ฝัน'แม้ว'กลับไทย!เหนาะปลุกพท./มาร์คย้อนตู่ให้เกียรติประชาชน


เพิ่มเพื่อน    

   "มาร์ค" แจงไม่ได้พาดพิง "บิ๊กตู่" ให้เสียหาย ลั่นยึดมั่นแนวทางพรรคให้เกียรติ ปชช.สำคัญที่สุด "เดอะแจ็ค" ยันพูดถูกต้องแล้ว แต่ไม่ถูกใจประยุทธ์ เตือนอาจถูกบางคนหลอกแอบอ้างว่า ปชป.หนุนเป็นนายกฯ "เพื่อแม้ว" คึกตบเท้ายืนยันสมาชิกพรรค แกนนำให้หนักแน่นนำประเทศสู่ ปชต. "ป๋าเหนาะ" เพ้อ!ฝันเห็น "ทักษิณ" กลับมา ขณะที่ "เจ๊หน่อย" ทำงงสมาชิกพรรคไม่ขึ้นระบบทะเบียน ปากแข็งไม่อยากเป็นหัวหน้า ด้าน "วิษณุ" รอ กกต.ชงประเด็นแก้คำสั่ง 53/60 นายกฯ ยันไม่ปลดล็อกแค่ให้ทำธุรการได้
    เมื่อวันพุธ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านไลน์ออฟฟิเชียล กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่พอใจตนที่พูดว่าหากใครสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ คนนอกให้ไปที่อื่นว่า พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ได้ดูหรือฟังคำสัมภาษณ์ของผมเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เพราะไม่มีตรงไหนที่ไปพาดพิงถึงใครในทางเสียหายหรือไม่ให้เกียรติใคร การให้ความเห็นว่าผู้ใดจะตัดสินใจสังกัดพรรคใด ก็ควรที่จะยึดมั่นแนวทางที่พรรคนั้นประกาศต่อประชาชน เป็นไปตามหลักการสากล และเป็นการให้เกียรติประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดครับ"
    ด้านนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. กล่าวกรณีนายอภิสิทธิ์พูดว่าหากใครสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกก็ไม่ต้องมาที่พรรค ให้ไปที่อื่น ไม่ผิดหลักการตรงไหน เพียงแต่ไม่ถูกใจ พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น อีกทั้งนายกฯ ต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่มีหัวหน้าพรรคกล้าพูดตรงไปตรงมา ไม่หลงอำนาจ วกวน พูดอย่างทำอย่าง ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์พูดเพื่อต้องการบอกกับสมาชิกพรรค ปชป.ทุกคนว่าถ้าใครสนับสนุนนายกฯ คนนอกก็ไม่ต้องมาที่ ปชป. ให้ไปที่พรรคอื่น ซึ่งถูกต้องแล้ว เป็นการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนธรรมดา ปราศจากข้อสงสัยใด
    "ถ้าใครมายืนยันสมาชิกพรรคแล้วไปเชียร์นายกฯคนนอก หรือรอเป็นงูเห่าโหวตในสภาให้นายกฯ คนนอก ก็อยู่ร่วมอุดมการณ์พรรคไม่ได้ สมาชิกพรรคต้องหนุนหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ เท่านั้น เป็นหลักการพรรคการเมืองทั่วไป จึงไม่เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมีอารมณ์ของขึ้นไปทำไม หรือไปแตะต่อมอำนาจของท่านเข้า" 
    นายวัชระกล่าวด้วยว่า ไม่ต้องบอกให้ดูหลังเลือกตั้งว่าเขาจะเปลี่ยนท่าทีอะไร เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ประกาศชัดว่าไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก จุดยืนของพรรคไม่มีวันเปลี่ยน พล.อ.ประยุทธ์อาจถูกใครบางคนหลอกลวง แอบอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนท่านให้เป็นนายกฯ แต่ความจริงแล้วขัดต่ออุดมการณ์พรรคอย่างสิ้นเชิง จึงเป็นแค่ลมลวงของนักการเมืองบางคนเท่านั้น อยากให้คอยดูว่าหลังหมดอำนาจตามม.44 นายกฯ จะอยู่ที่ไหน จะเปลี่ยนไปหรือไม่ และจะรอจนกว่าอำนาจ ม.44 จะหมดอายุลง เพราะทุกสิ่งเป็นอนิจจัง ฉะนั้นกรุณาอย่าแสดงบทข่มขู่หัวหน้าพรรคการเมืองให้มากไปกว่านี้ เพราะทุกคนคือคนเท่าเทียมกัน
    เช้าวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการจัดงานรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในพรรค เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในประเพณีสงกรานต์ โดยในช่วงเช้าได้มีการให้อดีต ส.ส.และสมาชิกยืนยันความเป็นสมาชิกพรรค นำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ, นายเสนาะ เทียนทอง แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น, พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ., พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรค อดีต ส.ส.สมาชิกพรรค เดินทางที่มาพรรค พท. เพื่อยืนยันความเป็นสมาชิกและร่วมงานกันอย่างคึกคัก 
เพื่อแม้วปลุกสมาชิกสู้ต่อ
    โดยทางพรรคได้เตรียมพื้นที่ชั้น 7 เป็นห้องในการยืนยันมาลงทะเบียน อดีต ส.ส.ที่มาได้รับผ้าเช็ดตัว จากนายสมชายเป็นของขวัญเป็นที่ระลึกด้วย ส่วนสมาชิกพรรคที่ไม่ได้เดินทางมาประกอบด้วย คนในตระกูลสะสมทรัพย์ใน จ.นครปฐม และกลุ่มวาดะห์ ที่ตัดสินใจแยกตัวไปร่วมงานการเมืองกับพรรคประชาชาติ
    หลังจากนั้นได้ใช้ห้องอเนกประสงค์ในชั้นเดียวกันจัดพิธีรดน้ำดำหัวในเทศกาลสงกรานต์ เป็นที่น่าสังเกตว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไม่ได้มาร่วมพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เนื่องจากติดภารกิจ
    นายภูมิธรรมกล่าวกับสมาชิกพรรคว่า เป็นวันที่รู้สึกอบอุ่น หลังจากรัฐประหาร 4 ปีเราไม่เจอบรรยากาศแบบนี้มานานแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ประเทศควรกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็พร้อม แม้ปีนี้ผู้ใหญ่ที่เราเคารพจะอยู่ไม่ครบถ้วนเหมือนที่เราอยากเห็น แต่เราก็ต้องหนักแน่นมั่นคง เพื่อนำประเทศไปสู่ประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด
    ด้านนายเสนาะกล่าวว่า ทุกคนอาสามาเพื่อดูแลบ้านเมือง จะทำอย่างไรก็ต้องนึกถึงประชาชน ไม่ใช่มีอำนาจออกกฎหมายตามใจฉัน เพื่อฉัน เพื่อพวกของฉัน แบบนั้นกฎหมายจะปฏิบัติยาก เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ที่พูดมานี้ไม่ได้จะว่าใคร และเดือนนี้สำคัญมีวันสำคัญมาก วันนี้พวกเรามารวมตัวกันทั้งหมด ยกเว้นบุคคลสำคัญคือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ 
    "ฝันแล้วฝันอีกว่านายทักษิณต้องกลับเข้ามาประเทศไทยแน่นอน ความฝันของผมมักจะเป็นความจริง แม้ปีนี้ผมจะอายุ 84 ย่าง 85 แต่ก็จะอยู่กับพรรคต่อไป มาร่วมกับพรรคนี้ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย วันที่จับมือกับนายทักษิณ เมื่อวันที่ 1 เม.ย.43 และจากนี้ก็จะอยู่กันต่อไปเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งพรรคไทยรักไทย ไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็นอะไรก็ตาม" นายเสนาะกล่าว  
    หลังเสร็จสิ้นงานรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ของพรรคแล้วพรรคเพื่อไทยได้นำเค้กวันเกิดมาอวยพรวันเกิดย้อนหลังให้กับนายเสนาะอีกด้วย  
    ต่อมาเวลา 12.50 น. ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมช่วงเช้า คุณหญิงสุดารัตน์เดินทางมาถึงที่ทำการพรรค โดยทักทายอดีต ส.ส.สมาชิกพรรคด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และได้รับการตอบรับอย่างดีจากบรรดาสมาชิก โดยอดีต ส.ส.หญิงเข้าไปสวมกอดกับคุณหญิงสุดารัตน์ จากนั้นได้ร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำพรรค
    จากนั้น 13.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ และแกนนำกลุ่มบ้านริมคลอง ได้เดินทางมาถึงที่พรรคแต่ไม่ได้มาที่ชั้น 7 ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน โดยมีสมาชิกพรรคเข้าไปพูดคุยต้อนรับที่ห้องทำงานชั้น 8 โดย ร.ต.อ.เฉลิมเปิดเผยว่า ได้ยืนยันสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว และจ่ายค่าสมัคร 2,000 บาท แต่ไม่อยากปรากฏตัวกับสื่อ เพราะที่ผ่านมาเก็บตัวเงียบมาตลอดไม่เป็นข่าว
    ร.ต.อ.เฉลิมยังได้พูดคุยสถานการณ์การเมืองกับอดีต.ส.ส. ซึ่งเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งอาจจะไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ดังนั้นจึงมีความไม่แน่นอนในสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งพรรคยังไม่จำเป็นต้องพูดถึงผู้นำพรรคในเวลานี้     
     อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าคุณหญิงสุดารัตน์และ ร.ต.อ.เฉลิม แม้จะมาในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ก็ไม่ได้มีการเผชิญหน้ากัน
"เจ๊หน่อย"ไม่คิดเป็นหัวหน้า
    ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวถึงกรณีไม่เป็นสมาชิกพรรคว่า ไม่เข้าใจเช่นกัน ตนเคยสมัครเป็นสมาชิกพรรคมาแล้วเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา แต่มีความผิดพลาด ซึ่งน่าจะเรื่องของทะเบียน เพราะตรวจสอบแล้วไม่พบชื่อ แและเมื่อพรรคเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่เมื่อใดก็จะมาสมัคร  
    ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกท้อใจหรือไม่ที่มีสมาชิกทั้งสนับสนุนและคัดค้านเรื่องที่จะให้มาเป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ไม่ได้อาสามาเป็นหัวหน้าพรรค แล้วก็เป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่ง ไม่ได้มีความท้อใจอะไร สิ่งใดที่ทำแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ทำไปตามความสามารถของตนเอง สิ่งที่ปรากฏอาจจะเป็นแหล่งข่าวพูดกันไปโดยไม่ได้มีตัวตน 
      ถามถึงกระแสข่าวที่สมาชิกต้องการให้เป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวสั้นๆ ว่า “พี่ไม่ได้พูดว่าอยากจะเป็นหัวหน้าพรรค แล้วแต่คนคิด แล้วต้องถามด้วยว่าพี่อยากเป็นหรือไม่ พี่เป็นแค่คนตัวเล็กๆ มาหน้าที่ เมื่อมีโอกาสทำอะไรให้องค์กรในส่วนที่ทำได้ก็ทำเท่านั้น วันนี้ยังไม่จำเป็นต้องหาหัวหน้าพรรคหรือผู้บริหารพรรคใหม่ เพราะมีและทำหน้าที่ได้ดีอยู่แล้ว วันนี้ต้องอยู่ในข้อเท็จจริง อย่าไปมโนภาพ อย่าไปไร้สาระกับบางเรื่อง เมื่อถามว่าอยากเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ตอบว่า “คิดว่าไม่ค่อยมีใครอยากเป็น” 
    นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์ว่า จะมีการยืนยันสมาชิกไปเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 30 เม.ย. ยังไม่ต้องรีบร้อนอะไร เพราะรัฐบาลก็ยังไม่รีบร้อน ส่วนกลางเดือนเม.ย.ที่จะไปตีกอล์ฟกับตระกูลสะสมทรัพย์ที่จังหวัดนครปฐม ไม่ได้มีนัยทางการเมือง เป็นการพบปะสังสรรค์ทั่วไป ส่วนที่นายกฯ ระบุจะไม่แก้ไขคำสั่งคสช.ที่ 53/60 จะปรับปรุงเพียงส่วนธุรการจะรับได้หรือไม่นั้น ในส่วนพรรคการเมืองอยากให้แก้ไขให้เรียบร้อยและควรยกเลิกทุกคำสั่ง 
    ส่วนการมีผู้นำคนใหม่ของพรรคจะเป็นไปตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย ถ้ายกเลิกคำสั่งต่างๆ ให้พรรคจัดการประชุมได้ เราก็จะมีผู้นำภายใน 30 วัน  
    เมื่อถามกรณีญิงสุดารัตน์ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค นายภูมิธรรมตอบว่า ใครที่คิดถึงพรรค รักพรรค อยากเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคเมื่อไร ก็สามารถร่วมกันได้ทั้งหมด เมื่อถึงเวลาตัดสินใจเลือกผู้นำ ผู้ที่เสนอตัว ผู้ที่อาสา ก็สามารถได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน 
    ส่วนนายเสนาะยังให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอกรณีรัฐบาลแห่งชาติว่า หากประเทศไม่มีทางออกใดที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความราบรื่น ถ้าเป็นไปได้ก็ให้มีรัฐบาลแห่งชาติเสีย แล้วถ้าเขาอยากจะเป็นนายกฯ ก็โอเค ขอให้เอาบ้านเอาเมืองไว้ก่อน ไม่ใช่ทำเพื่อพวกฉัน เพื่อพวกพ้อง แล้วบ้านเมืองเสียหาย หลายพรรคต้องร่วมเป็นรัฐบาลแห่งชาติ ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นรัฐบาลแห่งชาตินั้น ยังพูดไม่ได้ ค่อยว่ากันทีหลัง เพราะยังไม่ใช่เวลาที่จะกำหนด ทั้งนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับใครทั้งนั้น เพราะเป็นแนวความคิดส่วนตัว ถ้าใครเห็นดีด้วยก็โอเค 
    นายสมชายให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เดินทางมาคนเดียว นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา ไม่ได้เดินทางมา เพราะเลิกเล่นการเมืองแล้ว ส่วนเหตุผลว่าเลิกเล่นการเมืองให้ไปถามเจ้าตัวเอาเอง 
    เมื่อถามกรณีนายเสนาะระบุว่า คนตระกูลชินวัตร ควรเลิกเล่นการเมือง เพราะอาจจะเป็นเป้า นายสมชายหัวเราะก่อนจะตอบว่า ไม่มีใครเป็นเป้าใครหรอก ตระกูลไหนไม่สำคัญ อยู่ที่ว่าคุณมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพของคนไทยทุกคน ไม่ว่านามสกุลไหนอยากให้มองในภาพรวมว่าต้องเป็นไปเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นอย่าไปเจาะจงแบบนั้นเลย มันไม่ใช่หลักการที่ถูกต้อง ทั้งนี้ นายทักษิณประกาศว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพรรคแล้ว จะไม่มีผลทางจิตวิทยาต่อสมาชิกพรรค เพราะท่านไม่ใช่สมาชิกพรรค และกฎหมายใหม่ก็ไม่ให้คนนอกเข้ามายุ่ง และท่านก็ปฏิบัติตามกฎหมาย
    ถามว่า หากมีเสียงสนับสนุนให้มาเป็นผู้นำพรรค  พร้อมที่เข้ามาทำหน้าที่หรือไม่ นายสมชายกล่าวว่า ผู้นำพรรคต้องเป็นคนหนุ่ม ตนไม่ได้คิดอะไรเรื่องนี้ ทุกอย่างต้องว่าไปตามกระบวนการ ถ้ามีเสียงสนับสนุนก็ดี รอถ้าตนสมัครเป็น ส.ส.ก็ช่วยเลือกตนก็แล้วกัน 
รอ กกต.ชงคลายล็อก
    ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) แกนนำอดีตกรรมการบริหารพรรค และอดีต ส.ส.ประมาณ 40 คน นำโดยนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค และนายวราวุธ ศิลปอาชา เดินทางมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรค และชำระค่าบำรุงพรรคต่อนายทะเบียนสมาชิกพรรคกันอย่างคึกคักเช่นกัน โดยนายธีระกล่าวว่า พรรค ชทพ.มีสมาชิกพรรค 22,000 คน ได้เปิดให้สมาชิกมายืนยันตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย. และใช้วิธีการส่งจดหมายและเอกสารประกอบไปให้สมาชิกถึงบ้าน
    นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรค ชทพ.ยอมรับว่า ไม่แน่ใจจะได้สมาชิกกว่า 20,000 รายชื่อหรือไม่ เพราะแค่ 1 ใน 4 ถือว่าหนักแล้ว เนื่องจากระยะเวลาในการเปิดให้ยืนยันสมาชิกสั้น สร้างความลำบากให้กับสมาชิกส่วนจะมีอดีต ส.ส.ไปร่วมกับพรรคอื่นหรือไม่นั้น ยังไม่มีใครประกาศชัด เพราะยังไปกันไม่ได้ การเมืองยังเปลี่ยนอีกหลายหน้า 
    ที่รัฐสภา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ภายหลังนายวิษณุกล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้มาหารือกับนายมีชัยเรื่องการแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 แค่มารับประทานอาหารกับนายมีชัย ส่วนแนวทางแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 นั้น ตามปฏิทินทำงานควรแก้ไขให้เสร็จก่อนเดือน มิ.ย.ขณะนี้ยังรอประเด็นแก้ไขที่ กกต.เตรียมส่งมายังรัฐบาล หลังจากรับฟังปัญหาของพรรคการเมืองในวันประชุมชี้แจงการทำงานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ การจัดตั้งสาขาพรรค ส่วนการชำระค่าบำรุงพรรคนั้น เป็นประเด็นที่แก้ไขทางระเบียบปฏิบัติได้ ไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย 
     "เมื่อได้รับเรื่องจาก กกต.จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม คสช. เพื่อแก้ไขคำสั่ง โดยไม่ต้องรอฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องไว้   ประเด็นที่ต้องแก้ไขคือ ปัญหาที่ทำให้ กกต.ทำงานติดขัด เพราะเป็นปัญหาทางข้อกฎหมาย ส่วนประเด็นที่พรรคการเมืองติดขัด กกต.สามารถแก้ไขให้เองได้ เช่น การชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง" นายวิษณุกล่าว 
    ที่ จ.ปัตตานี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบปะประชาชนบ้านควนลังงาว่า การเมืองก็เดินหน้าไป ก่อนจะถามประชาชนที่มาต้อนรับว่าเดือดร้อนกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 หรือไม่ ที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกกันอยู่ ประชาชนมีใครเดือดร้อนหรือไม่ 
    จากนั้นนายกฯ ได้กล่าวว่า “ตกลงเดี๋ยวผมจะตอบเขาว่ายังไม่ปลดล็อก มันถึงเวลาผมก็ปลดให้ทันตามกระบวนการ ทำธุรการได้ มันจะมีปัญหาอะไรนักหนา เข้าใจไหม ได้ทุกอย่างคือประชาชนจะได้ แต่อาจจะมีคนไม่ได้อยู่ มันก็เลยมีปัญหา ผมไม่ทะเลาะกับใคร ผมไม่ได้มาหาเสียง นี่ขอเสียงหรือยัง ไม่ได้ ผมทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะหาเสียงเป็นเรื่องกระบวนการประชาธิปไตย แต่ต้องมีหลักการที่ถูกต้อง รัฐบาลต้องมีธรรมาภิบาล จะให้ตรงนั้นตรงนี้ แล้วให้ไหม ให้นิดๆ หน่อยๆ ให้แล้ววันหน้าก็ไปต่อ ชอบใครก็เดี๋ยวค่อยมาต่อให้วันหน้า ทำถนนเสร็จก็ขาดสะพานไว้หน่อยไม่ได้ วันนี้รัฐบาลไม่ทำแบบนั้น ดูทุกคนดูทุกภาคเดือดร้อนอย่างไร”
    พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะรักษาการนายทะเบียนพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ณ วันที่ 3 เม.ย. มีกลุ่มการเมืองมายื่นขอจดจัดตั้งแล้ว 98 พรรคการเมือง วันนี้ได้ออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง (แบบ พ.ก.7/2) ให้เพิ่มกับอีก 5 พรรคการเมืองคือ พรรคพลังชาติไทย ที่นางกิ่งฟ้า อรพันธ์ เป็นผู้ยื่นคำขอ พรรคเครือข่ายประชาชนไทย ที่นายธนานินทร์ ชะฎาแก้ว เป็นผู้ยื่นคำขอ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่นายสุภดิช อากาศฤกษ์ เป็นผู้ยื่นคำขอ พรรคพลังธรรมใหม่ ที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล เป็นผู้ยื่นคำขอ และพรรคประชาชนปฏิรูปของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่นายธนพัฒน์ สุขเกษม เป็นผู้ยื่นคำขอ จากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกหนังสือรับแจ้งจัดตั้งพรรคการเมืองให้กับ 4 พรรคการเมืองไปแล้วคือ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคกรีน พรรคประชานิยม และพรรคพลังสยาม รวมจนถึงขณะนี้นายทะเบียนพรรคการเมืองได้ออกหนังสือรับแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองไปแล้ว 9 พรรคการเมือง ซึ่งจากนี้ทั้ง 9 พรรคก็จะต้องไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในเรื่องการหาสมาชิก 500 คน จัดให้มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท และจัดประชุมจัดตั้งพรรคการเมืองของผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 250 คน  โดยจะดำเนินการได้เมื่อได้รับหนังสืออนุญาตจาก คสช.


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์