ปลดล็อกระยะ2แน่ ประยุทธ์ย้ำหวังกระตุ้นศก./ศบค.แจงผู้ป่วยใหม่เพิ่ม8ราย


เพิ่มเพื่อน    

  “บิ๊กตู่” เตรียมผ่อนปรนระยะ 2 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง พร้อมสั่งรวบรวมแบบอย่างที่ดีและผู้ประกอบการตัวอย่าง   วอนทุกฝ่ายอดทนช่วยกัน อย่าเอาทุกเรื่องเป็นความขัดแย้ง ศบค.พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 8 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว 5 ราย ค้นหาเชิงรุก 3 ยัน ยังไม่ถอนลิสต์จีน-เกาหลีใต้ ขอให้มั่นใจได้ เผยมี 43 จว.ไร้ผู้ติดเชื้อในรอบ 28 วัน สธ.ร่วมมือพัฒนาชุด PPE รุ่นเราสู้แจก รพ.ทั่วประเทศ “หมอหนู” ลั่นไทยต้องเป็นมหาอำนาจทางสาธารณสุข มท.สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคในแต่ละระดับ

    เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังผ่านมาครึ่งทางของการประเมินระยะแรก 14 วันในการผ่อนปรนมาตรการ ซึ่งบรรดาผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง ว่า ต้องขอขอบคุณ ซึ่งที่ผ่านมาได้มอบหมายให้โฆษกรัฐบาลชี้แจงและขอบคุณไปแล้ว และวันนี้ได้สั่งการให้รวบรวมแบบอย่างที่ดีและตัวอย่างที่ผู้ประกอบการได้ดำเนินการในส่วนขององค์กรนั้นๆไม่ว่าจะเป็นในส่วนของร้านค้าปลีก ร้านค้าย่อยต่างๆ เพื่อให้เห็นเป็นตัวอย่างและแบบอย่าง ถ้าทุกคนช่วยกันแบบนี้ ก็จะทำให้เกิดความปลอดภัย ไว้วางใจ และทำให้เกิดความเชื่อมั่นที่จะออกมาใช้ชีวิตปกติ แม้จะเป็นในช่วงที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคอยู่ 
    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเราไม่ทำแบบนี้แล้วถ้าเกิดการระบาดกลับมาอีก จะเดือดร้อนและลำบากมากกว่าเดิม ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันตรงนี้ รัฐบาลมีทุกมาตรการออกมาแล้ว แต่ถ้าทุกคนไม่ทำ ไม่ปฏิบัติตาม ก็มีปัญหาทุกเรื่องไป ขออย่าให้ทุกเรื่องเป็นความขัดแย้งเลย ทุกประเทศก็เจอปัญหาเช่นเดียวกันกับเรา และเราก็ถือว่าเราทำดีที่สุดของเราในปัจจุบัน รวมทั้งความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย 
    “ขอให้ทุกคนอดทนและช่วยกัน รัฐบาลก็พยายามทำเต็มที่ การช่วยเหลือก็มีการทยอยออกมาตามลำดับ เพราะเรามีคนจำนวนมาก เราต้องดูแลทั้งผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ และเราก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะยาวนานไปอีกแค่ไหน แต่ทำอย่างไรที่จะทำให้ในประเทศของเราปลอดภัยให้ได้โดยเร็วมากที่สุด และจากภายนอกก็ต้องระวังอีกด้านหนึ่ง เราต้องทำทั้งสองทางด้วยกัน และคิดว่าในระยะเวลาอันใกล้จะมีการเปิดกิจการอย่างอื่นเพิ่มเติมอีก ซึ่งต้องขอประเมินกันอีกนิด” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ 
    เมื่อถามว่า แนวนโยบายในการจ้างงานในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ การจ้างงานดังกล่าวได้เริ่มขึ้นแล้ว ซึ่งทำให้มีงานมีเงินเดือน บางส่วนก็ได้รับการชดเชยตามกฎหมาย หากมีการเปิดโรงงานได้ก็จะมีการเริ่มจ้างงาน นั่นคือการฟื้นฟูแล้ว แต่ทำอย่างไรจะให้กลับมาเท่าเดิม บางกิจการหากจะทำให้สูงขึ้นก็จะต้องมีการพัฒนาในส่วนนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมต่างๆ เพื่อให้ทุกคนไว้วางใจกลับมาเที่ยวประเทศไทย และสุขภาพเราก็ดูแลดีเป็นพิเศษ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะมาก่อนหรือไม่ต้องคิดแบบนี้ 
    “กิจกรรมไม่ได้เปิดทุกประเภทพร้อมกัน เพราะอาจทำให้รวนไปทั้งหมด ตรงนี้ต้องเห็นใจรัฐบาลบ้าง ภาคธุรกิจเอกชนส่วนใหญ่ทุกคนจะได้ไปพบและคุยกันแล้ว ยืนยันรัฐบาลจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุดมากเท่าที่สามารถจะทำได้ตามกรอบกฎหมาย และวงเงินงบประมาณที่มีอยู่รัฐบาลจะใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพ ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นและฟังรัฐบาลบ้าง”
    ผู้สื่อข่าวถามว่า วันที่ 17 พ.ค.นี้จะสามารถดำเนินการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ในระยะที่สองใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ใช่ ก็กะไว้อย่างนั้นแหละ”
    เมื่อถามว่า กรณีที่มีการตั้งคณะที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจ แสดงว่าขณะนี้เราเข้าสู่โหมดการฟื้นฟูแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราต้องทำทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
ผู้ป่วยใหม่ดีดกลับ 8 ราย
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นการค้นหาเชิงรุกใน จ.ยะลา 3 ราย เป็นชายไทยทั้งหมด มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยที่เคยสัมผัสกับผู้เดินทางกลับมาจากมาเลเซีย ถือเป็นรุ่นที่ 3 ส่วนอีก 5 ราย เป็นแรงงานต่างด้าว เพศหญิงทั้งหมด อายุ 19-30 ปี ที่อยู่ในศูนย์กักกันผู้ต้องกักตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,000 ราย หายป่วยสะสม 2,784 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 161 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม และในรอบ 28 วันที่ผ่านมา มี 43 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เลย
     ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อทั่วโลก มี 3,916,338 ราย เสียชีวิต 270,711 ราย ซึ่งนักวิจัยในสหรัฐอเมริกามีความกังวลว่าโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ใหม่ อาจทำให้การพัฒนาวัคซีนช้าลงไปอีก ในส่วนประเทศไทยถือเป็นนโยบายระดับประเทศ ในฐานะที่เรามีความก้าวหน้าทางการแพทย์ มีนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ ขณะนี้มี 5 หน่วยงานที่ร่วมพัฒนาวัคซีน ทั้งภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และถ้าร่วมกับอาเซียน เราอาจจะเป็นประเทศแรกๆ ที่มีโอกาสได้ใช้วัคซีน จึงต้องส่งกำลังใจและฝากความหวังให้คนเหล่านี้
    ส่วนผลการปฏิบัติการงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 7 พ.ค. ต่อเนื่องเช้าวันที่ 8 พ.ค. มีผู้กระทำผิดชุมนุม มั่วสุม 126 ราย เพิ่มจากคืนก่อน 28 ราย โดยดื่มสุรายังเป็นอันดับหนึ่ง ออกนอกเคหสถาน 610 ราย ลดลงจากคืนก่อน 73 ราย ขอเน้นย้ำว่า แม้จะมีการผ่อนคลายแต่ก็ต้องมีการจำกัดพฤติกรรมในบางส่วน ต้องไม่ผิดกฎหมาย ไม่แพร่กระจายเชื้อ ส่วนผลการตรวจกิจการ กิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนประจำวันที่ 7 พ.ค. ตรวจ 15,414 แห่ง ปฏิบัติตาม 14,993 แห่ง ไม่ปฏิบัติตาม 421 แห่ง คิดเป็น 2.73% ถือว่าลดลงกว่าวันที่ผ่านมา ย้ำว่าเราไม่ต้องการลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืน แต่ต้องการทำให้เกิดความปลอดภัย ถ้าทำดีแล้วก็ให้ทำต่อ ถ้าทำไม่ดีก็ปิดเพื่อให้ปรับปรุงให้ดีแล้วมาเปิดใหม่ 
    เมื่อถามถึงความชัดเจนในการถอนจีนและเกาหลีใต้ออกจากประกาศเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การเสนอถอนออกจากลิสต์ยังไม่ได้เสร็จสิ้นตอนนี้ เป็นข้อเสนอของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ต่อที่ประชุม ศบค. ตอนนี้ยังไม่ได้อนุมัติ เพราะต้องมีขั้นตอน และต้องนำเข้าคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเพื่อพิจารณานำชื่อออก ไม่ต้องกังวลว่าจะเปิดให้คนจีนเข้าไทยได้อีก เนื่องจากมาตรการต่างๆ เรายังเหมือนเดิม ทั้งการจำกัดเที่ยวบินไม่ให้เครื่องโดยสารปกติเข้ามา ต้องมีใบรับรองแพทย์ ถ้าเข้าตอนนี้ต้องอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ 14 วัน หากเป็นนักท่องเที่ยวเจอมาตรการนี้ก็ยังไม่อยากเข้ามา เพราะวันนี้ยังไม่ใช่สถานะการเดินทางโดยเสรี ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ 
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ที่มีความไม่มั่นใจระบบการตรวจหาผู้ป่วยรายใหม่ ทั้งกรณี 40 คนที่ จ.ยะลา และกรณีทหารเรือที่ต้องตรวจซ้ำนั้น เป็นเรื่องของการทวนสอบ เป็นมาตรฐานโดยปกติ เพราะถ้าไม่มั่นใจจะให้ตรวจซ้ำ กรณีที่ จ.ยะลาเกิดขึ้นจากการพัฒนาศูนย์แล็บ ส่วนกรณีทหารเรือ ทราบข้อมูลว่าตรวจครั้งแรกเป็นบวก และตรวจอีกครั้งเป็นลบ เป็นการตรวจซ้ำเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สูงมาก จะไม่ปล่อยกรณีที่มีข้อสงสัยออกไปแน่นอน
สธ.ผลิตชุด PPE แจกทั่วประเทศ
    ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการปลดประเทศจีนและประเทศเกาหลีใต้ออกจากบัญชีประเทศกลุ่มเสี่ยงว่า ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ จะมีคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งประกอบไปด้วยบรรดาผู้ทรงคุณวุฒิ ประชุมพิจารณา ก่อนที่จะนำเสนอ รมว.สาธารณสุขพิจารณาและลงนาม ก่อนส่งไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งวันที่ 8 พ.ค.ที่ ศบค.เห็นชอบหลักการ ส่วนคาดว่าจะประกาศช่วงใด ยังไม่ทราบรายละเอียด ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจะทำให้มีความการเคลื่อนย้ายนักท่องเที่ยวเข้าไทยนั้น การจะปลดประเทศใด คณะกรรมการวิชาการในฐานะที่ผ่านการพิจารณาทุกมิติอย่างรอบคอบแล้ว และประเทศไทยมีมาตรการกำหนดให้คนต่างชาติบินเข้าประเทศภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.โรคติดต่อ รวมทั้งยังมีอีกหลายมาตรการป้องกัน ขออย่ากังวล
    นายอนุทินกล่าวว่า สธ.ให้ความสำคัญเรื่องของบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยเป็นหลัก โดยจัดสรรงบประมาณและจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ได้แก่ หน้ากากอนามัย N95 หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ชุด PPE เพื่อกระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ทั้งประเทศมีใช้อย่างเพียงพอ โดยสั่งซื้อสิ่งของจากต่างประเทศให้น้อยที่สุด และสนับสนุนกิจการของคนไทยเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นที่มาสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมชุด PPE (Isolation Gown) รุ่นเราสู้ ซึ่งเป็นความร่วมมือของคนไทยทั้งภาครัฐและเอกชนหลายองค์กร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, องค์การเภสัชกรรม, กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, กรมวิทยาศาสตร์บริการ, สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และมีผู้ประกอบการผลิตอีก 13 บริษัท เข้าร่วมดำเนินการ 
    "ยืนยันกับแพทย์และพยาบาลว่าชุดนี้มีความปลอดภัย เราประหยัดงบให้กับประเทศมากยิ่งขึ้นกว่า 10,000 ล้านบาท ในส่วนของยาในวันนี้เราต้องมียาให้มากเพียงพอเพื่อจะได้ควบคุมสถานการณ์ได้ แม้ว่าขณะนี้ไม่มีวัคซีน แต่กระทรวงสาธารณสุขพร้อมดูแลคนไทยทุกคนและรักษาอย่างเต็มความสามารถ   ประเทศไทยต้องประกาศตัวเองให้เป็นมหาอำนาจทางการสาธารณสุข ไม่ต้องการเป็นมหาอำนาจทางสงคราม" นายอนุทิน กล่าว
    นพ.โสภณ เมฆธน ประธานกรรมการองค์การเภสัชกรรม ระบุว่า ตอนนี้ไทยสามารถผลิตชุดป้องกัน PPE ได้แล้ว ข้อเด่นของชุดนี้คือสามารถนำมาซักแล้วใส่ซ้ำได้ถึง 20 ครั้ง แถมราคาอยู่ที่ 500 บาทต่อตัวเท่านั้น ตอนนี้ผลิตออกมาล็อตแรก 44,000 ตัว เมื่อวันที่ 7 พ.ค. องค์การเภสัชกรรมได้ทยอยส่งมอบชุดบางส่วนให้โรงพยาบาลต่างๆ ไปแล้วเป็นครั้งแรก และวันที่ 15, 22 และ 31 พ.ค.นี้จะทยอยส่งมอบชุดที่เหลือจนครบ 
    ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. กล่าวเสริมถึงลักษณะชุดป้องกันการติดเชื้อนี้ว่า เป็นแบบเสื้อคลุมยาวกันน้ำ คาดว่าจะช่วยประหยัดการนำเข้าชุดจากต่างประเทศไปได้ถึง 800,000 ชุด 
    ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รับมอบคูปองส่วนบดราคาสินค้าอาหารจำนวน 1,500,000 ฉบับ จากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เพื่อมอบให้กับ อสม.ทั่วประเทศเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยนายสาธิตกล่าวว่า ตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อสม.ได้ช่วยเคาะประตูบ้านให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันโรคกว่า 13 ล้านครัวเรือน ติดตามเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงกว่า 9 แสนคน เพื่อนำเข้าสู่ระบบรักษาเร็ว ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถควบคุมโรคได้ดี โดยขอขอบคุณที่ได้มอบคูปองส่วนลดราคาสินค้าอาหารให้กับ อสม. เพื่อนำไปใช้ที่ร้านซีพีเฟรชมาร์ท กว่า 350 สาขาทั่วประเทศ สร้างขวัญกำลังใจ ตอบแทนคุณงามความดีของ อสม.ทั่วประเทศ
ขู่ฟันแก๊งชวนดื่มแอลกอฮอล์ 
    นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้มีกระแสการโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนให้คนดื่มเหล้าที่บ้าน พร้อมโชว์รูปผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มหรือที่กักตุนไว้เว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมดังกล่าว มีการแสดงภาพของผลิตภัณฑ์เบียร์และจัดโปรโมชั่นในช่วงที่ไทยมีวิกฤติโควิด-19 เชิญชวนให้ประชาชนซื้อผลิตภัณฑ์เบียร์ซึ่งเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม โดยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำนักงานได้รับเรื่องร้องเรียนนี้ ซึ่งจะตรวจสอบว่าหลักฐานเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ก่อนที่จะนำสืบว่าผู้ใดเป็นผู้ดำเนินการและจะออกหมายเรียกมาให้ถ้อยคำ 
    ด้านนายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ทางการแพทย์ระบุว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ลดภูมิต้านทานของร่างกายทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่เฉพาะเพียงแต่โควิด-19 เท่านั้น ยังรวมถึงโรคติดเชื้ออื่นๆ และโรคเรื้อรังด้วย แม้ว่าการเชิญชวนให้ดื่มที่บ้าน อ้างว่าสร้างความรับผิดชอบ แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาว่ามีการรวมกลุ่มเพื่อดื่มด้วยหรือไม่ เพราะก็ถือว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อและไม่เป็นไปตามแนวทางการรักษาระยะห่างทางสังคมที่ทุกหน่วยงาน ขอเรียกร้องความรับผิดชอบของผู้ขายสินค้าให้ทำตามกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ เพราะจากการเฝ้าระวังพบว่ามีการลดราคา จัดโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งขาดความรับผิดชอบต่อสังคมและขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง
    นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีการคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังมีมาตรการผ่อนปรนว่า เราภาวนาว่าจะไม่มีการติดเชื้อซ้ำ โดยสิ่งที่เห็นคือการคลายล็อกมาตรการต่างๆ มักจะทำให้การระบาดของเชื้อเพิ่มมากขึ้น หรือที่เรียกว่าคลื่นลูกที่ 2 แต่ขอให้เป็นคลื่นที่เตี้ยๆ ที่ทำให้เราสามารถควบุคมโรคได้ ทั้งนี้ การต่อสู้กับโรคโควิด-19 ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรักษามาตรการป้องกัน เพราะเชื้อโรคอยู่ที่ตัวคน คนอยู่ที่ไหนเชื้อโรคก็อยู่ที่นั่น ซึ่งต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ให้บุคลากรของตนเองทำงานที่บ้าน เพื่อให้คนลดการสัญจรรถโดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้า
    ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การเรียนการสอนในยุคโควิด-19 ประมาณการกันว่านักเรียนและนักศึกษาถึงร้อยละ 98.5 ของโลก ที่ต้องหยุดเรียน รวมทั้งประเทศไทยด้วย การเปิดเทอมในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ การกำหนดกฎเกณฑ์การไปโรงเรียน การเรียนการสอนจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน ปัญหาจะอยู่ที่เด็กอนุบาล ในอดีตที่ผ่านมา พ่อแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน จะส่งลูกไปโรงเรียน และวันไหนลูกไม่ไปโรงเรียน พ่อแม่ก็จะเอาไปที่ทำงาน ต่อไปนี้ก็คงจะทำแบบนี้ไม่ได้ จะต้องมีการปรับกระบวนการเรียนการสอน ให้มีการพึ่งตัวเองมากขึ้น และมีการเรียนที่บ้านมากขึ้น  การปรับเปลี่ยนนี้ คงไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น จะเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เพื่อลดการระบาดของโรค จนกว่าจะมีมาตรการในการควบคุมโรคมีประสิทธิผลมากกว่าปัจจุบัน
มท.สั่งผู้ว่าฯ ตั้งศูนย์ทุกระดับ
    นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทำหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้การกำกับ ดูแล ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามที่ทางราชการกำหนด จึงขอให้จังหวัดดำเนินการตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค หรือ ศปก.ในแต่ละระดับ โดยให้ผู้ว่าฯ เป็นผู้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด/นายอำเภอ เป็นผู้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคอำเภอและศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคตำบล และนายกเทศมนตรีเทศบาลนคร-เทศบาลเมือง เป็นผู้แต่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคเทศบาลนคร-เทศบาลเมือง ตามโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด พร้อมทั้งกำกับ ดูแล ติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคในพื้นที่โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามที่ ศบค. หรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย
    นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การเดินทางอากาศในเดือน พ.ค. 5 สายการบินจะเปิดให้บริการ ในพื้นที่ท่าอากาศยาน 18 แห่ง เพื่อรองรับผู้โดยสารเดินทางในประเทศเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น. เพื่อให้เหลือเวลาในช่วงก่อนเวลาเคอร์ฟิว
    นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายพิฆเนศ ต๊ะปวง รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ให้บริการจัดส่งอาหารและพัสดุ ณ ร้านเดอะพิซซ่าคอมปะนี สาขาพีเพิลพาร์ค คอมมูนิตี้ มอลล์ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ โดยนายเทวัญให้สัมภาษณ์หลังการตรวจสอบว่า การลงพื้นที่ร้านต่างๆ ซึ่งได้ทำมาต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า เมื่อคนอยู่บ้าน และสั่งอาหาร  อาหารที่ส่งถึงบ้าน ต้องปลอดเชื้อโควิด นอกจากขั้นตอนต่างๆ ในการส่งอาหารทางร้านยังได้รายงานให้ทราบถึงการเตรียมเปิดให้บริการนั่งรับประทานที่ร้าน ว่าได้ดำเนินการตามมาตรการที่รัฐกำหนด เช่น การจัดโต๊ะเว้นระยะ มีฉากกั้น และมีจุดให้ลูกค้าล้างมือ
    ที่ห้องประชุม 1 สถานวิทยาศาสตร์คลินิก ชั้น 7 อาคารกิตติวัฒนา (ตึกฉุกเฉิน) โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีการแถลงข่าวเปิดตัวหุ่นยนต์ยูงทอง AI ที่ใช้แทนบุคลากรทางการแพทย์ ในการรักษาคนไข้ เพื่อลดความเสียงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ เป็นต้นแบบนวัตกรรมด้านการรักษาพยาบาล สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการรักษาพยาบาลอื่นๆ ได้
    ขณะที่แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “ถอดรหัสจัดระเบียบตลาด ลดเสี่ยงโควิด-19” ณ ห้องประชุมชั้น 2กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยในการเสวนามีการเสนอให้ สธ.ตรวจโควิดให้ผู้ค้าในตลาดสด-ตลาดนัดฟรี แนะเด็ก ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงไปตลาด ระบุว่าตลาดร้อยละ 90 ให้ความร่วมมือทั้งล้างมือและใส่หน้ากาก แต่ยังเป็นปัญหาเรื่องรักษาระยะห่าง.


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'