สมาคมผู้กำกับ วอนกองถ่าย"หนัง ละคร"พัก"ฉากเลิฟซีน" ด้าน "วธ"ลั่นจะสุ่มตรวจกองถ่ายทุก 14วัน  


เพิ่มเพื่อน    


18พ.ค.63- เวลา 09.30น. ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีการจัดประชุมชี้แจงการดำเนินกิจการกองถ่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 โดยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ภารกิจกองถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ได้รับการผ่อนปรนเป็นสีเขียวจากความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด โดย วธ. ได้มอบหมายให้ดูแลและกำหนดมาตรการการดำเนินงานกองถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์  ซึ่ง เน้นย้ำให้ทุกคนต้องลงทะเบียนในแอปพลิเคชั่น ไทยชนะ  เพื่อได้รับรู้ รับทราบว่า มีวันใด มากองถ่าย มีใครทำงานบ้าง  และสามารถตรวจเช็คหากมีการติดเชื้อในกองถ่าย   ซึ่งแต่ละกองจำกัด ไม่เกิน 50 คน โดยกรณีที่ผู้อยู่ในกองถ่ายไม่มีอุปกรณ์ลงทะเบียน ในแอปพลิเคชั่นได้ ให้ลงทะเบียนผ่านการกรอกเอกสารแทน  โดยจะมีการเก็บข้อมูลไว้ 60 วัน  ขณะเดียวกัน กำชับให้ทุกคนที่ยังไม่เข้าฉากต้องสวมหน้ากากตลอดเวลา  ให้มีการความสะอาดสถานที่ทันทีที่เสร็จสิ้นภารกิจ   

นางยุพา  กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ให้แต่ละกองมีการกำกับดูแลห้ามมิผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเข้ากองถ่าย  ให้งดเว้นฉากต่อสู้ สัมผัสใกล้ชิดกัน โดยให้ใช้มุมกล้อง หรือเทคนิค วิธีอื่นแทน  เพราะโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อมีสูง   นอกจากนี้ ทุกคน ต้องผ่านจุดคัดกรองวัดอุณหภูมิ ไม่ให้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ขณะที่การรับประทานอาหาร จะต้องไม่รวมกลุ่มกัน ให้แยกภาชนะ ใส่อาหาร และให้เว้นระยะห่าง ส่วนการสื่อสารระหว่างกันในกองถ่าย อาจมีการใช้เครื่องมือสื่อสารติดต่อกันแทนการรวมกลุ่ม หรือ เผชิญหน้า  ส่วนช่างแต่งหน้าทำผม พยายามจัดการไม่ใช้วัสดุอุปกรณ์ร่วมกัน  ขณะที่ การใช้พาหนะกองถ่าย ให้เว้นเบาะนั่ง เพื่อไม่ให้มีความแออัด  กรณีที่มีการออกกองถ่ายในพื้นที่สาธารณะ ในส่วนกรุงเทพมหานคร ให้มีการทำหนังสือแจ้งขออนุญาตการดำเนินงานต่อ ปลัดกรุงเทพมหานคร ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ เช่นเดียวกับในต่างจังหวัด ให้ขออนุญาตต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ  ส่วนการถ่ายทำในพื้นที่ปิด หรือ สตูดิโอ ไม่ต้องขออนุญาต               

นางยุพา กล่าวอีกว่า  หลังจากที่เริ่มมาตรการผ่อนปรน เมื่อวันที่ 17  พ.ค.  เริ่มมีหลายกองออกถ่ายทำแล้ว    ซึ่งพบว่า ยังไม่ปฏิบัติตามมาตรการเท่าที่ควร โดยเฉพาะ ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย ดังนั้นจึงขอให้ทุกฝ่ายต้องช่วยเฝ้าระวัง ขอให้มีความรับผิดชอบ  ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัดจริงๆ   เพราะ วธ. ได้พยายามหาทางผ่อนปรนให้แล้ว  จึงไม่อยากให้ เกิดการไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่ ศบค. กำหนด  และยิ่งพบว่ามีการปล่อยปะละเลย  ก็จะส่งผลกระทบไปหมดทั้งวงการ สื่อภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และจะต้องถอยหลังกลับไปอยู่ในเขตสีแดง  หากพบสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขอให้แจ้งมาที่ สายด่วนวัฒนธรรม 1765 ทันที  โดยหากตรวจสอบพบว่ามีการฝ่าฝืนมาตรการ จะมีการดำเนินการ ตั้งแต่การเข้าไปตรวจสอบ ตักเตือน จนถึงให้ปิดกองถ่าย และกองที่ทำความผิด จะต้องโดนขึ้นบัญชีห้ามเปิดกองอีกเลย อย่างไรก็ตาม  วธ. ได้วางมาตรการ ออกสุ่มตรวจกองถ่าย ทุก 2 สัปดาห์  โดยร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจด้วย  สำหรับมาตรการผ่อนปรนนี้ เกี่ยวข้องกับภารกิจกองถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์เท่านั้น ไม่รวมการจัดกิจกรรม  หรือ อีเวนท์ ซึ่งยังไม่เข้าสู่ระยะการผ่อนปรน

 

  นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตามมาตรการผ่อนปรนกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ทีมงานทั้งหมดในกองถ่ายต้องไม่เกิน 50 คน   เพราะหากมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลุดเข้าไปในกองถ่ายหรือรายการโทรทัศน์ ยังเป็นตัวเลขผู้เกี่ยวข้องที่สามารถตรวจจับการระบาด สอบสวน และควบคุมโรคได้ทัน รวมถึงติดตามอาการในอีก 10 วันถัดไปหลังมาถ่ายทำ  อีกสิ่งสำคัญการลงทะเบียนสำหรับกองถ่ายในเว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com  ควรเช็คอินและเช็ตเอาท์ให้ตรงกับวันและเวลาการใช้จริง จะช่วยให้ติดตามข้อมูลและตรวจสอบผู้สัมผัสใกล้ชิด กรณีที่มีผู้ติดเชื้อในกิจกรรมดังกล่าว  ปัจจุบันเชื้อโควิดในประเทศยังมี แต่ผู้ป่วยไม่ได้แสดงอาการ จึงไม่ไปตรวจ จึงกังวลโอกาสผู้ติดเชื้อร่วมกิจกรรมกองถ่าย ที่จีนตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาจากสถานที่ติดแอร์และรถปรับอากาศ ซึ่งอากาศที่ไม่ถ่ายเทเป็นปัจจัยเสี่ยงแพร่เชื้อ  กลับมาที่ไทย หากกองถ่ายถ่ายทำในสถานที่ปรับอากาศ แม้จะเป็นทีมงานไม่เกิน 10 คน ก็มีความเสี่ยง ฉะนั้น สถานที่ถ่ายทำต้องมีพื้นที่รองรับเหมาะสม มีอากาศถ่ายเทหรือใช้พัดลมปรับอากาศช่วย  ส่วนการถ่ายทำข้ามคืนปักหลักที่กองถ่ายก็ไม่ควรทำ ขอให้ยึดตามประกาศมาตรการเคอร์ฟิว   อย่างไรก็ตาม สธ.และ. วธ. จะประเมินผลกิจกรรมทุกๆ 14 วัน และ 28 วัน หากผู้ประกอบการปฏิบัติตามมาตรการเคร่งครัดจะมีมาตรผ่อนปรนทั้งเพิ่มจำนวนทีมงานในกองถ่ายและเพิ่มฉาก แต่ถ้าฝ่าฝืนจะมีการตักเตือน และสั่งให้ปรับปรุง รวมถึงตรวจซ้ำ เพื่อให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพที่สุด ทั้งยังหวังให้ผู้ประกอบการภาพยนตร์เป็นตัวอย่างที่ดีและแบบอย่างการสร้างชีวิตวิถีใหม่ (New Normal )

 

นายบัณฑิต ทองดี นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย กล่าวว่า ได้รับทราบความชัดเจนกรณีการใช้แอพพลิเคชั่น ไทยชนะ เพื่อติดตามการถ่ายทำของกองถ่ายต่างๆ เพื่อควบคุมโรคของภาครัฐ แต่ในช่วงแรกอาจจะมีข้อติดขัดบางอย่าง และเชื่อว่าทุกกองถ่ายเข้าใจสถานการณ์ดีและจะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ออกมาอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการผ่อนปรนธุรกิจบันเทิงในสถานการณ์การควบคุมโรค ในส่วนของทีมงานและบริษัทที่ทำเกี่ยวกับโปรดักชั่นทั้งหมดต้องปรับตัวและยุ่งยาก แต่เชื่อว่า ทุกคนสามารถปฏิบัติได้เพราะที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์หลายยุคสมัยก็ผ่านมาได้     ส่วนขอบเขตระยะเวลาเคอร์ฟิวอาจจะเป็นอุปสรรคบ้าง แต่ละกองถ่ายจะมีวิธีการทำงานต่างกันไป  ถ้าเป็นภาพยนตร์ หรือโฆษณาจะทำงานกันแค่ 12 ชั่วโมงอยู่แล้วซึ่งจะไม่กระทบ แต่หากเป็นกองถ่ายซีรีย์ หรือ ละคร ที่จะมีฉากกลางคืน จากที่ถ่ายกันช่วง 19.00 - 22.00  น. อาจจะมีปัญหาต้องเลิกกองเร็วเพื่อให้ทีมงานมีเวลาเก็บของและกลับบ้าน  อาจต้องปรับลดการถ่ายช่วงกลางคืนเหลือวันละ 2 ชั่วโมง  และเพิ่มระยะเวลาการถ่ายทำหลายวันขึ้น  หรือสร้างฉากให้เป็นกลางคืน  

                นายบัณฑิต กล่าวว่า ส่วนมาตรการให้งดถ่ายฉากกอด จูบ และต่อสู้นั้น  มีผลกระทบส่วนที่เป็นฉากต่อเนื่อง ที่มีการถ่ายทำฉากเหล่านี้ไว้บางซีนแล้วก่อนที่จะมีการเคอร์ฟิว เมื่อคลายล๊อกก็จะต้องกลับมาถ่ายทำต่อ แต่เวลานี้ก็ขอให้กองถ่ายที่จะถ่ายฉากนี้ได้เข้าใจสถานการณ์ว่าเราต้องหยุดไปก่อน และรอดูสถานการณ์และประเมินผลไปอีกระยะถ้าจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและเป็น 0 ต่อเนื่อง เชื่อว่าภาครัฐก็อาจจะมีผ่อนปรนเพิ่มให้ แต่หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้วและยังไม่มีการปลดล๊อกอาจจะมาหารือกันใหม่ว่า จะมีมาตรการรองรับสำหรับการถ่ายฉากใกล้ชิดแบบนี้อย่างไร      แต่ระหว่างที่รอผ่อนปรนระยะต่อไป ก็ขึ้นอยู่กับความมีวินัยและความรับผิดชอบของคนในกองถ่าย และทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับประเทศทางราชการเอาจริง กรณีการจะมาจ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อถ่าย ก็ไม่มีแน่นอน ถ้าหากแต่ละกองถ่ายไม่เคร่งครัดหากมีการตรวจพบ หรือมีการร้องเรียนมาโอกาสปิดกองทั้งวงการก็เกิดขึ้นได้


มีคนถาม........ กับเรื่องเหลวไหลไร้สาระ, นินทาว่าร้ายต่อกัน ทำไมสื่อจึงชอบนำเสนอ? ไม่เสนอเฉยๆ บางที ทำตัวเป็นบ่างช่างยุ เอาความทางนี้ ไปบอกทางโน้น "เสี้ยมให้ชนกัน" แล้วเก็บกากอารมณ์แต่ละฝ่ายปั่นเป็นข่าวขายความมันทางสะใจ

ลับแล "เมืองไทย" ในดรามา
ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด