'นักเขียนรางวัลซีไรต์'ป้อง'พระไพศาล'ย้อน'พระมหาไพรวัลย์'อยู่กับการเมืองมากไปหรือเปล่า


เพิ่มเพื่อน    


8 พ.ค.63 - วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง “ธรรมกับชนชั้น” มีเนื้อหาดังนี้
 พระมหาไพรวัลย์ถามพระไพศาลว่า “อยู่กับชนชั้นกลางมากเกินไปหรือเปล่า”
ผมก็อยากถามพระมหาไพรวัลย์ว่า “ท่านอยู่กับการเมืองมากไปหรือเปล่า โดยเฉพาะการเมืองแบ่งฝ่าย”
เรื่องมีอยู่ว่า...
 พระมหาไพรวัลย์ยกข้อความเทศนาของพระไพศาลมาประโยคหนึ่ง ที่ว่า “โควิดคือของขวัญ...” แล้วก็แสดงความเห็นว่า “ธรรมของอาจารย์ถึงเป็นประโยชน์แต่กับชนชั้นกลาง...มันเป็นของขวัญของคนมีอันจะกินครับ ที่แม้อยู่กับบ้านเฉยๆโดยไม่ต้องทำงานก็ไม่เดือดร้อน”
“แต่มันเป็นยาพิษสำหรับใครหลายคน” ซึ่งก็คือคนยากคนจน คนป่วยเพราะโควิด ทำให้ถูกรังเกียจ ไร้บ้าน ฯลฯ
ผมเข้าใจพระมหาไพรวัลย์ดีว่าห่วงใยคนยากจนที่เดือดร้อนและมีทุกข์เพราะโควิด ซึ่งเป็นเรื่องเมตตา-กรุณาอันจำเป็นต้องมี แต่เมื่อเอาเรื่อง “ชนชั้น” มาแบ่งแยก มันจึงกลายเป็นเรื่องการเมืองไปอย่างน่าเสียดาย
เรื่องชนชั้นในสังคมไทยที่แบ่งเป็น 1 คนชั้นล่าง (คนยากคนจน) 2 คนชั้นกลาง (มีอันจะกิน พึ่งตัวเองได้) 3 คนชั้นสูง (คนร่ำรวย)
 ทั้งหมดที่แบ่งไว้ไม่ใช่เพื่อแบ่งแยก – ขัดแย้ง - เข่นฆ่าทำลายล้างกันเหมือนลัทธิมาร์กซ์ แต่แบ่งเพื่อ “การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม” เป็นการแบ่งแบบขั้นบันได เพื่อพัฒนาทางด้าน “วัตถุ” สำหรับดำเนินชีวิต
เช่นเดียวกับพระพุทธศาสนาที่แบ่งคนเป็น 4 เหล่า โดยเปรียบเทียบกับบัว ซึ่งก็ไม่ได้แบ่งไว้เพื่อให้แบ่งแยก - ขัดแย้ง – เข่นฆ่าทำลายล้างกัน แต่แบ่งเพื่อให้คนได้ “พิจารณาและพัฒนาสติปัญญา” ของตน เป็นการแบ่งแบบศักยภาพของคน เพื่อพัฒนาทางด้าน “จิต”
เพราะคนไม่ได้มีแต่ร่างกาย (รูป) แต่มีจิต(นาม)ด้วย อย่างที่เรียกว่า “นามรูป” จึงต้องพัฒนาทั้งด้านวัตถุและจิตใจ
พระมหาไพรวัลย์เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา จึงน่าจะรู้ตั้งแต่ก่อนบวชแล้วว่า พระพุทธศาสนานั้นไม่ได้กำเนิดเพื่อรับใช้ชนชั้นใดชนชั้นหนึ่ง ตรงกันข้าม...กลับทำหน้าที่สลายชนชั้น เพราะใครที่เข้ามาบวช ไม่ว่าจะสังกัดวรรณะใดในอินเดีย จะต้องไม่ “แบก” เอาชนชั้นมาด้วย
ทุกคนเท่าเทียมกัน มีเพียง “อาวุโส” ตามพรรษาเท่านั้นที่จำแนกคน เป็นการปกครองเพื่อการอยู่ร่วมกันของภิกษุสงฆ์ แต่การบรรลุธรรมนั้นไม่ได้เป็นไปตามอาวุโส
ดังนั้น ชนชั้นในพระพุทธศาสนาจึงไม่มี
ส่วนข้อความของพระไพศาลที่ว่า “โควิดคือของขวัญ” นั้น ก็ต้องดูด้วยว่าท่านเทศให้ใครฟัง หรือใครฟังท่านเทศ แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร นั่นคือข้อความที่ให้กำลังใจ-ให้บทเรียนแก่ผู้คน ไม่ได้เลือกชนชั้น ไม่ได้มีชนชั้นอยู่ในข้อความนั้น
และผมก็เชื่อว่าพระไพศาลไม่ได้มีเจตนาแบ่งแยกชนชั้น ด้วยการเทศนาให้เฉพาะชนชั้นกลางฟังอย่างที่พระมหาไพรวัลย์กล่าวหา (เป็นประโยชน์แก่ชนชั้นกลาง)
มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะมอง มองมุมไหน หรือใครไม่มองก็ไม่เป็นปัญหา
พระมหาไพรวัลย์นั้นเลือกมองด้วยมุม "การเมืองเรื่องชนชั้น"  แต่การเมืองนั้นมี “กรอบคิด” ของมันเสมอไป ซึ่งก็คือมี "คติและอคติ" เฉพาะของมันเอง มันไม่ใช่ “สัจธรรม” จึงน่าเสียดายว่าพระมหาไพรวัลย์ไม่มองด้วยมุมของพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสัจธรรม  
กลับเอาการเมืองมองพระพุทธศาสนา คือ “เอาของแคบมามองของกว้าง” เอาเรื่องสมมุติมามองสัจธรรม จึงมองไม่เห็นเจตนาของพระไพศาล(โควิดคือของขวัญ)
 เห็นได้แค่เรื่องชนชั้น
ทั้งที่...สัตว์โลกทั้งหลายล้วนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น.


๑๔ ตุลา ๑๖ ๖ ตุลา ๑๙ พฤษภาทมิฬ ๓๕ ผมเห็นมาทุกม็อบ เข้าไปอยู่ในม็อบก็มี

เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ