คณะกรรมการกีฬาอาชีพเห็นชอบเยียวยาคนวงการมวย


เพิ่มเพื่อน    

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬาอาชีพ ครั้งที่ 3/2563 โดยมี นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา      นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ และกรรมการที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 18 พ.ค.  ที่ผ่านมา

            สาระสำคัญของการประชุมวันนี้ คือการพิจารณางบประมาณในการช่วยเหลือกลุ่มกีฬาอาชีพ โดยหลังจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ต่างๆ  ในการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มกีฬาอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิค-19) ได้เรียกประชุมรับฟังข้อมูลผลกระทบ ความเดือดร้อน เมื่อวันที่ 22-24 เม.ย.ที่ผ่านมา จาก 13 ชนิดกีฬาและผู้มีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือ ทั้ง 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.นักกีฬาอาชีพ,2.บุคลากรกีฬาอาชีพ,3.สมาคมกีฬาอาชีพ     4.สโมสรกีฬาอาชีพ,และ5.ผู้จัดการแข่งขัน และได้ส่งรายชื่อนักกีฬาและบุคคลากรกีฬาอาชีพที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตาม พรบ.กีฬาอาชีพ ให้กระทรวงการคลังตรวจสอบสิทธ์ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนเรียบร้อยแล้ว
ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติงบประมาณให้ความช่วยเหลือ เยียวยา ฯ กลุ่มกีฬาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 182,200,000 บาท โดยอนุมัติปรับแผนงบประมาณประจำปี จำนวน 75,592,584 บาท และเห็นชอบเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ อีกจำนวน 106,607,416 บาท ต่อไป

        นอกจากนี้ ที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบปรับปรุงคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการกีฬาอาชีพ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงาน จาก 8 คณะ เหลือ 4 คณะ ดังนี้

        1.คณะอนุกรรมการกฎหมายกีฬาอาชีพ 2.คณะอนุกรรมการนโยบายส่งเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ 3.คณะอนุกรรมการกลั่นกลองเพื่อพิจารณาให้การคุ้มครอง การช่วยเหลือ การส่งเสริม และการสนับสนุนกีฬาอาชีพ และ4.คณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม เร่งรัด และประเมินผลการดำเนินงานกีฬาอาชีพ
เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ 3/2563 พิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือ เยียวยา บุคคลในวงการกีฬามวยที่ลงขึ้นทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย  ทั้ง 7 กลุ่ม ได้แก่ 1.นักมวย อายุ 15-17 ปี และนักมวย 18 ปีขึ้นไป 2.ผู้ฝึกสอน 3.ผู้ตัดสิน 4.หัวหน้าค่ายมวย     5.ผู้จัดการนักมวย 6.ผู้จัดรายการแข่งขัน และ 7.นายสนามมวย ที่ประชุมอนุมัติกรอบวงเงินทั้งสิ้น จำนวน 79,150,000 บาท โดยอนุมัติปรับแผนงบประมาณประจำปี จำนวน 25,642,000 บาท และเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ อีกจำนวน 53,508,000 บาท ต่อไป ทั้งนี้ในการเบิกจ่ายต้องเป็นไปตามคุณสมบัติที่ระเบียบให้ความช่วยเหลือฯ กำหนด
   
            รมต.ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยหลังการประชุมว่า ในวันนี้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องช่วยเหลือเยียวยาบุคลากรกีฬาอาชีพโดยเอาเงินส่วนที่ กกท. มีอยู่แล้ว ประมาณ 75 ล้านบาทเศษ และจะขอจากกองทุนอีก 106 ล้านบาทเศษ รวมเป็นเงิน 182 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเยียวยาขั้นต้น ส่วนที่เป็นการเยียวยาสมาคมต่างๆ ทางกระทรวงจะนำเรื่องเสนอในการประชุมคณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ เพื่อจะขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการประชุมคราวต่อไป ในส่วนของสมาคม สโมสร เราจะช่วยเหลือสมาคมละ 500,000 บาท ซึ่งมีจำนวน 110 สโมสร รวมเป็นเงิน 55 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงจะนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนฯ เพื่อขอเงินจากกองทุนฯ และในส่วนของนักกีฬาจะได้รับคนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน  ซึ่งหลังจากนี้ถ้ายังไม่มีการแข่งขันหลังจาก 3 เดือน ก็ต้องรอนโยบายจากรัฐบาลต่อไปว่าจะมีการเยียวยาเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าหากทางรัฐบาลมีการเยียวยาเพิ่มเติมจำนวนเท่าไหร่ ทางกระทรวงก็จะทำเรื่องเยียวยาให้กับนักกีฬาเทียบเคียงไปกับทางรัฐบาล โดยจะเริ่มจ่ายเงินในเดือนมิถุนายนทั้งหมด คาดว่าจะจ่ายครั้งเดียวรวมของทั้ง 3 เดือนเลย เป็นเงิน 15,000 บาท/คน
    
          รมต.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติ่มว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการกีฬามวย โดยนักกีฬามวยกลุ่มอายุ ไม่ถึง 18 ปี ซึ่งไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินเยียวยาจากทางรัฐบาล ตรงนี้ก็เป็นกลุ่มแรกที่เราจะให้การเยียวยา และในกลุ่มที่มีอายุเกิน 18 ปี จะเอารายชื่อไปหารือกับกระทรวงการคลังว่ามีรายชื่อซ้ำซ้อนกับที่ได้รับจากทางกระทรวงการคลังหรือไม่ ถ้าหากมีรายชื่อซ้ำซ้อนก็จะไม่ได้รับการเยียวยาจากเรา โดยที่ประชุมอนุมัติใช้เงินทั้งหมดโดยประมาณ 79 ล้านบาทเศษ โดยจะทำการเยียวยาให้เร็วที่สุด เมื่อได้รับเงินจากกองทุนฯมา ทาง กกท. จะให้การเยียวยารวมครั้งเดียวเลยเป็นเวลา 3 เดือน ถ้าหากยังไม่ได้รับการเยียวยาตั้งแต่ต้น ก็จะได้รับเงิน 15,000 บาท ทีเดียวเลย ลักษณะเดียวกับกีฬาอาชีพ แต่ตรงนี้เรามีต่อเนื่องไปว่านอกจากนักมวยแล้วยังมีครูมวย และบุคลากรทางกีฬามวย หัวหน้าค่ายมวยและโปรโมเตอร์ด้วย ซึ่งเราจะดูความเหมาะสมว่าวงเงินที่ได้รับจากกองทุนกีฬาเท่าไหร่ เราก็จะดูตามความสำคัญแต่นักมวยเราจะให้ความสำคัญลำดับที่1 ครูมวยลำดับที่2 แล้วก็ลดลงมาตามวงเงินที่ได้รับ แต่คาดว่าเงินที่เราขอทางกองทุนน่าจะได้รับตามที่ขอไป

        ด้าน รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ กล่าวว่า ในการประมาณการงบประมาณทางฝ่ายเลขาฯ มีการบวกเพิ่มไว้อีก 2 เดือน กลายเป็น 5 เดือน ที่เราจะช่วยเหลือแต่ว่าในความเป็นจริงเราจะต้องดูมาตรการของรัฐบาลควบคู่กันด้วย เพียงแต่ว่าในเรื่องของตัวเลขเราจะต้องประมาณการเต็มไว้ก่อน แต่อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการกีฬามวยก็ระบุว่า อยากจะให้ช่วยเหลือเหมือนกันกีฬาอาชีพ เหมือนกับมาตรการของรัฐบาลก่อน คือ 3 เดือน ดังนั้นงบประมาณจึงหายไปประมาณ 33 ล้านบาท เราจะขอตั้งงบประมาณตรงนี้ไว้ 79 ล้านบาทเศษก่อน และขอกองทุนเพิ่มอีกบางส่วน อย่างไรก็ตามหากดำเนินการไปแล้วทางรัฐบาลมีมาตรการที่จะคุมเข้มนานขึ้น เราอาจจะทำเรื่องประมาณการและขอการสนับสนุนใหม่อีกครั้งหนึ่ง  

        รองผู้ว่าการฯ กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขจำนวนนักมวยและบุคลากรที่จะให้การเยียวยาต้องพิจารณาบุคคลที่มาขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับ กกท. ก่อน แต่เนื่องจากในบุคลากรพวกนี้ส่วนหนึ่งได้รับเงินจากภาครัฐแล้วที่ได้รับเงินเยียวยาจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน ฉะนั้นเราก็ต้องตัดส่วนนั้นออก ซึ่งจะช่วยในส่วนที่ยังไม่ได้รับเงินจากตรงนั้น ซึ่งขณะนี้รายชื่อทั้งหมดฝ่ายเลขาฯ ได้ส่งไปที่กระทรวงการคลังเพื่อตรวจสอบแล้วว่ามีการซ้ำซ้อนกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามจะมีบุคคลที่ตกหล่น ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งขณะนี้เราเปิดให้ขึ้นทะเบียนเพิ่มเติม จนถึง 31 พ.ค.นี้.

 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'