สว.คำนูณ โพสต์ 10 ข้อเปลี่ยนประเทศได้ใน 3 ปีสร้าง New normal ใหม่ในการบริหารราชการแผ่นดิน


เพิ่มเพื่อน    

16 พ.ค.63 - นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

10 ข้อเปลี่ยนประเทศได้ใน 3 ปี

หากสามารถทำ 10 ข้อนี้ได้ ชี้แจงภาพรวมต่อประชาชน และต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีก็จะสร้าง New normal ใหม่ในการบริหารราชการแผ่นดินได้ และนอกจากจะเป็นคณะรัฐมนตรีตามปกติแล้ว นับแต่นี้ไปยังจะเพิ่มบทบาทเป็นคณะรัฐมนตรีเฉพาะกิจเพื่อการปฏิรูปประเทศอีกต่างหาก

เวลาที่เหลืออยู่ 3 ปีจะทรงคุณค่ายิ่ง

สามารถเปลี่ยนประเทศได้ในระดับสำคัญเมื่อถึงวันที่ 6 เมษายน 2566 อันเป็นวันครบรอบ 5 ปีแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ

1. นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติกลไกและกระบวนการในการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ประกอบด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาครึ่งหนึ่ง และผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีประสบการณ์อีกครึ่งหนึ่ง โดยใช้ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบูรณาการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจนที่ สศช. (สภาพัฒน์) ยกร่างเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม 2561 เป็นฐานตั้งต้น ให้ดำเนินการยกร่างให้แล้วเสร็จเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 3 เดือน

2. นายกรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติตามข้อ 1 ต่อรัฐสภา ในฐานะร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270

3. นายกรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 258 ง. (4) ที่ผ่านการพิจารณาและตรวจแก้มาแล้วจากคณะกรรมการยกร่างที่ประกอบด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาครึ่งหนึ่งและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอีกครึ่งหนึ่งมาแล้ว 2 ชุด 2 รอบใช้เวลารวม 2 ปี เข้าสู่รัฐสภา ในฐานะร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270

4. นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนชุดใหม่

5. นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายหรือกำหนดไว้ในคำสั่งแต่งตั้งตามข้อ 2 ให้ถือว่าการจัดกลไกและกระบวนการในการยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัยเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตหรือการประกอบสัมมาอาชีวะของประชาชน หรือ Regulatory Guillotine คือหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของคณะกรรมการชุดนี้ที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี

6. นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยราชการให้ร่วมมือกับคณะกรรมการตามข้อ 4 ปฏิบัติตามกระบวนการ Regulatory Guillotine อย่างเคร่งครัด

7. หนึ่งในข้อปฏิบัติตามข้อ 6 คือการจัดตั้งคณะกรรมการทบทวนกฎหมายในระดับกระทรวงขึ้นทุกกระทรวง และคณะกรรมการทบทวนกฎหมายระดับชาติ โดยต้องมีองค์ประกอบจากภาคประชาชนและภาคผู้ประกอบการเข้าร่วมด้วยอย่างมีนัยยะสำคัญตามที่คณะกรรมการตามข้อ 4 กำหนด

8. นายกรัฐมนตรีชี้แจงต่อประชาชนให้รับรู้ถึงการมีส่วนร่วมในกระบวนการ Regulatory Guillotine โดยขอให้ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ตอบแบบสอบถามถึงกฎหมายรวมทั้งกฎเกณฑ์หรือระเบียบต่าง ๆ ที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงความเห็นในการยกเลิกหรือปรับปรุง

9. นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายให้คณะกรรมการตามข้อ 4 ทำหน้าที่เสริมคณะกรรมการกฤษฎีกาในการยกร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับแผนการปฏิรูปประเทศในประเด็นเร่งด่วนที่จะมีนัยยะต่อการเปลี่ยนแปลง หรือที่สภาพัฒน์เรียกว่า Big rock ที่กำลังปรับปรุงใหม่อยู่ในขณะนี้

10. นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ชุดใหม่ ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2561 ข้อ 13 เรียกประชุมคณะกรรมการครั้งแรกโดยเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายน 2563 และมีคำสั่งให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2561 ข้อ 7 ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเสริม สศช. (สภาพัฒน์) ซึ่งมีงานล้นมือ กับทั้งให้เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการตามข้อ 4

เชื่อว่าหลายข้อใน 10 ข้อนี้อยู่ในใจของนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ทราบมาว่าบางข้อ โดยเฉพาะข้อ 10 มีกำหนดจะทำในเร็ว ๆ นี้ ผมเพียงแต่รวบรวม เสนอแนะเพิ่มเติม และขอให้เล่าภาพรวมให้ประชาชน รัฐสภา และข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรม อย่างเป็นระบบและเป็นแพจเกจ เท่านั้น