'นพดล'ชี้คลายล็อกช้าปัญหาเศรษฐกิจยิ่งบาดลึกคนไทยยิ่งลำบาก


เพิ่มเพื่อน    

17 พ.ค.63-นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเรียกร้องให้รับฐบาลคลายล็อกว่า เสียงเรียกร้องจากทั้งฝ่ายการเมืองและนักธุรกิจไทยให้คลายล็อก เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อมีจำนวนน้อย หลายจังหวัดไม่มีผู้ติดเชื้อติดต่อกันหลายวันและเศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างมากจากการล็อกดาวน์ คาดการณ์ว่าจะมีคนตกงานนับล้าน อาจมีกิจการต้องปิดตัวลงเพิ่มขึ้น เรื่องนี้แม้รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อการบริหารงานและการตัดสินใจทางการเมืองของตนก็ตาม แต่ปัญหาเศรษฐกิจครั้งนี้สาหัสและกว้างขวางกระทบคนทั้งประเทศ ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบผลกระทบทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมไหวหรือไม่ 

นายนพดลกล่าวว่า ขอตั้งเป็นข้อสังเกต 3 ข้อ 1. ในการจัดการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหรือศึกโควิด 19 นั้นอาจใช้อำนาจตามกฏหมายทำให้เกิดระยะห่างทางกายภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดได้ เช่นการปิดกิจการ ปิดโรงเรียน ห้ามเข้าประเทศ แต่ความท้าทายของรัฐบาลต่อไปนี้คือการจัดการศึกเศรษฐกิจ ซึ่งมันคนละเกม  ไม่อาจใช้แต่อำนาจทางกฎหมายให้มีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น ให้คนมีรายได้ หรือให้เศรษฐกิจเติบโต ถ้าทำได้ง่ายคงทำไปแล้ว

2. ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลตระหนักในความลึกและความกว้างและความซับซ้อนของศึกเศรษฐกิจแค่ไหน วิกฤตครั้งนี้ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา การคลายล็อกช้าก็ย่อมทำให้แผลเศรษฐกิจบาดลึกมากขึ้น รัฐบาลก็จะได้โจทย์ยากขึ้นต้องแก้ และ3. มีผลโพลที่ประชาชนต้องการให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ ฉุกเฉิน รัฐบาลควรรับฟังและต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการคุมตัวเลขการติดเชื้อกับการคืนความเป็นปกติสุขให้ประชาชน  ยาแรงย่อมมีผลข้างเคียง รัฐบาลเห็นจุดสมดุลหรือไม่ ถ้าตัดสินใจไม่ทันสถานการณ์ในทำนอง too little too late น้อยเกินไปและช้าเกินไป ก็ย่อมมีผลกระทบตามมา      

"ในทางการเมืองอยู่ที่รัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งต้องรับผลจากการตัดสินใจ ทั้งทางบวกและลบ แต่ในทางเศรษฐกิจนั้นคนที่ต้องรับผลจากการตัดสินใจของรัฐบาลคือภาคธุรกิจและคนไทยทั้งประเทศ เวลานี้ประชาชนรอการบริหารงานด้วยความสามารถและการตัดสินใจที่เฉียบคม รวดเร็วถูกเวลา"