ให้ประชาชนคนไทยที่สนใจในการร่วมสืบสานประเพณีอันงดงามครั้งนี้ขึ้น โดยทุกคนสามารถมาร่วมงานสงกรานต์ @ ล้ง 1919 โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ที่เราตั้งใจร่วมทำเพื่อเป็นมงคลในประเพณีปีใหม่ไทยขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การลอดอุโมงค์มะลิ ที่มีละอองน้ำมนต์จากพิธีเทวาภิเษกของสมเด็จพระวันรัต, กิจกรรมสรงน้ำพระสมปรารถนา จากวัดพิชยญาติการามวรวิหาร หรือวัดพิชัยญาติ ที่ชาวคลองสานเคารพสักการะ, ทานข้าวแช่สูตรโบราณที่หาทานได้ยาก และร่วมชมเจดีย์ทราย ที่มากล้ำด้วยแนวความคิด ออกแบบโดย แทน โฆษิตพิพัฒน์ โดยทั้งหมดนี้ ล้ง 1919 ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงาม ให้อยู่คู่กับผืนแผ่นดินไทย แม้เราจะเป็นพื้นที่ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ในรูปแบบจีน แต่ก็อยากจรุงวัฒนธรรมของแผ่นดินไทยไว้ร่วมกันอย่างงดงาม ไม่ใช่เพียงเทศกาลนี้ แต่ยังร่วมสืบสานความเป็นพี่น้องไทย–จีน เรื่อยไปตราบนาน” 

(แทน โฆษิตพิพัฒน์)


ด้านศิลปินรุ่นใหม่มากความสามารถอย่าง “แทน โฆษิตพิพัฒน์” ลูกชายของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ที่มาร่วมออกแบบเจดีย์ทรายในรูปแบบที่สะท้อนแนวความคิด เล่าว่า “เป็นโจทย์ที่ท้าทายมากในการทำงานครั้งนี้ แต่จากแนวคิดในเรื่องประเพณีเจดีย์ทรายที่มีที่มาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยตรง โดยคนไทยผูกโยงประเพณีนี้ เข้ากับคติความเชื่อเรื่องเวรกรรมในพระพุทธศาสนา มีการก่อพระเจดีย์ทรายถวายวัด เพื่อนำเศษดินทรายที่ติดเท้าออกจากวัดมาคืนวัดในรูปพระเจดีย์ทราย และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์ จากจุดนี้เองจึงเป็นที่มาของการออกแบบเจดีย์ความสูงกว่า 4 เมตร ฐานกว้าง 3 เมตร และสามารถชมได้แบบ 360 องศา โดยดึงเอาแนวความคิดเรื่องของเม็ดทรายแต่ละเม็ดที่มาประกอบกัน เปรียบเสมือนกับคนไทย ที่แม้จะมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่เราในฐานะคนไทยที่อยู่บนผืนแผ่นดินเดียวกัน ก็สามารถรวมกันเป็นปึกแผ่นอยู่ภายใต้วัฒนธรรมเดียวกัน นอกจากนั้นยอดของเจดีย์ยังแตกต่างกันตามยุคสมัยของแผ่นดินทองของไทยในแต่ละยุค อาทิ ช่วงยุคสุโขทัย (พุทธศตวรรษที่ 18), ช่วงยุคอยุธยา (พุทธศตวรรษที่ 19-23) และช่วงยุคธนบุรี (ช่วงพุทธศตวรรษที่ 23) มาออกแบบ โดยทรงของเจดีย์ในแต่ละยุคมีความประณีตงดงามที่แตกต่างกันออกไป จึงอยากนำความงดงามเหล่านั้น กลับมาเล่าอีกครั้งหนึ่ง” 
นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เหล่าเยาวชนในเขตคลองสาน มาร่วมแต่งแต้มสีสันบนผืนผ้าใบแคนวาสในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย ซึ่งจะตั้งโชว์ภายในบริเวณล้ง 1919 ตลอดช่วงเทศกาล พร้อมร่วมฟังดนตรีในบรรยากาศยามเย็น จาก Symphony Swing ที่จะร่วมบรรเลงทุกวัน.


วันนี้........เป็นวันมหาประชายินดี "เพื่อมวลมนุษยชาติ" ของชาติไทย ในยุค ไวรัส "มหาวิบัติภัย" ล้างมนุษยชาติ ที่ทั้งโลกต้องคุกเข่า สยบยอม แต่ด้วยวิทยาการและการวิจัย "วงการแพทย์ไทย" ได้จุดประกายหวังที่ "สิ้นหวัง" ของมวลมนุษยชาติให้คุโชนในความหวังอีกครั้ง

'ธนาธรกับการจารกรรม'
ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'