ขยับเคอร์ฟิวเปิดห้าง ศบค.จ่อเคาะ5ทุ่มถึงตี4/‘เกาหลีใต้ดอดขอถอนชื่อจากบัญชีดำ


เพิ่มเพื่อน    

 จับตาประชุมใหญ่ ศบค.ขยายเวลาเคอร์ฟิว เปิดห้างและกิจกรรมต่างๆ "สมช." ถก 6 ชม.ก่อนเสนอขยายเวลาเป็น 23.00-04.00 น. "เกาหลีใต้" ดอดเงียบขอถอดชื่อจากบัญชีดำและให้นักธุรกิจเข้าไทย "อนุทิน" นำคณะสำรวจมาตรการป้องกันทั้ง "พารากอน-เซ็นทรัลเวิลด์" หมอทวีศิลป์แจงตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่มีแค่รายเดียวจากการค้นหาเชิงรุก หมอยงเตือนระวังระลอก 2 โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว "ภูเก็ต" เปิดเมืองทุกช่องทางในวันที่ 16 พ.ค.นี้

    เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พ.ค. มีรายงานข่าวจากการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (โควิด-19) ครั้งที่ 1/2563 ที่มี พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานการประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ซึ่งหลังใช้เวลาหารือยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง ได้หยิบยก เรื่องช่วงเวลาเคอร์ฟิว 22.00-04.00 น.มาหารือเพื่อคลายล็อกมากยิ่งขึ้น โดยมีแนวโน้มจะขยับเลื่อนเวลาช่วงเริ่มเคอร์ฟิวออกไป 1 ชั่วโมง เป็น 23.00 น. แต่คงเวลาสิ้นสุดเคอร์ฟิวที่ 04.00 น.ตามเดิม  เพื่อให้สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจของประชาชน 
    "ยังต้องนำข้อเสนอนี้เข้าสู่ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.เป็นผู้พิจารณาอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.นี้ ส่วนรายละเอียดของมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 ส่วนใหญ่เป็นไปตามที่โฆษก ศบค.ออกมาเปิดเผยร่างกิจการและกิจกรรมที่จะมีการคลายล็อกมากขึ้น แต่อาจมีเพิ่มเติม เช่น ทีมถ่ายทำภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ จากเดิมที่ระบุไว้ไม่เกิน 5 คน อาจเพิ่มเป็น 10 คนเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงาน เป็นต้น" รายงานข่าวระบุ
    ขณะเดียวกันในช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ยังคงมาปฏิบัติงานที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยคณะทำงานเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้ารายงานสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อประกอบการพิจารณาผ่อนปรนมาตรการที่จะคลายล็อกในระยะที่ 2 ก่อนประชุม ศบค.ในวันที่ 15  พ.ค.
    ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้หารือกับนายอี อุก-ฮ็อน เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำประเทศไทย ซึ่งเกาหลีใต้ได้หารือถึงแนวทางการผ่อนปรนให้นักธุรกิจและภาคเอกชนเกาหลีใต้ เดินทางมาเจรจาธุรกิจในไทยได้ โดยนายสมคิดระบุว่า ศบค.จะเป็นผู้พิจารณา
    นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง กล่าวว่า เกาหลีใต้ขอให้ไทยผ่อนปรนการเดินทางให้นักธุรกิจและภาคเอกชน เหมือนที่เกาหลีใต้ผ่อนปรนให้จีน ฮังการี และเวียดนาม โดยมีการตรวจร่างกาย กักตัวตรวจดูอาการถึง 2 ครั้งก่อนให้เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งการกักตัวอาจไม่ถึง 14 วัน และขอให้ไทยปลดรายชื่อประเทศเกาหลีใต้ออกจากประเทศเขตโรคติดต่ออันตราย   พร้อมกันนี้ยังมีประเทศอื่นที่สนใจและติดต่อขอให้ไทยผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศ เช่น ฮ่องกง 
เสี่ยหนูเช็กห้างก่อนเปิด
    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะลงพื้นที่ดูแนวทางปฏิบัติป้องกันการระบาดโรคโควิด-19 ก่อนเปิดกิจการประเภทห้างสรรพสินค้า ที่ศูนย์การค้าพารากอนและศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยนายอนุทินกล่าวว่า ไทยสามารถควบคุมสถานการณ์โรคโควิด-19  ไว้ได้ในระดับหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของประชาชนและทุกภาคส่วน ศบค.จึงได้กำหนดมาตรการผ่อนปรนให้เป็นมาตรฐานกลางของแต่ละกิจการและกิจกรรม โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และปัจจัยด้านสังคมเศรษฐกิจ ซึ่งการทยอยผ่อนปรนเป็นระยะ ในระยะแรกอนุญาตให้เปิดดำเนินการใน 6 ประเภท และเตรียมผ่อนปรนในกิจกรรมและกิจการเพิ่มเติม  
    นายอนุทินกล่าวต่อว่า ศูนย์การค้าและดีพาร์ตเมนต์สโตร์เป็นภาคบริการที่ต้องมีความพร้อมก่อนเปิดกิจการ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อ เนื่องจากมีคนจำนวนมากมาทำกิจกรรมร่วมกัน จึงได้มอบให้กรมอนามัยตรวจ แนะนำ เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งการป้องกันการแพร่ระบาดระลอกสองต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชน ภาคเอกชนต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค ให้พร้อมเข้าสู่การผ่อนปรนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน 
    ส่วน นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  กล่าวว่า ศบค.ได้ทำแอปพลิเคชันชื่อ "ไทยชนะ" โดยจะทำหน้าที่จัดการดูแลเรื่องมาตรการ 5 ข้อของ  ศบค. โดยเริ่มต้นที่ผู้ประกอบการหรือร้านค้าต้องไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ เพื่อให้ได้คิวอาร์โค้ดมาแปะที่หน้าร้าน และเมื่อประชาชนมาใช้บริการต้องสแกนคิวอาร์โค้ดถือเป็นการเช็กอิน และลงทะเบียนข้อมูลไปยังกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยระบบของแอปจะทำให้ประชาชนทราบปริมาณความหนาแน่นของผู้ใช้บริการในร้านค้านั้นๆ และสามารถตัดสินใจได้ว่าจะใช้บริการหรือไปร้านอื่น และควรจะเช็กเอาต์ออกเมื่อออกจากร้าน ซึ่งข้อมูลทุกอย่างเป็นความลับหมด 
    "ทุกกิจการที่ ศบค.ประกาศผ่อนคลายสามารถไปลงทะเบียนในเว็บไซต์ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านขนาดใหญ่ ร้านดัง หรือร้านรถเข็นริมทาง เราไม่ได้เลือกขนาด แต่เลือกตามการผ่อนปรน แต่หากร้านไหนไม่ใช้วิธีนี้ต้องมีสมุดจดและรับหน้าที่ลงทะเบียนให้ประชาชนที่มาใช้บริการ ซึ่งในวันที่ 15 พ.ค.จะเริ่มเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียน โดยในช่วงแรกคงติดขัดกันบ้าง เป็นเรื่องปกติของการปรับตัว ถ้าเราช่วยกันประเทศไทยเราชนะแน่นอน"
    พล.อ.ณัฐพล ศรีสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมผ่อนคลายกิจกรรมและกิจการระยะที่สองว่า ขณะนี้ก็มีการผ่อนคลาย เนื่องจากอยู่ไปนานๆ ก็จะทำให้เกิดความเครียด กังวล ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการที่พัฒนาขึ้นมาและกำลังจะพิจารณาในระยะต่อไป ในส่วนของกองทัพบกก็ต้องฟังคำสั่งจากรัฐบาลว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เรายังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเช่นนี้ไปอีกยาวนานแค่ไหน การดำเนินการทุกอย่างอยู่ในความไม่ประมาท
ผู้ติดเชื้อใหม่ 1 ราย
    วันเดียวกัน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,018 ราย หายป่วยสะสม 2,850 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 56 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่เป็นชายไทย อายุ 39 ปี ทำงานที่  จ.ภูเก็ต เดินทางกลับภูมิลำเนา จ.เชียงใหม่เมื่อวันที่ 2 พ.ค.พร้อมลูกและภรรยา เป็นผู้ป่วยที่มาจากการค้นหาเชิงรุกโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่โดยไม่แสดงอาการ 
    "อยากสื่อสารไปยังผู้ที่เดินทางออกจาก จ.ภูเก็ตซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง หากอยากตรวจสามารถมาได้เลย เพราะหากเจอเร็วก็สามารถรักษาและจัดการเชื้อได้เร็ว ซึ่งการมีผู้ป่วยรายใหม่เพียงคนเดียวถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่แม้จะเป็นตัวเลขหลักเดียวก็ยังต้องช่วยกันดูแลสุขภาพ การ์ดต้องไม่ตก เพราะสถานการณ์ของโลกยังไม่น่าไว้วางใจ เราต้องปฏิบัติตามมาตรการ 5 ข้อ คือ ใส่หน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ทำความสะอาดพื้นผิว และอย่าให้แออัด เราจะได้ผ่านระยะนี้เข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่สองได้อย่างปลอดภัย และสิ่งที่หวังต่อไปได้คือระยะที่สามและระยะที่สี่ ไม่กี่อึดใจเราก็จะผ่านไปด้วยกัน ต้องร่วมมือกันให้ได้ 100%"
    นพ.ทวีศิลป์กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกาหลีใต้ว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ค.มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 29 ราย ก่อให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการระบาดระลอกที่ 2 หลังจากเกาหลีใต้ประกาศมาตรการผ่อนปรนก่อนหน้านี้  ขณะเดียวกับจีนที่สงสัยกันว่าจะมีการระบาดรอบที่ 2 เช่นเดียวกัน แต่จีนสามารถควบคุมได้ และแม้ผ่อนปรนแต่ก็มีการออกข้อกำหนดคล้ายของไทย คงเป็นตัวอย่างให้เราได้เข้าไปศึกษาบริบท 
    ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการระบาดระลอก 2 ว่า ช่วงนี้ทุกคนดีใจที่เรามีผู้ป่วยเป็นเลขตัวเดียวนานเป็นอาทิตย์ และเมื่อวันที่ 13 พ.ค.ไม่มีผู้ป่วยใหม่เลย การผ่อนปรนในการดำรงชีวิตและการทำมาหากินให้อยู่รอดมีความจำเป็น ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ยังเกิดระลอก 2 ได้ และเกิดเป็นกลุ่มก้อน ดังนั้นเราต้องพึงตระหนักอยู่ตลอดเวลาในการป้องกันตนเอง และไม่ให้เกิดมีผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นหรือเกิด wave ที่ 2 จะเกิดหรือไม่อยู่ที่ทุกคนต้องช่วยกัน 
    "การระบาดในรอบที่ 2 จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคนและมาตรการเฝ้าระวังของภาครัฐ  ที่จะต้องเฝ้าระวังโดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าว”
    ด้าน นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงพื้นที่ตลาดนัดและตลาดสดที่เริ่มเห็นคนใส่หน้ากากน้อยลงว่า สะท้อนให้เห็นว่าการ์ดกำลังตก การออกนอกบ้านจะต้องใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทุกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของกิจการ พ่อค้า แม่ค้า และผู้ใช้บริการต้องตระหนักในเรื่องการป้องกันด้วย
    นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงการเปิดร้านทำฟันว่า เปิดให้บริการเฉพาะกรณีเร่งด่วน 5 ส่วน คือ 1.มีภาวะเหงือกหรือฟันปวดบวม 2.เครื่องมือจัดฟัน ฟันเทียมแตกหักทิ่มแทงเหงือกเนื้อเยื่อ ครอบฟันชำรุด 3.เลือดออกภายในช่องปาก 4.เกิดอุบัติเหตุ และ 5.กรณีรักษาเฉพาะทางที่มีการดูแลร่วมกันระหว่างแพทย์และทันตแพทย์ ส่วนกรณีไม่เร่งด่วน  3 ส่วน คือ 1.รักษาต่อเนื่องที่ค้างอยู่ 2.การขูดหินปูน อุดฟันสวยงาม 3.และกรณีอื่นๆ ขอให้รอไปก่อนจนกว่าจะผ่อนปรนเพิ่มเติม
     ด้านความเคลื่อนไหวที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์ว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ม.ค. - 13 พ.ค. จังหวัดภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้ว 224 ราย และไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 196 ราย เสียชีวิต 3 ราย และรักษาอยู่ 24 ราย
    ขณะเดียวกัน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ได้ประชุมกับผู้เกี่ยวข้องมอบนโยบายและเตรียมความพร้อมเปิดเมืองภูเก็ตอย่างปลอดภัยได้มาตรฐาน ในมาตรการช่องทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ มาตรการตลาดสด ตลาดนัด ร้านอาหารและโรงแรม โดยมีนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพียง
ภูเก็ตเปิดเมืองแล้ว
    นายภัคพงศ์ระบุว่า จังหวัดอยู่ระหว่างออกแบบระบบการคลายล็อกในช่องทางต่างๆ ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจาก ศบค.มท.ก่อน ในส่วนของจังหวัดมีความพร้อมในการเปิดเมือง และจะมีประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตออกมาอีกครั้งหนึ่ง ในการเปิดช่องทางต่างๆในจังหวัดภูเก็ต
    นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต กล่าวว่า ภูเก็ตเตรียมการเปิดช่องทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เน้นความปลอดภัย มีการจัดทำเครื่องมือสำรวจบุคคลที่จะเดินทางเข้ามาในมาตรฐานเดียวกันทั้ง 3 ช่องทาง มีการติดตั้งเทอร์โมสแกน เทอร์โมอินฟราเรด ตรวจวัดอุณหภูมิ มีการให้กรอกแบบฟอร์ม ข้อมูลผู้เดินทางเป็นรายบุคคล เพื่อประโยชน์ในการติดตามตรวจสอบโรค พร้อมกับให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหมอชนะ ซึ่งการเปิดทางอากาศจะเปิดที่ท่าอากาศยานภูเก็ต ในช่วงแรกมี 3 สายการบิน ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยเวียดเจ็ท และสายการบินนกแอร์ เปิดบินระยะแรก 3 ไฟลต์ ผู้โดยสารไม่เกิน 120 คน  
    ด้านนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กล่าวว่า  ได้ลงนามประกาศ กพท. เรื่องเงื่อนไขและเงื่อนเวลาในการใช้ท่าอากาศยานเพื่อการขึ้นลงของอากาศยาน (ฉบับที่ 2) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จังหวัดภูเก็ตสามารถควบคุมยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผู้ว่าฯ ภูเก็ตในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตในการประชุมครั้งที่ 29/2563 วันที่ 13 พ.ค. ได้แจ้งมติเห็นควรให้เปิดการดำเนินงานของสนามบินภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. เวลา 00.01 น.เป็นต้นไป เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มีความประสงค์จะใช้เส้นทางทางอากาศ จึงได้ออกประกาศดังกล่าว
    ส่วนที่มัสยิดกลาง จ.ปัตตานี นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี  ได้พูดคุยซักซ้อมทำความเข้าใจกับโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดต่างๆ ใน อ.เมืองปัตตานี ที่ต้องการยื่นเจตจำนงขอให้มีการละหมาดวันศุกร์ซึ่งตรงกับวันที่ 15 พ.ค. และให้มีการเตรียมความพร้อมจัดระบบป้องกันผู้เดินทางมาร่วมละหมาดวันศุกร์ หลังจากถูกปิดมานานเดือนกว่าๆ
    นายแวดือราแมกล่าวว่า ได้ชี้แจงให้ทุกมัสยิดให้ความร่วมมือตามกฎและมาตรการป้องกันของสำนักจุฬาราชมนตรีที่แจ้งมาแล้วก่อนหน้านี้ เช่น การเว้นระยะห่าง 1.5-2 เมตร การสวมใส่หน้ากากอนามัยในขณะละหมาด การอาบน้ำละหมาดมาจากที่บ้าน ใช้พรมปูละหมาดส่วนตัว และเมื่อทำพิธีเสร็จแล้วให้กลับบ้านทันที ซึ่งบรรดาอิหม่ามและตัวแทนที่มาในวันนี้เข้าใจและเตรียมการไว้พร้อมหมดแล้ว
    ทั้งนี้ พบว่ามัสยิดทุกแห่งมีการเร่งทำความสะอาด โดยเฉพาะที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี มีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่เทศบาลมาช่วยกันทำความสะอาดทั้งภายในและบริเวณโดยรอบมัสยิด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเทศบาลเมืองปัตตานีนำรถดับเพลิง 2 คันมาฉีดน้ำทำความสะอาดบริเวณโดยรอบ  ส่วนภายในตัวอาคารมัสยิดมีการนำน้ำผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดพื้นและทุกซอกทุกมุม นอกจากนี้ได้ทำเครื่องหมายจุดสำหรับยืนของแต่ละคนเพื่อเว้นระยะห่าง โดยกำหนดไว้ที่ 1.5-2 เมตร ทั้งนี้เพื่อเตรียมความพร้อมและทำตามระเบียบอย่างเคร่งครัดในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในการเปิดมัสยิดละหมาดวันศุกร์ที่ 15 พ.ค.นี้.


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"